Action

Death Wish (1974) ล้างบัญชียมบาล

f48c718f1223e2a397a44745b1d7817c

หนังต้นตำรับว่าด้วยการล้างแค้นสไตล์พระเอกหนวดหิน Charles Bronson กับบท พอล เคอร์ซีย์ วิศวกรหนุ่มที่ต้องสูญเสียภรรยา (Hope Lange) ไปเพราะพวกชั่ว 3 คนบุกเข้ามาปล้นถึงในบ้าน แล้วมันยังข่มขืนลูกสาวจนเธอแทบเสียสติไม่เป็นผู้เป็นคน

ครั้นพอลจะพยายามหาความเป็นธรรมด้วยกฎหมาย ก็พบว่ากฎหมายนั้นไม่สามารถช่วยเหลือเขาได้ เจ้าหน้าที่บ้านเมืองได้แต่ทำตาปริบๆ จนในที่สุดเขาก็ตัดสินใจทำอะไรสักอย่างเพื่อล้างบางพวกชั่วนั่นให้หมดไปจากเมือง

ผมชอบนะครับ หนังแนวคนดีท้าชนโจรแบบสะใจ ซึ่งแม้หน้าหนังจะเหมือนพะยี่ห้อ “แอ็กชันไล่ล่าแบบจองเวร” แต่หากดูจริงๆ แล้วจะรู้สึกว่ามันคือหนังที่ตัวเอกของเรื่องประสบเคราะห์กรรมเลวร้าย และหลังจากนั้นเขาก็ยังเจอเคราะห์คล้ายๆ กันนั้นซ้ำแล้วซ้ำอีก จนเขาทนไม่ได้ที่จะลงมือจัดการกับพวกมันแบบแรงมาแรงไป

พอล ตัวเอกของเรื่องนั้น จริงๆ เขาก็พยายามใช้ชีวิตตามปกติให้ได้มากที่สุดแล้วล่ะครับ พยายามไม่คิด ไม่เศร้า และเดินหน้าต่อไป แต่ภาพภรรยาโดนฆ่าก็ยังตามมาวนเวียน แล้วที่หนักคือลูกสาวเขายังอยู่ครับ เขาต้องทนเห็นเธอในสภาพตายทั้งเป็นทุกครั้งที่พบกัน… คนเป็นสามีและพ่อเช่นเขา ย่อมเกิดความรู้สึกแค้นแบบฝังแน่นในอกอย่างไม่ต้องสงสัย

นอกจากนั้นแล้ว การที่พอลได้เห็นพวกชั่วทำตัวเย้ยกฎหมาย โดยไม่มีใครช่วยกวาดล้างพวกเดนสังคมนี่เลย เขาก็ยิ่งหมดหวังและระเบิดอารมณ์ออกมา ซึ่งจะว่าไปแล้ว หนังค่อยๆ ไล่ระดับความโกรธของพอลให้ระอุทีละน้อยได้อย่างน่าเชื่อครับ

ผมชอบฉากที่พอลต้องจัดการกับพวกผู้ร้ายเป็นครั้งแรกโดยไม่ทันตั้งตัว มันบอกอะไรได้หลายอย่าง อย่างแรกคือ “เขาไม่ได้มีเจตนาจะเล่นงานพวกมัน” แต่พอดีตอนนั้นเขาโดนโจรมาหาเรื่องอีก ในที่สุดเขาเลยตัดสินใจต่อกรกับพวกชั่วดูสักตั้ง เรียกว่ายอมมาเยอะ ครั้งนี้ไม่ยอมแล้วนะเฟ้ย

ผมว่าฉากนี้สื่อถึงตัวพอลได้ชัดมากครับ ว่าเขาไม่อยากฆ่าใคร เขาคือคนที่อยากจะศรัทธาในกฎหมายขื่อแป แต่มันก็เห็นตำตาว่าโจรมันไม่มีวันสูญพันธุ์และไม่กลับใจง่ายๆ จนใจเขาไม่อยากปรานีพวกนี้อีกต่อไป เพราะแม้วันนี้เจ้าโจรไม่ฆ่าเขาก็เถอะ แต่แล้ววันหน้าล่ะ อะไรจะรับประกันว่าเหตุที่เคยเกิดกับครอบครัวเขาจะไม่ไปเกิดที่อื่นอีก

พอลคงอยากย้อนเวลาไปหยุดยั้งเรื่องนี้ หรือไม่ก็ขอให้ใครสักคนช่วยจัดการเจ้าพวกเจ้า 3 ตัวนั่นก่อนพวกมันจะยกโขยงมาฆ่าภรรยาของเขา… แต่ในเมื่อเขาย้อนอดีตไม่ได้ เขาก็ยังพอกำหนดอนาคตโดยการลดจำนวนประชากรของพวกเหล่าร้ายได้ เพื่อเพิ่มโอกาสให้คนดีได้อยู่รอดปลอดภัย แมัสักคนสองคนก็ยังดี

แล้วหนังยังเสนอมุมมองน่าขันอีกนิดว่า ตำรวจปล่อยให้มีอันธพาลมากมายโดยไม่ไปตามจับให้หมดๆ แต่พอพอลเริ่มลงมือบ้าง พวกตำรวจก็ตั้งเป้าจับเขาเป็นวายร้ายที่ทางการต้องการตัวเป็นหมายเลข 1 เลย

… ถ้าตำรวจกระตือรือร้นแบบนี้ตั้งแต่แรก พอลก็อาจไม่ต้องมาฆ่าใคร และครอบครัวเขาก็อาจจะยังมีความชีวิตและชีวาอยูก็ได้

บางครั้งก็ตลกนะครับ พอลไปไหนก็ตาม เจอแต่พวกชั่วมากมาย แต่ไหงตำรวจถึงหาพวกมันเจอได้แบบยากเย็น แต่หากมองอีกแง่ให้เป็นธรรมก็น่าเห็นใจตำรวจล่ะครับ เพราะกำลังพลพวกเขาไม่ได้มีมากมายเพียงพอจะดูแลคนได้หมดซะเมื่อไร

ดังนั้นการดับพันธุ์โจรแบบที่พอลทำก็ถือเป็นทางหนึ่งในการดับปัญหา แต่คงย่อมดีกว่าหากเราจะมีวิธีป้องกันก่อนมันจะเกิด และหาทางลดมิจฉาชีพลง โดยไม่ต้องมีใครตาย

ผมว่าหนังเล่าสื่อประเด็นได้ครบองค์ดีครับ มีทั้งด้านดีและด้านลบในการกระทำของพอล เรียกว่าไม่ได้เชียร์ไม่ได้บอกว่าพอลคือฮีโร่ อย่างการที่พอลลงมือจัดการเหล่าร้ายก็ทำให้คนอยากหันมาป้องกันตัวเองบ้าง แต่สำหรับบางคนก็กลายเป็นการกระตุ้นความรุนแรงในตัว ส่งผลให้พวกเขาเลือกที่จะใช้กำลังเป็นทางออกง่ายขึ้นกว่าเดิมด้วย

death_wish_charles_bronson_h_2016

ถือเป็นหนังที่มันส์ทีเดียวล่ะครับ ไม่น่าแปลกที่ Bronson จะดังอมตะไปกับหนังชุดนี้ เพราะเขาเล่นดีจริงๆ ครับ แววตาท่าทางดูไร้พิษภัยแต่ก็แฝงไว้ซึ่งอันตราย ประมาณว่า “อย่าแหย่เสือหลับ” นั่นแหละครับ

กล่าวกันว่าก่อนที่ Bronson จะได้รับบทนี้ หนังเรื่องนี้ก็มีการเตรียมงานสร้างมานานครับ แล้วก็เปลี่ยนทีมไปหลายครั้งทั้งตัวผู้สร้าง ผู้กำกับ และนักแสดง รวมถึงแนวทางของเรื่องด้วย

แรกเริ่มเดิมทีหนังจะกำกับโดย Sidney Lumet ครับ ส่วนคนมารับบทพอลก็คือ Jack Lemmon ซึ่งท่าทางซื่อๆ ไร้พิษภัยของ Lemmon นั้นจัดว่าตรงกับคาแรคเตอร์ของตัวละครในนิยาย (หนังสร้างจากนิยายชื่อเดียวกันนี้ของ Brian Garfield) แล้วก็วางตัวให้ Henry Fonda มาแสดงเป็นฝ่ายตำรวจที่มีหน้าที่ตามจับพอล และยังมีความตั้งใจว่าจะถ่ายทำหนังออกมาเป็นขาวดำด้วย

แต่แล้วผู้สร้างคนเก่าก็ตัดสินใจไม่สานงานต่อ บทเลยตกมาอยู่กับ Dino De Laurentiis แล้วพล็อตเรื่องก็ค่อยๆ มีการปรับให้แนวหนังมีความเป็นตลาดมากขึ้นอย่างที่เห็นครับ

ก็มีดาราหลายคนที่ได้รับการทาบทามในบทพอลนะครับ เริ่มจาก Steve McQueen ตามด้วย Frank Sinatra ซึ่งทั้งสองก็บอกปัดไป จากนั้นชื่อของ Clint Eastwood ก็ได้รับการจับตาเพราะตอนนั้นเขาเพิ่งดังไปแบบสุดๆ จากบทจ่าปืนโหด Dirty Harry แต่ Eastwood เองก็มองว่าตนนั้นไม่เหมาะกับบทนี้ พร้อมเสนอให้ทีมงานลองไปทาบทาม Gregory Peck มาแสดงน่าจะเหมาะกว่า แต่ Peck ก็ไม่ได้มาแสดง) ว่าง่ายๆ คือจนแล้วจนรอด De Laurentiis ก็ยังไม่สามารถหาคนมาแสดงนำได้สักที

ระหว่างนั้นเลยมีการคัดตัวผู้กำกับไปก่อน ซึ่งคนที่ De Laurentiis หมายตามาแต่แรกก็คือ Michael Winner ที่ทำหนังเข้าตา De Laurentiis มาโดยตลอดในช่วงยุค 70 ทั้งยังเคยได้ร่วมงานแล้วถูกชะตากันอีกต่างหาก เขาเลยส่งบทไปพร้อมทาบทามให้ Winner มากำกับ

พอดีว่าตอนนั้น Winner เพิ่งเสร็จงานจากกองถ่ายหนังเรื่อง The Stone Killer ที่มีดารานำคือ Bronson นั่นเอง (และ De Laurentiis ก็มีส่วนช่วยสร้างหนังเรื่องนี้เหมือนกัน) ซึ่งเขากับ Bronson ที่สนิทกันมากก็กำลังคุยกันอยู่เลยครับว่าอยากทำหนังด้วยกันอีกสักเรื่อง แล้วก็ประจวบเหมาะมากๆ ที่บท Death Wish มาถึงมือ Winner พอดี

เมื่อ Winner อ่านบทแล้วรู้สึกชอบ เลยนำมาบอกต่อให้ Bronson ได้รู้ โดย Winner บอก Bronson ว่า “ผมเพิ่งได้บทหนังเยี่ยมๆ มาเรื่องหนึ่งนะ ชื่อว่า Death Wish เป็นเรื่องของผู้ชายคนหนึ่ง ที่ลูกเมียถูกพวกเดนคนรุมทำร้าย เขาเลยออกไปไล่ยิงพวกมัน”

“ผมชอบนะ เป็นผมก็คงทำน่ะ” Bronson ตอบ

Winner เลยถามว่า “ทำ? หมายถึงทำหนังน่ะหรือ?”

“หมายถึงถ้านั่นเป็นผม ผมก็จะไปไล่ยิงพวกมันเหมือนกัน” Bronson ตอบ และในนาทีนั้น Winner รู้ทันทีว่าใครเหมาะกับบท พอล เคอร์ซีย์อย่างที่สุด!

นอกจากการแสดงดีๆ ของ Bronson แล้ว คนอื่นๆ ก็แสดงได้น่าประทับใจไม่แพ้กันครับ อย่าง Vincent Gardenia ดาราหน้ามีเอกลักษณ์ (โดยเฉพาะตอนลุงเขาทำหน้าเบื่อโลก) มารับบทเป็นจ่าแฟรงค์ อ็อกโฮ คนที่คอยตามจับพอล แล้วเรายังได้เจอ Jeff Goldblum ด้วย มาแสดงเป็นหนึ่งในพวกเดนคนนั่น อีกทั้งยังมี Denzel Washington มาแสดงบทเล็กๆ เป็นหนึ่งในคนจรจัด (ไม่ใช่คนที่ทำร้ายครอบครอวของพอลนะครับ) ซึ่งทั้ง Goldblum และ Washington นั้นเพิ่งแสดงหนังเป็นครั้งแรกก็ในเรื่องนี้นี่แหละครับ

ถือเป็นหนังแอ็กชันล่าล้างแค้นที่ดูแล้วสะใจครับ น่าติดตาม แต่อาจจะไม่ได้เดินเรื่องฉับไวอะไรมากมายนะครับ ทว่าก็ไม่มีช่วงที่น่าเบื่อเลย

คอหนังแนวนี้ อย่าพลาดครับ

สองดาวครึ่งบวกๆ ครับ

Star22

(7.5/10)

Advertisements