คุ้นๆ ว่าที่ผ่านมาพวกเราหลายคนสุมหัวแซวพี่ Nicolas Cage กันบ่อยๆ (ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น) เลยขอพูดถึงหนังของพี่แกบ้างให้หายคิดถึง
คุ้นๆ ว่าที่ผ่านมาพวกเราหลายคนสุมหัวแซวพี่ Nicolas Cage กันบ่อยๆ (ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น) เลยขอพูดถึงหนังของพี่แกบ้างให้หายคิดถึง
แล้วเราก็มาถึงตอนสุดท้ายของตำนาน Death Wish กันแล้วนะครับ กับพระเอกคนเดิม พอล เคอร์ซี่ย์ (Charles Bronson) ที่มีเรื่องให้ต้องล้างบางเดนคนเป็นประจำ ในคราวนี้จริงๆ แล้วชีวิตเขากำลังจะลงตัวนะครับ เริ่มจากการเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น พอล สจ๊วต แล้วก็ได้เจอกับสาวสวยแสนดีอย่างโอลิเวีย รีเจนท์ (Lesley-Anne Down) ซึ่งพวกเขากำลังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกันในอีกไม่นาน
ชื่อไทยเขาตั้งกันได้แสบทรวงดีไหมครับ 5555
พอล เคอร์ซี่ย์ (Charles Bronson) กลับมานิวยอร์คเพื่อเยี่ยมเพื่อน แต่เดาสิครับ… ใช่แล้ว เพื่อนเขาโดนฆ่าโดยพวกสวะสังคมอีกครั้ง งานนี้พอลเลยต้องลงมือปราบพวกแก๊งอันธพาลตัวร้าย ที่งานนี้ไม่ใช่แค่พวกโจรกระจอกที่มีสองสามคน แต่มันมากันเพียบ เรียกว่าพอลกำลังจะได้เจอกับศึกล้างเดนคนที่หนักหนากว่าครั้งที่ผ่านๆ มา
นี่คือภาคต่อที่สร้างหลังจากภาคแรกฉายไปแล้วถึง 8 ปีครับ โดยที่คู่หูผู้อำนวยการสร้าง Menahem Golan และ Yoram Globus แห่งบริษัท The Cannon Films ที่กำลังก่อร่างสร้างชื่อด้วยการทำหนังแอ็กชันออกมาตีตลาดอย่างต่อเนื่อง บ้างก็ไปซื้อสิทธิ์จากหนังดังๆ มาทำภาคต่อ และ Death Wish ก็คือหนังที่ทั้งสองหมายตาครับ พวกเขาเลยไปติดต่อขอซื้อสิทธิ์หนังเรื่องนี้จาก Dino De Laurentiis ด้วยสนนราคาราว 200,000 เหรียญครับ
หนังต้นตำรับว่าด้วยการล้างแค้นสไตล์พระเอกหนวดหิน Charles Bronson กับบท พอล เคอร์ซีย์ วิศวกรหนุ่มที่ต้องสูญเสียภรรยา (Hope Lange) ไปเพราะพวกชั่ว 3 คนบุกเข้ามาปล้นถึงในบ้าน แล้วมันยังข่มขืนลูกสาวจนเธอแทบเสียสติไม่เป็นผู้เป็นคน
10 สิ่งที่นึกออก เมื่อพูดถึง Gattaca
นี่คือหนังตลกที่ดังตั้งแต่ยังไม่สร้างเพราะเฮีย Jim Carrey ได้ทุบสถิติใหม่รับค่าตัวไป 20 ล้านจากหนังเรื่องนี้ แต่ตัวหนังกลับไม่ถูกใจผู้ชมเท่าที่ควรครับ ทำเงินได้คืนมาจากทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 100 ล้านเหรียญเท่านั้น ซึ่งก็ถือว่าพอเท่าทุน (ลงไป 47 ล้านน่ะครับ ถ้าตัดค่าตัวเฮียแกออก หนังก็จะลงทุนไม่เกิน 30 ล้านเท่านั้น)
นานมาแล้วผมเคยรีวิวมินิซีรี่ส์เรื่อง Rose Red ผลงานบทโทรทัศน์ (แต่ไม่ใช่นิยายนะครับ) ของ Stephen King ว่าด้วยคฤหาสน์อาถรรพ์ผีดุที่ชื่อโรสเรด ซึ่งเรื่องนั้นสนุกครับ น่าติดตามมาก
ว่าตามจริง The Perfect Storm ไม่ใช่หนังภัยพิบัติที่สดใหม่อะไรมาก แต่ความเด็ดของมันคือ การเอาสูตรดั้งเดิมของหนังแนวนี้มาปรุงได้อย่างพอเหมาะพอดี