ภาคแรกโด่งดัง ภาคสองก็ต้องตามมาเป็นของธรรมดาครับ แล้วก็ถือเป็นภาคต่อที่ทำออกมาได้สนุกไม่แพ้ภาคแรกด้วย
หนังก็ว่าด้วยการผจญภัยของ 2 พี่น้อง แบมบิโน่ (Bud Spencer) และทรินิตี้ (Terence Hill) ที่คราวนี้พ่อแม่ของพวกเขาได้ทำการฝากฝังสั่งแบทบิโน่เลยว่าต้องดูแลทรินิตี้ให้ดีๆ แบมบิโน่เลยพยายามสอนน้องให้เป็นโจร แต่สุดท้ายชะตากรรมก็ชักนำพวกเขาไปอีกทางแทน ซึ่งก็แน่นอนว่ามันย่อมเต็มไปด้วยเรื่องวุ่นๆ บ้าๆ และฮากระจาย
บอกตรงๆ ว่าก่อนผมจะดูหนังชุดนี้ ผมเคยคิดนะว่ามันก็คงเป็นหนังคาวบอยสปาเก็ตตี้อีกชุดที่มีพระเอกเท่ห์ แอ็คชั่นมันส์ มีการดวลกัน ฝุ่นทรายคละคลุ้ง แต่ไม่นึกไม่ฝันเลยว่าหนังมันจะไปโทนฮา และมันฮาแบบจริงๆ จังๆ ซะด้วยนะครับ คือพวกแอ็คชั่นนี่แทบจะไม่เจอเลย หลักๆ มันคือการเดินหน้าหาเรื่องของทรินิตี้ที่ขยันหาเท้ามาใส่ตัวเหลือเกิน ซึ่งภาคนี้ก็เดินเรื่องแบบไปเรื่อยๆ ครับ มีอะไรให้ตามตลอด จัดว่าสนุกไปอีกแบบ
ผมรู้สึกถูกชะตากับภาคนี้มากขึ้นกว่าภาคแรกครับ ตั้งแต่ความน่ารักของพี่น้องคู่นี้ อย่างตอนแรกที่ทำท่าว่าจะปล้น แต่ไปๆ มาๆ พอเห็นเป้าหมายตกระกำลำบาก เลยกลายเป็นไปช่วยแทน แล้วยังมีการให้เงินไปหาหมออีกนะ เออ เป็นงั้นไป
หรือตอนที่พวกเขาเข้าเมืองไป แล้วต่างคนต่างแยกย้ายไปทำธุระ ปรากฏว่าระหว่างที่แบมบิโน่คุยกับชาวเมืองถึงประโยคที่ว่า “ไม่ควรไปสบตากับไวลด์แคตส์ เฮนดริกซ์ (Antonio Monselesan) เพราะจะมีเรื่องได้” เท่านั้นแหละแบมบิโน่วิ่งอ้าวตรงไปหาทรินิตี้ทันที เพราะรู้ว่าคนที่จะมีเรื่องกับไลด์แคตส์ได้ต้องหนีไม่พ้นทรินิตี้แน่นนอน แล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ
กลายเป็นความผูกพันไปโดยปริยายครับ มันรู้สึกผูกพันกับพี่น้องคู่นี้ไปแล้ว ทั้งที่เอาจริงๆ ผมเพิ่งรู้จักพวกเขาจากภาคแรกแค่ภาคเดียวนะเนี่ย แต่พวกเขาเล่นได้ดี เนียนไปกับบทจนเรารู้สึกเหมือนพวกเขามีตัวตนจริงๆ และความบ้าบอสไตล์ของพวกเขามันก็ทำให้เราจดจำได้ ดูไปถึงจุดหนึ่งจะรู้เลยว่าถ้าเกิดเรื่องแบบนี้แล้วทรินิตี้จะทำยังไง หรือถ้าเกิดสถานการณ์แบบนี้แล้วแบมบิโน่จะแสดงออกยังไง มันกลายเป็นรู้ใจพวกเขาไปเลย

ต้องชม Hill กับ Spencer จริงๆ ครับ เล่นได้ลื่นมาก หนังดูเพลินตลอดเรื่องก็เพราะพวกเขานี่แหละ ส่วนความฮานี่ก็ต้องบอกก่อนว่ามันฮาแบบหนังคู่หู แต่จังหวะของความตลกมันจะไม่ได้โบ๊ะบ๊ะแบบตลกสมัยใหม่ แต่มันคือการที่หนังจับพวกเขาใส่ลงไปในสถานการณ์หนึ่ง แล้วจากนั้นพวกเขาก็ตอบสนองตามแบบฉบับของตัวเอง แล้วความฮาก็จะค่อยๆ ไหลมา แต่มันจะไม่ใช่ความฮาแบบเล่นมุก แต่มันคือการฮาเพราะการตอบสนองของพวกเขามันไม่ค่อยเหมือนชาวบ้าน
เท่าที่ทราบมานี้หลายซีนเลยนะครับที่พวกเขาด้นสดกันเองตอนถ่ายทำเลย อย่างฉากในภัตตาคารนี่อันหนึ่งล่ะ Hill และ Spencer ใส่กันสดๆ หน้างานเลย แล้วมันก็ออกมาบ้าบอสมกับความเป็นพวกเขาจริงๆ
ไม่แปลกใจเลยครับที่ภาคนี้จะดังหนักกว่าภาคแรกอีก ในอิตาลีนี่ภาคแรกทำเงินราว 7,000 ล้านลีร์ ส่วนภาคนี้ดับเบิ้ลขึ้นไปอีกครับ ทำไป 14,500 ล้านลีร์ ส่งผลให้หนังครองตำแหน่งหนังอิตาลีที่ทำงานสูงสุดตลอดกาล (ก่อนในเวลาต่อมาตำแหน่งจะถูกเรื่องอื่นแย่งไป)
ส่วนอื่นๆ ของโลกก็ฮิตครับ อย่างในเยอรมันตะวันตกนี่มีคนตีตั๋วเข้าไปดูกว่า 12 ล้่านคน หรือในไทยเราก็เถอะ คนก็ต่อคิวรอดูกันอย่างเยอะ
และหลายซีนในหนังนี่คือสร้างเอกลักษณ์ให้คนดูจำเลยครับ อย่างซีนเล่นไพ่ที่ทรินิตี้โชว์ลีลาสับไพ่แบบโคตรเซียนซึ่งฉากนี้ Hill เล่นเองเลยครับ โดยก่อนจะถ่ายทำเขาได้ไปฝึกวิชากับนักมายากล Tony Binarelli และพอถึงตอนถ่ายทำ ตอนแรกผู้กำกับก็กะจะให้คนอื่นมาสับไพ่แทน แต่ที่ไหนได้ Hill โชว์ลีลาโคตรเซียนให้ทุกคนดูจนคนทั้งกองอึ้งไปเลย
สนุกครับ พูดได้เต็มปากว่าหนังสนุก เบาสมอง ดูเพลิน แต่อันนี้ก็ต้องบอกก่อนว่าบางครั้งความฮาก็เป็นเรื่องของยุคสมัยน่ะนะครับ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากหลายท่านดูแล้วจะรู้สึกเฉย หรือไม่เห็นว่ามันตลก แต่สำหรับผมแล้วหนังถือว่าฮาได้เรื่อยๆ ครับ อาจไม่ถึงขั้นฮาแตกจนน้ำตาไหล แต่มันดูเพลินและไหลไปเรื่อยๆ ดูแล้วผ่อนคลายได้ดีจริงๆ
และอีกอย่างที่ต้องยอมรับก็คือ Yanti Somer นางเอกของเรื่องนั้นน่ารักมากมายเลยครับผม
สองดาวครึ่งบวกๆ ครับ
(7.5/10)
ชื่ออื่นๆ
All the Way Trinity
… continuavano a chiamarlo Trinità
Categories: Movie Reviews, Comedy, Recommended Movies, Western












