สัปดาห์ที่ผ่านมาผมเจอหนังฉลามสไตล์เกรดบี (อาจจะค่อนไปทางซีด้วย) แบบนี้ไป 5 เรื่องครับ รู้สึกสะใจผสมกระอักอยู่เหมือนกัน มันมาหลายแบบมากเหลือเกิน
สัปดาห์ที่ผ่านมาผมเจอหนังฉลามสไตล์เกรดบี (อาจจะค่อนไปทางซีด้วย) แบบนี้ไป 5 เรื่องครับ รู้สึกสะใจผสมกระอักอยู่เหมือนกัน มันมาหลายแบบมากเหลือเกิน
ถ้าเมื่อ 10 กว่าปีก่อนมีคนบอกผมว่า “ในอนาคตหนังแนวสัตว์โลกน่ารักจะเป็นหนึ่งในแนวหนังที่มีคนคิดค้นอะไรใหม่ๆ ใส่ลงไปมากที่สุด” ผมก็คงไม่เชื่อนะ
เห็นชื่อตอนแรกก็คิดว่ามันคือการรีเมคหรือเปล่า แต่เท่าที่จำได้ก็คือมันยังไม่เคยเป็นโปรเจคท์ที่มีการสร้างกันแบบเป็นเรื่องเป็นราวเลย (มีแต่ข่าวลือว่า “จะทำๆ”)
นี่เป็นหนังรีเมคนะครับ ซึ่งผมเคยได้ดูต้นฉบับมาก่อน มันเป็นหนังทีวีน่ะครับ แต่แม้จะเป็นเพียงหนังทีวีและเก่าตั้งเกือบ 40 ปีแล้วก็ตาม แต่มันก็ยังทำได้น่ากลัวตื่นเต้น ได้มาตรฐานสำหรับหนังสยองดีทีเดียว
ภาคต่อของ Willard หนังที่ว่าด้วยชายคนหนึ่งเป็นเพื่อนกับหนูฝูงใหญ่น่ะนะครับ แล้วจากนั้นเขาก็ใช้มันในการแก้แค้น
วิลลาร์ด สไตลส์ (Bruce Davison) คือหนุ่มจอมหงอที่เข้ากับใครไม่ค่อยเป็นจนไม่มีเพื่อนเลย ความกล้าก็ไม่ค่อยมี แล้วยังถูกบีบให้ออกจากงานโดยเจ้านายวายร้ายนามว่า อัล มาร์ติน (Ernest Borgnine) ทั้งๆ ที่บริษัทที่เขาทำงานอยู่นี้ก็ก่อตั้งโดยพ่อของเขาแท้ๆ แต่ดันมาเจอนายอัลฮุบไปอย่างไม่เป็นธรรม
นี่ก็เป็นหนึ่งในขบวนหนังฮอลลีวู้ดที่เอานิทานเก่าๆ มาเล่าใหม่ แบบใส่ความมันส์เพิ่มขึ้น เรื่องไหนใส่บู๊ได้ก็ใส่บู๊ (ขนาด Snow White ผู้อ่อนหวานไร้เดียงสาก็ยังโดนจับไปใส่บู๊ได้ครับ 555) หรือเรื่องไหนใส่เลือดเพิ่มโหดได้ก็จัดกันไปอย่างเรื่องนี้เป็นต้น
การดู I, Frankenstein รู้สึกเหมือนได้ดู Van Helsing, Underworld และ The League of extraordinary Gentlemen เลยครับ เพราะอะไรหลายอย่างมาทางเดียวกันเด๊ะๆ
ก่อนว่ากันถึง Godzilla ของใหม่ก็ขอย้อนไปรำลึกของเก่าสักหน่อยนะครับ
ผมว่าทั้ง Vin Diesel และผู้กำกับ David Twohy คงคาดไม่ถึงว่าตัวละครแอนตี้ฮีโร่นามว่า ริดดิก จะกลายเป็นคาแรคเตอร์ที่คอหนังชื่นชอบจดจำ จนทำให้มีหนังว่าด้วยริดดิกโดยเฉพาะตามออกมาอีก 2 ภาคด้วยกัน