หนูน้อยคริสต์มาส ฟลินต์ (Mckenna Grace) เชื่อว่ามีสิ่งมีชีวิตทรงปัญญาอยู่นอกโลกครับ เธอพยายามติดต่อกับพวกเขาทุกวัน และวันหนึ่งเธอก็ได้ยินมาว่า NASA ได้ส่งคนมาค้นหาเด็กสาวเพื่อไปอัดเสียงลงในแผ่นเสียงทองคำที่จะถูกบรรจุไปกับกระสวยอวกาศวอยเยเจอร์ที่มนุษย์โลกจะส่งออกไปเพื่อติดต่อกับสิ่งมีชีวิตจากดาวอื่น
แต่การที่จะได้รับโอกาสนั้น เธอต้องเข้าแข่งขันประชันความสามารถกับเหล่าเนตรนารี คริสต์มาสเลยเกณฑ์ผองเพื่อนที่ไม่เหมือนใครให้มารวมพลังกันเพื่อคว้าโอกาสนั้นมาให้จงได้
สิ่งแรกที่ต้องบอกกันคือ หนังไม่ได้สร้างจากเรื่องจริงครับผม Lucy Alibar เธอเขียนบทขึ้นมา แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาครับ เพราะหนังถือว่าสนุกอยู่และดูได้เรื่อยๆ ใครชอบหนังแนวเด็กๆ รวมตัวกันเพื่อปฏิบัติภารกิจอะไรสักอย่างที่ดูจะเป็นไปไม่ได้ หรือหนังแนวย้อนยุคไปวันวาน (เหตุการณ์ในเรื่องเกิดในปี 1977 ครับ) หรือชอบหนังแนว Coming of age ผมก็ว่าก็น่าจะเพลินกันหนังเรื่องนี้พอตัว
ถ้าถามว่าหนังเจ๋งมากไหมยอดมากไหน ก็บอกได้ว่ายังไม่ถึงระดับ Stand By Me หรือ The Goonies ครับ อย่างแรกเลยคือเหล่าตัวละครเด็กยังไม่เด่นแบบครบทุกคน คนที่เด่นสุดแน่นอนว่าก็ต้องเป็น Grace ที่แสดงได้น่ารักและน่าเอาใจช่วยมากจริงๆ อีกคนก็ Milan Elizabeth Ray ในบทเฮลโนจอมแสบของเรื่อง รายนี้ก็แสบได้เรื่อยๆ ในขณะที่รายอื่นถือว่ากลางๆ ค่อนไปทางบวก คือก็พอได้ แต่ยังไม่ถึงขั้นน่าจดจำ

พลังดาราที่แบกหนังไว้นอกจาก Grace และ Ray แล้ว ก็ต้องยกให้ Viola Davis และ Allison Janney 2 รายนี้ประคองหนังไว้ได้เยอะครับ และผมว่าพวกเธอแสดงแบบรู้งานนะ คือในเรื่องนี่พวกเธอจะคล้ายๆ กันไม่ถูกกัน แต่ขณะเดียวกันก็เห็นหน้ากันมานานจนมีสายใยบางอย่างเชื่อมพวกเธอเอาไว้ แม้จะไม่ชอบหน้าแต่ก็ใช่จะไร้ซึ่งไมตรี ก็ถือเป็นพล็อตรองที่ช่วยเสริมให้หนังได้อยู่
ดนตรีประกอบและเพลงที่ใช้ถือว่าเหมาะกับยุคในหนังครับ ทำให้รำลึกถึงบรรยากาศในยุคนั้นได้ไม่น้อย ส่วนการเล่าเรื่องโดย 2 ผู้กำกับ Bertie Ellwood และ Amber Templemore ก็ถือว่าไม่เลว ส่วนตัวผมมองว่าหนังยังพร่องในส่วนของบทที่ยังแน่นได้อีก แล้วก็เสริมอะไรที่มันชวนประทับใจลงไปได้อีก แล้วบางช่วงบางตอนหนังก็ยังดูไม่เนียนนัก อย่างตอนที่แรมซี่ย์ (Jim Gaffigan) พ่อของคริสต์มาสยกขบวนเพื่อนบ้านไปหาครูแมสซี่ย์ (Janney) มันดูค่อนข้างจงใจน่ะครับ มันเลยดูไม่เนียนเท่าไหร่ และอิมแพ็คในฉากนั้น (ที่ชาวบ้านรวมพลังกัน) มันเลยยังไม่มาก
ส่วนประเด็นสำคัญของหนังเลยก็คือการเล่าถึงเหล่าเด็กๆ ที่ “แตกต่าง” ไม่ได้เป็นเหมือนเด็กกระแสหลัก แต่กระนั้นพวกเขาก็มีสิทธิ์ที่จะมีที่ยืนในสังคม ไม่ว่าจะเด็กเนิร์ดอย่างคริสต์มาส, เด็กเพศทางเลือกอย่างโจเซฟ (Charlie Shotwell), เด็กแสบที่ขาดผู้ใหญ่นำทางอย่างเฮลโนและสแมช (Johanna Colón) และเด็กขาดความมั่นใจแบบแอนน์-แคลร์ (Bella Higginbotham)
พวกเขาอาจไม่ได้สร้างผลิตผลตามแบบฉบับที่สังคมกระแสหลักต้องการหรือเห็นดีเห็นงาม แต่ใช่ว่าผลิตผลในแบบของพวกเขาจะไร้ความหมายหรือไร้คุณค่า จริงๆ มันตรงข้ามเลยครับ เพราะจะว่าไปที่โลกของเราก้าวหน้าพัฒนาและเต็มไปด้วยสีสันนั้นก็เพราะมีคนแบบเด็กๆ กลุ่มนี้แหละที่โตมาเป็นผู้ใหญ่แล้วช่วยสร้างความแตกต่าง ซึ่งถ้าว่ากันถึงประเด็นนี้หนังก็สื่อได้ดีล่ะครับ เพียงแต่อย่างที่บอกน่ะว่าหนังยังดีได้อีก นอกจากบทที่แน่นได้อีกแล้ว การกำกับก็ยังเสริมลูกเล่นหรือจุดน่าสนใจได้อีกเช่นกัน ก็ถือว่าเป็นจุดที่แอบเสียดายครับ เพราะถ้าบิ้วดีๆ ด้วยพล็อตเรื่องแบบนี้ มันจะสามารถสร้างความประทับใจได้แบบสุดๆ ไปเลย ถ้ามีการเคล้าส่วนผสมให้เหมาะๆ น่ะ
กระนั้นผมว่าเท่าที่หนังเป็นก็นับว่าควรค่าแก่การรับชมแล้วล่ะครับ นี่หมายถึงสำหรับคนที่ชอบหนังแนวนี้น่ะนะฮะ ส่วนตัวผมว่าแค่ไปดู Grace, Davis และ Janney ปล่อยของก็คุ้มแล้วล่ะ
สองดาวครึ่งครับ
(7/10)












