รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

The Englishman Who Went Up a Hill But Came Down a Mountain (1995) จะสูงจะหนาว หัวใจเราจะรวมกัน

65165t

แหม ชื่อเรื่องนี่ยาวสิ้นดีเลยนะครับ แต่ต้องยกให้เป็นหนึ่งในหนังที่ตั้งชื่อเรื่องได้ตรงเผงกับเหตุการณ์ในหนังอย่างที่สุด

ชายอังกฤษที่ขาขึ้น ขึ้นไปยังเนิน แต่ขาลงกลับลงจากภูเขา

เรื่องเป็นอย่างนี้ครับ หนังเล่าถึงเรื่องราวในช่วงปี 1917 ณ. ชุมชนเล็กๆ แห่งหนึ่งในเวลส์ที่เงียบสงบ ห่างจากความวุ่นวายทั้งหลาย และสิ่งที่ทำให้เมืองเล็กๆ แห่งนี้ภูมิใจคือ ภูเขาฟีนาฮอนการู ที่ได้ชื่อว่าเป็นภูเขาลูกแรกแห่งเวลส์

ฟีนาฮอนการูเลยเป็นทั้งความภูมิใจของเมือง เป็นทั้งศูนย์รวมใจของชาวบ้านทุกคน

แต่แล้วการมาของ เรจินัล แอนสัน (Hugh Grant) และ จอร์จ การาด (Ian McNeice) 2 ช่างทำแผนที่ที่มีหน้าที่สำรวจภูเขาลูกต่างๆ โดยใช้หลักว่าสถานที่ที่จะเรียกว่าเป็นภูเขาได้นั้นต้องมีความสูง 1000 ฟุตจากระดับน้ำทะเล

ปรากฏว่าพอวัดเสร็จ ฟีนาฮอนการูสูงเพียง 980 ฟุตเท่านั้น!

พอความจริงปรากฏว่าภูเขาศูนย์รวมใจกลายเป็นเพียงเนิน ชาวบ้านมากมายก็กำลังใจหดหายไปตามๆ กัน ในที่สุดมอร์แกน (Colm Meaney) เจ้าของโรงแรมประจำเมืองก็เสนอความคิดที่จะเสริม “เนิน” ให้กลายเป็น “ภูเขา” โดยขอความร่วมมือจากชาวบ้านทุกคน และความช่วยเหลือจาก เบ็ตตี้ (Tara Fitzgerald) สาวสวยผู้น่ารักในการถ่วงเวลาให้เรจินัลยอมอยู่ในเมืองหลายๆ วัน

ระหว่างนั้นพวกชาวบ้านก็จะแอบเอาดินมาเสริมเนินจนกลายเป็นภูเขาสูง 1000 ฟุตให้จงได้

ผมเชื่อว่าหลายท่านดูเนื้อหาแล้วก็คงจะเห็นว่าหนังไม่ยักกะมีสาระอะไรอก็แค่ชาวบ้านที่ยึดติดกับภูเขา ต้องการจะเอาอย่างใจก็แค่นั้น จะมีอะไรนักหนา นั่นก็มุมหนึ่งแล้วแต่จะคิดกันนะครับ

แต่ผมก็มองอีกมุมว่าหนังมีประเด็นเล่าถึงความเป็นชาวบ้านชนบทได้อย่างน่าสนใจ

ผมว่าชนบท ชาวตจว. นี่มีเอกลักษณ์ที่ดีๆ อยู่หลายอย่างนะครับ ประการแรกคือความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน คิดดูครับ เมืองเล็กๆ แต่ละบ้านก็เจอหน้ากันทุกวัน ลูกชายบ้านนี้มาชอบลูกสาวบ้านนั้น หรือไม่ก็คุณพ่อบ้านนั้นไปทะเลาะกับคุณพ่ออีกบ้านหนึ่ง ความสนิทสนมคุ้นเคยเลยเป็นเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย

คนตจว. เลยมักจะรักกันไงครับ พวกคนตามชนบทของเมืองต่างๆ ไม่ว่าจะอังกฤษหรือบ้านเราก็ตาม (แม้ตอนนี้บางสิ่งจะเปลี่ยนไปก็เถอะ แต่ผมก็แน่ใจว่าความสนิทสนมระหว่างกันของคนบ้านไร่ต้องยังมีอยู่)

เราอาจมองว่าไอ้เนินนั่นจะเป็นเขาหรือเนินก็ช่างศีรษะมันประไร สนมันทำไมนักหนา แต่ก็อยากให้มองอีกมุมหนึ่งว่านั่นคือศูนย์รวมใจ เป็นความภาคภูมิใจของบ้านเขาเมืองเขา ผมมั่นใจว่าแทบทุกชุมชนต้องมีศูนย์รวมใจทั้งสิ้น

บางครั้งเราดูทีวี ดูสะเก็ดข่าว เราอาจจะได้เห็นข่าวแทบทุกวันว่าจังหวัดโน้นเดี๋ยวมีงานเปิดโน่น เดี๋ยวจังหวัดนี้มีงานประเพณีนี่ เราชาวเมืองหลายคนคงคิดว่า พวกชาวบ้านจะไปยืนตากแดดทำกิจกรรมพวกนั้นทำไมนักหนา หน้าเน่อมันหมด ร้อนก็ร้อน ทำไมไม่อยู่กับบ้านเที่ยวสบายๆ

เรามองเขาแบบนั้น … ผมว่าปู่ย่าชาวนาตามชนบทก็คงไม่เข้าใจเหมือนกันว่าไอ้เกมออนไลน์มันคือสนุกตรงไหน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร ออนไลน์เป็นเจ้าของเดียวกับออนป้าหรือเปล่าก็ไม่รู้

แต่ถ้าท่านมีโอกาสนะครับได้ไปสัมผัสด้วยใจจริงๆ ถึงงานแต่ละที่ หมายถึงลงลึกถึงความหมายที่แท้ของงานนะครับ ถึงจิตวิญญาณของมันเลยน่ะจะพบว่ามันมีสิ่งดีงามแฝงอยู่

ในเรื่องก็เหมือนกัน ภูเขาฟีนาฮอนการู ก็คือสิ่งที่ทำให้ชาวบ้านภูมิใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเป็นสถานที่ท่องเที่ยว หรือเป็นสถานที่ที่มีความหมายต่อใครอีกหลายคน เป็นสถานที่ที่ทำให้ชาวบ้านรู้สึกว่า บ้านเขาเมืองเขาก็ไม่ใช่เมืองเล็กกระจ้อยร่อย

เชื่อไหมครับว่าความต่างระหว่างเนินกับภูเขามันสำคัญเอาเรื่อง เหมือนคนเราน่ะแหละ คำว่า “หล่อ” กับ “ขี้เหร่” มันมีผลต่อใจเรา ต่อความมั่นใจเราโดยตรงเลยนะนั่น

ผมเลยออกจะสนุกสนานกับหนัง เป็นการทำความเข้าใจชีวิตชาวบ้านชาวไร่อย่างหนึ่งด้วย … อยากให้บ้านเราทำหนังแบบนี้บ้างจัง

Grant พ่อหนุ่มทรงเสน่ห์ที่ยอดเยี่ยมเสมอครับสำหรับบทหนุ่มอังกฤษอารมณ์ดี รอยยิ้มพิมพ์ใจ น่ารักตลอด แหม บททำนองนี้หาคนกินแกลงยาก

แต่คนที่เด่นจริง เฉียบจริงต้องยกให้ Meaney เจ้าของโรงแรมจอมแหกคอก โบสถ์ก็ไม่คิดจะเข้า เคล้าแต่สุรา ค้าเป็นอาชีพหลักอีกต่างหาก นั่นทำให้เขาไม่ถูกกับบาทหลวงโจนส์ (Kenneth Griffith) อย่างแรง ถึงกับไม่มองหน้ากัน วันไหนทะเลาะก็ได้ยินไปสามบ้านแปดบ้านเลยล่ะครับ

แม้คนทั้งสองจะต่างประเภทกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ รักหมู่บ้าน รักบ้านเกิด ดังนั้นพอมีเรื่องเนินนี่ขึ้นมา มอร์แกนเป็นคนแรกที่ออกโรงคิดจะหาทางเสริมเนินให้เป็นภูเขา ส่วนบาทหลวงโจนส์ตอนแรกก็ไม่เห็นด้วย แต่พอเวลาผ่านไปต่างฝ่ายต่างเริ่มเข้าใจกัน ทีนี้จากที่ไม่ถูกกันตอนแรกก็ลงเอยที่ความนับถือซึ่งกันและกัน

คู่นี้ขออนุญาตใช้คำว่าสุดตรีนประกอบครับ มันสุดตรีนจริงๆ ยิ่งมาช่วงท้ายนี่มีอะไรให้ประทับใจกันเลยล่ะ เอ้า บอกไว้เลย ให้ไปรอดูได้เลยครับ

ส่วน Fitzgerald นางเอกของเรื่องกว่าจะโผล่มาก็ปาเข้าไปกลางเรื่องแล้ว แม้จะไม่ขโมยซีนแต่ก็รับส่งอารมณ์กับ Grant ได้น่าพอใจ ซ้ำยังดูสวยแบบชาวบ้านอีกด้วย

อีกสองดาราสมทบที่คุ้นหน้าคือ McNeice ในบทจอร์จ คู่หูคนทำแผนที่ของเรจินัล กับ Ian Hart ที่นักดูหนังบ้านเราน่าจะจำได้จากบทศาสตราจารย์ควีเรลล์ใน Harry Potter ภาคแรกก็มาเป็นจอห์นนี่ อดีตทหารผ่านศึกที่มีความทรงจำอันเลวร้ายเกี่ยวกับเนิน สองรายก็มาช่วยเสริมความแน่นให้หนังได้พอสมควรครับ

ที่ต้องปรบมือให้หลายแปะหน่อยคือดนตรีประกอบสุดไพเราะ บรรเลงด้วยท่วงทำนองที่ฟังแล้วได้กลิ่นอายใบหญ้าแถบเวลส์ลอยมาแต่ไกล ฝีมือของ Stephen Endelman

ส่วนการกำกับก็เป็นฝีมือของ Christopher Monger ผู้กำกับชาวเวลส์ขนานแท้แต่กำเนิด ที่สร้างเรื่องราวขึ้นจากความประทับใจในวัยเด็กครับ ที่คุณตาของเขาเคยเล่าเรื่องของชาวบ้านแห่ง Taff’s Well บ้านเกิดของเขาให้ฟัง พอโตขึ้นเขาก็เลยเอามาผูกเรื่องเล่าให้เราฟังอีกต่อหนึ่ง โดยภูเขาฟีนาฮอาการูในเรื่องน่ะเป็นชื่อแต่งครับ ส่วนภูเขาของจริงที่เป็นต้นเรื่องคือ การ์ธ หรือ Garth Mountain

นี่เป็นหนังดูสบายสไตล์อังกฤษครับ ซึ่งผมชอบนะครับ หนังอังกฤษเนี่ยมักจะมีดีเสมอล่ะครับ บรรยากาศดี สบายตา ยิ่งหนังฉายให้เห็นถึงภาพทิวทิศน์ชนบทแบบนี้แล้วรู้สึกอยากไปเที่ยวขึ้นมาทันที

สองดาวครึ่งกำลังดีครับ

Star22

(7/10)

Advertisements