
ไมเคิล เมสัน (Jason Statham) คือชายลึกลับที่ใช้ชีวิตอยู่บนเกาะเพียงลำพังมาหลายปี แล้ววันหนึ่งเพื่อช่วยชีวิตเด็กสาวนาม เจสซี่ (Bodhi Rae Breathnach) เขาเลยต้องออกจากเกาะนั้น อันทำให้พวกที่ตามหาเขาอยู่ยกโขยงกันมาล่าเขาแบบไม่ตายไม่เลิก
หนังบู๊เดี่ยวท้าลุยสไตล์พี่ Jason ครับ ก็ต้องบอกเลยว่าถ้าท่านคาดหวังลีลาบู๊มันส์ๆ ก็อาจต้องเผื่อใจไว้หน่อย เพราะเอาเข้าจริงๆ หนังบู๊ไม่เยอะ ส่วนใหญ่พื้นที่จะถูกเทไปที่เรื่องเชิงดราม่าที่ว่าด้วยความผูกพันระหว่างไมเคิลกับเจสซี่มากกว่า และฉากบู๊ที่ว่ามีไม่เยอะนี่ ที่เข้าข่ายว่าเดือดสมกับเป็นหนังพี่ Jason จริงๆ ก็มีตอนกลางเรื่องที่เขาต้องปะทะกับเวิร์กแมน (Bryan Vigier) รอบแรก แล้วก็มาเดือดอีกหน่อยตอนบู๊ที่คลับ แต่นอกนั้นไม่ค่อยมีอะไร
ขนาดการบู๊รอบสุดท้ายระหว่างเขากับเวิร์กแมนก็ยังถือว่าธรรมดา ไม่เดือดเท่ารอบแรก
ดังนั้นใครคาดหมายฉากบู๊ก็อาจไม่สมหวังนัก แต่กระนั้นผมก็ยังโฮเคกับหนังนะครับ เพราะกลายเป็นว่าพาร์ตที่ผมดูแล้วโอเคกลับเป็นพาร์ตดราม่า ที่หนังทำให้เราเชื่อได้จริงๆ ว่าไมเคิลเป็นห่วงเป็นใยเจสซี่ และเจสซี่เองก็ห่วงไมเคิลเช่นกัน พาร์ตส่วนนี้ผมชอบครับ ยิ่งตอนที่เจสซี่พูดว่า “หนูเหลือแค่คุณแล้วนะ” ใจมันจี๊ดขึ้นมาเลย จุดนั้นแหละที่ผมตระหนักว่าผมอินกับพวกเขาไปด้วยจริงๆ
หนังกำกับโดย Ric Roman Waugh ที่เคยทำหนังคนคุกที่ผมชอบอย่าง Felon แล้วก็หนังบู๊ระดับกลางๆ ค่อนไปทางบวกอย่าง Snitch, Angel Has Fallen, Greenland และ Kandahar ซึ่งสำหรับเรื่องนี้ผมว่าสนุกกว่า Kandahar ครับ แต่ยังไม่เท่า 3 เรื่องแรก ส่วนตัวมองว่าหนังเสิร์ฟฉากบู๊น้อยไปหน่อย และที่สำคัญคือฉากบู๊หลายๆ ฉากมันอยู่ในความมืดมากไป เลยเห็นลีลาพี่เขาไม่ชัด ซึ่งก็มีส่วนในการบั่นทอนความมันส์อยู่เหมือนกัน
พอดูแล้วก็พอเข้าใจครับว่าทำไมรายได้ถึงไม่ดีนัก ในอเมริกาได้ไปแค่ $12 ล้านเท่านั้น ยังดีที่รายได้ทั่วโลกได้คืนมาประมาณ $54 ล้าน แต่ถ้าเอามาเทียบกับต้นทุนระดับ $50 ล้านแล้ว ก็ถือว่าหนังยังติดตัวแดง ก็ต้องมาโปะเอาตอนลงสตรีมนี่แหละ
ยอมรับว่าการดูหนังบู๊ระยะหลังๆ ของพี่ Jason นี่ผมจะทำใจไว้ล่วงหน้า เพราะดีกรีความเดือดมันจะไม่เท่าหนังยุคก่อน แต่กระนั้นก็ไม่ถึงขั้นผิดหวัง ยังพอดูได้เรื่อยๆ ถ้ามาย้อนนึกไปนี่หนังของพี่ Jason ที่ทำให้ผมสนุกเรื่องล่าสุดนี่ก็โน่นเลยครับ Wrath of Man (2021) แต่ไม่ต้องห่วงครับ พี่เขายังมีหนังมาให้เราดูอีกเรื่อยๆ ก็หวังว่าจะแก้มือได้สักเรื่องล่ะน่า
สรุปว่าถ้าท่านป็นแฟนพี่ Jason ก็จัดไปครับ แต่ก็ต้องเผื่อใจเรื่องปริมาณการบู๊ไว้บ้าง ว่ามันจะไม่เยอะและไม่ถึงกับเดือดมาก ส่วนผมนั้นกลายเป็นว่าโอเคกับหนังเพราะพาร์ตดราม่าครับ อันนี้ก็ต้องชมนะว่าพี่ Jason นี่ถือเป็นดาราขาบู๊ที่ไม่ได้มีดีแค่ออกหมัด แต่ในการแสดงอารมณ์นี่พี่เขาก็ทำได้เหมือนกัน และทำได้ดีซะด้วย
สองดาวกว่าๆ ครับ
(6.5/10)
หมวดหมู่:Action, Drama, Movie Reviews, Thriller











