เจมส์ ไดอัล (Wesley Snipes) อดีตเจ้าหน้าที่ซีไอเอมือพระกาฬถูกตามตัวมารับภารกิจลอบสังหารผู้ก่อการร้าย แต่กลายเป็นว่าเขาถูกหักหลังครับ อันนำมาสู่การตามล่าหาความจริงว่าผู้อยู่เบื้องหลังต้องการอะไรกันแน่
ไม่ต้องพูดพล่ามทำเพลงครับสำหรับหนังแอ็คชั่นของพี่ Wesley ในยุค 2000 ที่เริ่มเข้าสู่ช่วงขาลง ส่วนใหญ่หนังที่ทำก็จะลงวดีโอครับ และเรื่องนี้ก็เช่นกัน แต่แม้จะเป็นหนังเกรดรองทว่าทุนสร้างนี่ $18 ล้านเชียวนะครับ เพราะสมัยนั้นชื่อพี่เขายังขายได้อยู่ และพอหนังลงดีวีดีก็สามารถขายไปได้กว่า 8 แสนแผ่นทีเดียว ตีเป็นเงินก็ประมาณ $15 ล้าน และนี่คือข้อมูลเมื่อปี 2012 นะครับ ป่านนี้รายได้ทั้งจากแผ่นทั้งจากตอนลงเคเบิ้ลและลงสตรีมมิ่งนี่ก็น่าจะคืนทุนและได้กำไรไปแล้วล่ะ
ส่วนตัวหนังว่ากันตรงๆ ก็คือไม่ได้สนุกอะไรนักครับ อย่างบทนี่ดูแล้วรู้เลยว่าเขียนมาเพื่อทำหนังแอ็คชั่นแบบง่ายๆ กะโกยเงินโดยใช้ชื่อของพี่ Wesley แบบเต็มที่ เพราะแม้มันจะมีการหักหลัง มีแผนร้ายอะไรก็เถอะ แต่หนังเล่าง่ายๆ ปมก็ผูกง่ายๆ ก่อนจะคลายแบบง่ายๆ โดยไม่มีอะไรให้ลุ้นมากนัก ส่วนฉากแอ็คชั่นก็มีตามธรรมเนียม แต่ก็ไม่ได้ตื่นเต้นเร้าใจอะไร พูดง่ายๆ คือเฉยครับ เรื่องนี้เฉยจริงๆ
แล้วระหว่างดูนี่หลายอย่างมันก็ลงสูตรสำเร็จจริงๆ นะ อย่างฉากที่พี่ Wesley แกเดินจากรถที่กำลังจะระเบิดไปอย่างช้าๆ เดินแบบเท่ห์ๆ แล้วกล้องก็จับใบหน้าอันแสนสุขุมของพี่เขา ตามด้วยการระเบิดที่เปลวไฟแผดขึ้นมาเป็นฉากหลัง จริงๆ ฉากนี้มันควรจะเท่ห์นะ แต่ด้วยมุมกล้องที่ดูแคบๆ กลับทำให้มันดูเป็นอะไรที่ไม่เวิร์คเท่าที่ควร

อีกอย่างที่เลิกคาดหวังได้คือฉากบู๊แบบต่อสู้หรือฉากฟัดครับ เพราะตามท้องเรื่องเขาก็บอกอยู่แล้วว่าเจมส์น่ะมือเก๋า ดังนั้นนักฆ๋ารุ่นใหม่พอมาเจอพี่เขาถ้าไม่โดนยิงตายในเวลาอันสั้นก็โดนตั้นและซัดจนหมอบกระแตในเวลาไม่ถึงนาที แหม่ ทำเป็นพี่ซีเก้าไปได้ 5555
ไปๆ มาๆ พาร์ตที่พอจะโอเคคือส่วนของดราม่าครับ นั่นคือความสัมพันธ์ระหว่างเจมส์กับเอมิลี่ (Eliza Bennett) สาวน้อยที่มาช่วยเหลือตอนเขาบาดเจ็บ พาร์ตนี้ผมมองว่าไม่เลว ซึ่งคนที่ต้องชมก็คือนักแสดงล่ะครับ พี่ Wesley ก็พอได้ ส่วน Bennett ก็ถือว่าแสดงได้ดี แล้วก็ยังมี Gemma Jones มาแจมอีกคน ส่วนนี้ผมว่าดีตรงการแสดง ในขณะที่บทก็อย่างที่บอกครับว่าน่าจะยังดีได้อีก
หนังกำกับโดย Josef Rusnak เจ้าของงานหนังไซไฟเข้าท่าอย่าง The Thirteenth Floor แต่ก็ดูเหมือนหลังจากเรื่องนั้นแล้วก็ไม่มีเรื่องไหนเข้าเป้าอีก
เกร็ดเล็กๆ ที่นำมาฝากก็คือ ตอนแรกคนที่จะมารับบทเจเรมี่นั้นคือ Michael Biehn ที่เคยเล่นกับพี่ Wesley มาแล้วใน The Art of War แต่พอดีช่วงนั้นเขาติดถ่ายทำหนัง Planet Terror อยู่ เลยมาไม่ได้ครับ แล้ว Ralph Brown (Alien 3) ก็เลยมาแสดงแทน
ถ้าจะให้สรุปจากใจก็คือ ถ้าอยากดูงานมันส์ๆ ของพี่ Wesley ล่ะก็ ไปจัด Passenger 57 สักหนึ่งรอบ จะตอบโจทย์ความมันส์กว่ากันเยอะครับ
ไม่ถึงสองดาวครับ
(5.5/10)
หมวดหมู่:Action, Drama, Movie Reviews, Thriller












