โอลก้า (Irene Azuela) แยกทางกับสามี แล้วก็พาลูกสาวที่ชื่อ เบรา (Isabella Arroyo) ย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังใหม่ แต่กลายเป็นว่าโอลก้าเจอสมุดบันทึกอยู่ในบ้าน และมันคือสมุดบันทึกของฆาตกรต่อเนื่อง!
เป็นหนังที่พล็อตเรื่องน่าสนใจครับ ปมในหนังเอาจริงๆ ก็เข้าท่านะ แต่ปัญหาคือดูไปไม่นานมันก็เดาอะไรๆ ได้แบบไม่ยากเย็น จนเสน่ห์ความเป็นหนังลึกลับซ่อนเงื่อนมันลดปริมาณลงตามลำดับ และที่สำคัญคือหนังไม่ชวนระทึก ไม่ตื่นเต้นสักเท่าไหร่ อะไรๆ ที่เหมือนจะดีในตอนแรกมันเลยกลายเป็นจืดลงๆ
แล้วที่น่าหนักใจกว่าคือการที่ตัวเอกอย่างโอลก้าทำในสิ่งที่ไม่ควรทำซะเยอะ พูดง่ายๆ คือถ้าใครอยากดูหนังที่ตัวเอกใช้สมองให้ตัดสินใจแบบฉลาดๆ ล่ะก็ ไม่ใช่เรื่องนี้ครับ เพราะตอนท้ายที่เรื่องมันไปกันใหญ่นี่ก็เพราะเจ๊โอลก้านี่แหละ
เอาล่ะ ทีนี้ผมจะพูดถึงข้อดีอีกจุดของหนัง แต่คิดแล้วคิดอีกก็เป็นไปได้ว่ามันจะกลายเป็นสปอยล์สำหรับใครหลายๆ คน ดังนั้นผมขอเพลย์เซฟไปเล่าในโซนสปอยล์ดีกว่านะครับ
===== สปอยล์ครับ =====
แต่ท่ามกลางการตัดสินใจที่ไม่ฉลาดของโอลก้า มันก็ยังมีข้อดีอยู่ อันนี้ก็สปอยล์เลยนะครับ ว่าฆาตกรต่อเนื่องในเรื่องก็คือลูกสาวของเธอนั่นแหละ ประมาณว่าสมุดนั้นโผล่มาจากอนาคต คนที่เขียนก็คือเบรานั่นเอง
ข้อดีที่ว่าก็คือ หนังทำให้เราเห็นภาพแบบชัดเจนครับ ว่าการกระทำของพ่อแม่นั้นมันส่งผลถึงลูกขนาดไหน อย่างการที่เบราโตไปเป็นฆาตกรต่อเนื่องนั้น อย่างแรกก็เพราะพ่อแม่แยกทางกัน แล้วพอมาพิจารณาดีๆ เราก็จะเห็นว่าถ้าพ่อและแม่ของเบราต่างก็ไม่ใช่พ่อแม่ที่สุขุม ใจเย็น หรือมีวิธีการรับมือกับปัญหาอย่างฉลาดเท่าที่ควร ยิ่งการกระทำของโอลก้าตอนหลังๆ มันเลยทำให้เข้าใจได้น่ะครับที่อะไรทั้งหมดนี้จะส่งผลต่อเบราซะขนาดนั้น
ผมเข้าใจครับ ว่าคนเราเครียดกันได้ เชื่อว่าหลายคนก็คงคิดว่า “พ่อแม่เครียดไม่ได้เลยหรือไง ก็เครียดนี่จะให้ทำไง” อันนั้นเข้าใจเลยครับ ไม่ว่าใครเพศไหนหรืออายุเท่าไหร่ก็เครียดได้ ไม่แปลก แต่สิ่งสำคัญมันอยู่ที่เมื่อเครียดแล้ว ท่านจัดการกับตนเองอย่างไร
บางคนเครียดแล้วก็เครียดไป หงุดหงิดอาละวาดฟาดงวงฟาดงา แล้วก็ทำแบบนั้นจนเป็นนิสัยประจำตัว – ท่านที่เลือกเดินบนทางนี้ ชีวิตก็จะเป็นแบบหนึ่ง

ในขณะที่บางคนเครียดแล้วก็พยายามกลับมารับรู้ความรู้สึกตัวเอง ว่าตอนนี้เรากำลังเครียดนะ เรากำลังใช้อารมณ์นะ แล้วจากนั้นก็พยายามหาทางผ่อนมันลง พยายามหาทางที่จะควบคุมมัน หรืออยู่ร่วมกับมันโดยไม่ปล่อยให้มันมากุมบังเหียน ไม่ปล่อยให้มันมาเป็นเจ้านายบงการชีวิตเราให้ไหลไปตามอารมณ์โกรธนั้น – ท่านที่เลือกเส้นทางนี้ ท่านก็จะมีชีวิตอีกแบบหนึ่ง
ผมไม่ปฏิเสธครับว่าตอนที่เราพยายามจัดการหรือควบคุมอารมณ์ในคราวแรกๆ มันอาจจะยาก หรือเราอาจพ่ายแพ้ต่ออารมณ์โกรธในที่สุด มันเป็นเช่นนั้นได้ครับ แต่ถ้าท่านหมั่นฝึกกุมบังเหียนชีวิตตนเอง หรืออย่างน้อยก็หาทางให้ตัวเองสามารถอยู่ร่วมกับอารมณ์โกรธได้โดยไม่ปล่อยให้มันมาขึ้นขี่หลังเรา คราวแรกยากก็ไม่เป็นไรครับ ถ้าอารมณ์ขึ้นอีกก็ฝึกตัวเองใหม่ ฝึกตัวเองไปเรื่อยๆ ถึงจุดหนึ่งท่านก็จะสามารถมีทักษะในการคุมตัวเองที่ดียิ่งขึ้น หรืออย่างน้อยก็จะสามารถรับมือกับความเครียดหรืออารมณ์โกรธได้ไวขึ้น
จิตก็เหมือนร่างกายครับ สามารถฝึกได้ เสริมทักษะได้ หรือทักษะการเป็นพ่อแม่ก็เหมือนกัน ทุกคนก็ไม่ได้มีทักษะนี้มาตั้งแต่เกิด เราก็ต่างก็เริ่มเข้างานในฐานะพ่อแม่หลังจากมีลูกด้วยกันทั้งนั้น
สำหรับผมแล้ว การดูหนังเรื่องนี้ แม้มันจะไม่สนุกอะไรนัก แต่มันก็เป็นหนังอีกเรื่องที่เอาประเด็นนี้มาย้ำเตือนให้ผมฉุกคิด ให้ผมได้ตระหนักอีกหนว่าสิ่งที่พ่อแม่อย่างเราทำหรือไม่ทำให้ลูกเห็นนั้น มันย่อมส่งผลต่อถึงลูกไม่มากก็น้อย ดังนั้นถ้าเราเห็นลูกทำตัวไม่ดี เราต้องย้อนมองตัวเองก่อนเพื่อนว่าลูกได้อะไรที่ไม่ดีนั้นไปจากเราหรือไม่ ถ้าใช่ก็ต้องยอมรับและปรับปรุง แต่ถ้าสิ่งไม่ดีที่ลูกทำนั้นไม่ได้มาจากเรา เราก็ต้องคอยอยู่เคียงข้างลูกเพื่อสอนเขาและบางทีก็ต้องเรียนรู้ไปพร้อมเขา เพราะบางทีนิสัยที่ไม่ดีที่แพร่หลายกันอยู่ในโลกทุกวันนี้ มันก็มีการอัพเกรดตัวเองจนเราอาจตามไม่ทันเหมือนกัน
ชีวิตลูกของเราจะเป็นอย่างไรในภายหน้า ส่วนสำคัญก็ขึ้นกับเรานี่แหละครับ
อีกจุดที่ชอบคือการแสดงของ Arroyo ครับ น้องเขาดูจิตได้สมบทบาทมากมาย น่ากลัวไม่ใช่เล่น
===== หมดสปอยล์ครับ =====
สรุปคือหนังไอเดียดีครับ แต่การเล่าเรื่องอาจไม่เวิร์คนัก เลยสนุกน้อยและลุ้นน้อยไปหน่อย แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้ผมได้คิดสำรวจตรวจสอบ และทบทวนตัวเองในฐานะพ่อ ดังนั้นมันก็พอจะมีข้อดีอยู่บ้าง
ไม่ถึงสองดาวครับ
(5.5/10)
ชื่ออื่นๆ
El Diario
Categories: Movie Reviews, Mystery, Thriller












