เมื่อคุณยายเธลม่า (June Squibb) ถูกพวกสแกมเมอร์หลอกให้โอนเงินไป $10,000 เหรียญ เธอเลยตัดสินใจออกลุยเพื่อทวงเงินก้อนนั้นกลับคืนมาให้ได้
นีคือหนังแอ็คชั่นเบาสมองครับ อันนี้ต้องนิยามให้เข้าใจตรงกันเสียก่อนว่า ที่ว่าแอ็คชั่นเนี่ย ตัวเอกคือคุณยายอายุ 90 กว่าปีนะครับ ดังนั้นโปรดเห็นใจท่านสักนิด อย่าคาดหวังเยอะครับ สำหรับวัยนี้เนี่ย เล่นได้ขนาดนี้ผมก็ถือว่าท่านแอ็คชั่นสมศักดิ์ศรีและเป็นบุญตาสำหรับผมแล้ว 5555
หนังได้แรงบันดาลใจจากเหตุการณ์จริงครับ นั่นคือคุณยายของ Josh Margolin ผู้กำกับและเขียนบทหนังเรื่องนี้ซึ่งท่านชื่อ Thelma จริงๆ และเธอก็โดนพวกสแกมเมอร์มาหลอกตุ๋นอ้างว่าเป็นหลานชายแล้วก็ได้เงินไปหลายอยู่ ซึ่งในเรื่องจริงนั้นเธอก็ไม่ถึงขั้นไปออกลุยขนาดในหนังน่ะนะครับ เพราะอายุเธอในเวลานั้นก็ปาเข้าไป 103 ปีแล้ว แต่จากเรื่องที่ว่าก็เป็นวัตถุดิบชั้นดีที่ทำให้ Margolin ตั้งใจสร้างหนังเรื่องนี้ขึ้นมาให้เราได้ดูกัน
ตัวหนังอาจไม่ได้ถึงกับโคตรสนุก โคตรฮา หรือตื่นเต้นมีลุ้นอะไรมากมาย แต่ผมว่าหนังมันพอดีน่ะครับ เป็นเรื่องของคนชราที่ไม่อยากต้องเป็นภาระของลูกหลาน เธอเลยตัดสินใจทำอะไรสักอย่างเพื่อกอบกู้ความรู้สึกของตัวเองขึ้นมา ซึ่งจุดเด่นทีเด็ดของหนังเลยก็ต้องยกให้กับการแสดงของ Squibb ที่เล่นได้น่ารัก ดูแล้วก็เอาใจช่วยอยากให้เธอทำภารกิจที่วาดหวังไว้สำเร็จ
และ Squibb เองแม้จะอายุ 94 ปีแล้วตอนแสดงหนังเรื่องนี้ แต่เธอก็แสดงเองเกือบทุกฉากนะครับ โดยเแพาะฉากสตันต์ทั้งหลาย (สำหรับวัยนี้นี่ แค่ตอนกลิ้งตัวบนเตียงผมก็ยกให้เป็นฉากสตันต์แล้วล่ะครับ) แต่เดาว่าฉากที่เธอล้มน่าจะต้องใช้สแตนอิน เพราะคนวัยนี้เรื่องหกล้มนี่ถือเป็นเรื่องใหญ่ครับ ใครได้อยู่ใกล้ผู้สูงอายุคงทราบกันดี
ดารารายอื่นก็เสริมหนังได้ดีเช่นกัน โดยเฉพาะ Richard Roundtree ที่เรื่องนี้ถือเป็นผลงานชิ้นสุดท้ายของเขา ซึ่งผมว่าเขาเล่นได้ถึงนะ โดยเฉพาะตอนที่เขาเอ่ยถึงว่าเขาไม่ได้ยินตอนที่ภรรยาล้ม จนเธอต้องมาจากไป ฉากนี้สีหน้าแววตาและน้ำเสียงเป็นอะไรที่บาดใจไม่น้อย และยังมี Fred Hechinger (เล่นเป็นหลานชาย), Parker Posey (เล่นเป็นลูกสาว), Clark Gregg (เล่นเป็นสามีของลูกสาว), Malcolm McDowell แต่ละคนก็ช่วยทำให้หนังเรื่องนี้ดูเข้าท่าตามสมควร
อีกอย่างที่ชอบคือดนตรีของ Nick Chuba ครับ โดยเฉพาะตอนเธลม่าเทคแอ็คชั่นนี่ได้อารมณ์หนังบู๊ยุค 70 ยิ่ง Roundtree มาร่วมฉากด้วยนี่ผมยิ่งแอบฮาครับ นึกถึงตอนลุงเขาเล่นเป็น Shaft ขึ้นมาเลย
ผมเชื่อว่าถ้าตัวเองดูหนังเรื่องนี้ตอนอายุสัก 20 หรือ 30 ก็น่าจะรู้สึกแบบหนึ่งครับ แต่พอได้มาดูตอนอายุ 40 อัพไปแล้ว มันเลยรู้สึกบางอย่างมากขึ้น ที่แน่ๆ คือการตระหนักว่าภาพและความรู้สึกของผู้สูงอายุในเรื่องที่เราได้เห็นนั้น คืออะไรที่เราคงจะรู้สึกเช่นกันเมื่ออายุไปถึงจุดนั้น ไม่ว่าจะการมีชีวิตอยู่โดยร่างกายค่อยๆ ถดถอย การลุกการนั่งไม่ใช่ของง่ายอีกต่อไป หรือการสูญเสียคนที่รู้จักไปทีละคนสองคน คนที่เคยคุยกัน ไปเที่ยวกัน คบหากัน ต่างทยอยล้มหายตายจาก หรือกระทั่งคนที่ยังเจอกันอยู่ในเวลานี้ ก็ไม่อาจรู้ได้เลยว่าวันพรุ่งนี้จะยังได้เจอกันอีกไหม
ยอมรับครับว่าระหว่างดูนี่ผมก็เซนซิทีฟเหมือนกัน ยามเห็นตัวละครสูงวัยนั่งนิ่งๆ ด้วยแววตาที่สื่ออารมณ์หม่นหมอง หรือตอนที่เธลม่าหกล้ม ในใจมันรู้สึกได้เลยว่าเราอินและห่วงใยตัวละครเหล่านี้มากแค่ไหน จุดนี้ก็ต้องขอชมทั้งคนกำกับและคนแสดงครับ ที่สามารถถ่ายทอดสิ่งเหล่านี้มาขึ้นจอได้อย่างน่าพอใจ
ฉากที่จัดว่า Touch ความรู้สึกผมมากฉากหนึ่งคือตอนที่แดเนี่ยล (Hechinger) พูดกับเธลม่าว่า “ถ้ายายตาย ผมจะต้องคิดถึงยายมากๆ แน่ๆ” – เหตุผลที่ Touch ก็เพราะว่า พ่อผมตายแล้วครับ และท่านเป็นคนที่ถือเรื่องคำพูดมาก ประมาณว่าพูดคำว่าตายหรืออะไรที่เป็นลางนี่ท่านจะไม่ให้พูด ผมเลยหลีกเลี่ยงไม่พูดคำว่าตายกับท่านเสมอมาเพื่อความสบายใจของท่าน
แต่นี่คือประโยคที่ผมอยากบอกตอนท่านมีชีวิตอยู่ครับ อยากให้ท่านได้รู้ไว้เลย ว่าผมจะคิดถึงพ่อมากแน่ๆ ตอนที่พ่อไม่อยู่แล้ว ซึ่งมันก็เป็นความจริงครับ เพราะผมคิดถึงท่านจริงๆ นะ แต่ผมก็ไม่รู้จะบอกให้ท่านทราบยังไง เพราะท่านไม่อยู่แล้ว จะบอกก็ไม่ทันแล้ว หรือบอกตอนนี้ท่านจะได้ยินไหมก็ไม่รู้…
ผมเลยอยากขอฝากไว้นะครับ ถึงท่านที่ถือเรื่องคำพูดพวกนี้ ผมว่ามันอยู่ที่เจตนานะ คือถ้าคนพูดพูดแบบประชดหรือแช่งให้ท่านตาย มันก็คงน่าโกรธอยู่ แบบนั้นน่ะเข้าใจได้ครับ แต่ถ้าเป็นบริบทแบบนี้ เป็นบริบทที่ลูกหลานหรือคนใกล้ชิดอยากบอกให้ท่านรู้ตั้งแต่ตอนที่ท่านยังอยู่ว่าเขาจะไม่ลืมท่านเป็นอันขาดยามท่านจากไป ผมมองว่ามันคือคำพูดที่น่าฟังนะ และน่ายินดีด้วยที่มีใครสักคนบอกกับเราแบบนี้ – ลองพิจารณาดูแล้วกันนะครับ
ยังมีเกร็ดอีกนิดที่อยากจะเล่าครับ นั่นคือ Thelma ตัวจริงนั้นชื่อเต็มของเธอก็คือ Thelma Post ซึ่งเธอเป็นภรรยาของ Ted Post ครับ ชื่อนี้คอหนังรุ่นใหม่อาจไม่คุ้น แต่ถ้าเป็นคอหนังยุค 70 น่าจะพอจำได้ เพราะเขาคือผู้กำกับ Hang ‘Em High, Beneath the Planet of the Apes และ Magnum Force ซึ่งภาพถ่ายของสามีเธลม่า (ในเรื่อง) ที่เราได้เห็นนั้น จริงๆ ก็คือภาพของ Ted Post นี่แหละครับ
เป็นอีกหนึ่งหนังผู้สูงวัยที่อาจไม่ซึ้งจัด ไม่ลึกจัด แต่ก็ควรค่าแก่การรับชมครับ – ยกเว้นไม่ถูกเส้นกับแนวนี้ก็ผ่านไปได้เลยครับ
สองดาวครึ่งครับ
(7/10)
หมวดหมู่:Action, Comedy, Movie Reviews, Recommended Movies













