มีคำเล่าลือเกี่ยวกับลานจันทราส่องฟ้าที่ทะเลใต้ ที่ซึ่งผู้ใดก็ตามที่ย่างกรายเข้าไปจะต้องกลายเป็นศพ แล้ววันหนึ่ง ฟ่งชีหวู (ม่อเส้าชง, Mok Siu Chung) ทายาทของฟ่งทังเจียว นักดาบอันดับหนึ่ง ก็ได้เดินทางมาสืบหาความจริง
ที่นั่นเขาได้พบกับชุ่ยหลิง (องจึ้งจง, Yung Jing Jing) หญิงงามใจดี แต่สุ่ยเทียนเจียว (เว่ยชิวหัว, Bonnie Ngai Chau Wah) แม่ของนางกลับเหี้ยมโหด และที่แย่กว่านั้นคือเทียนเจียวมีแผนแก้แค้นที่จะทำให้ยุทธภพต้องสะเทือน
ร่วมด้วย หลิวหย่ง (Tony Liu) ในบทได้ซือฉินจิ้ง หรือหลานเทียนยู่ อดีตเจ้าสำนักหัวซาน, หลอลี่ (Lo Lieh) เป็นอาจารย์กู จอมอาคม, ฉีเส้าเฉียน (Norman Chu) เป็นหยุนเฟยหยาง, สวีจินเจียง (Elvis Tsui) เป็นพี่ชายของหยุนเฟยหยาง เจ้าสำนักอู่กัง, กั๊วะจุย (Phillip Chung-Fung Kwok) เป็นหงซีกุง พรรคกระยาจก, กู้กวนจง (Ku Kuan Chung) รับบททั้งหยู่หลงเฟย (พ่อ) และหยู่หนานเฉา (ลูก)
เยี่ยหัว (Yueh Hua) เป็นอาจารย์เสื้อม่วง แห่งตำหนักไร้ความเคืองแค้น, โอวหยางชาเฟย (Ouyang Sha Fei) เป็นคนรับใช้ของสุ่ยเทียนเจียว, หยางฉีอิง (Yang Chih Ching) เป็นเทียนโหยว, จิงเหมี่ยว (Ching Miao) เป็นเทียนขุย, เฉินกัวเฉียน (Alan Chan Kwok Kuen) เป็นหลวงจีนยี่ปัง, หยูเถาหยุน (Yue Tau Wan) เจ้าของตาเหล่อันเป็นเอกลักษณ์มาเป็นหลวงจีนยี่หยัน
หนังกำกับโดย ฉู่หยวน (Chor Yuen) ครับ ส่วนเรื่องก็เขียนโดยอึ้งเอ็ง (Wong Ying) ซึ่งหากเข้าใจไม่ผิดเรื่องนี้ก็เคยออกนิยายแปลไทยมาแล้วในชื่ออาณาจักรอสูร
หนังออกแนวกำลังภายในผสมด้วยแฟนตาซี มีปีศาจผีสาง สู้กันทั้งด้วยเพลงดาบและอิทธิฤทธิ์ แล้วว่ายำกันแบบเต็มที่ครับ ระหว่างดูนี่เทคนิคพิเศษอุดมสมบูรณ์มาก ทั้งสลิง, ระเบิด, เอฟเฟคท์ และแสงเฮ้ากวง ซึ่งผมว่าถ้าใครชอบแนวนี้ก็น่าจะเพลินอยู่ครับ อย่างผมนี่ก็ถือว่าหนังไม่เลวทีเดียว มันเหมือนผจญภัยแบบด้นไปเรื่อยๆ จากสถานที่นี้ไปยังสถานที่หนึ่ง แล้วก็มีภารกิจให้แยกย้ายกันไปทำ ซึ่งถ้าว่ากันถึงบทแล้วจริงๆ มันก็ไม่ได้แน่นอะไรมากหรอกครับ เหมือนเขียนแบบให้ผจญภัยไปเรื่อยๆ ดังนั้นใครชอบอะไรที่มันเข้มหรือจริงจังก็อาจไม่สมหวังนัก
ส่วนผมนี่ปรับได้อยู่แล้วครับ พอดูไปสัก 10 นาทีก็เริ่มจับทางได้แล้ว พอมีการตั้งโต๊ะทำพิธี โปรยยันต์ แล้วก็ยิงแสงใส่กัน ก็รู้แล้วว่าหนังจะไปทางไหน ซึ่งผมว่ามันก็เพลินๆ ตามแนวทางของมันนะ อาจไม่ได้สนุกล้ำแต่ก็ดูเอามันส์ได้
จริงๆ หนังก็ดูได้เรื่อยๆ นั่นแหละครับ แต่ผมอาจจะมาติดหน่อยๆ ตรงตอนที่สุ่ยเทียนเจียวไปไล่ชำระแค้นแบบเรียงตัว จะว่าไปช่วงที่ว่านี่ก็เข้าใจได้น่ะครับ ว่ามันก็มีผลต่อเนื้อเรื่อง แต่ก็แอบรู้สึกเหมือนกันว่าฉากพวกนี้มันดูเหมือนพยายามยืดๆ ยังไงก็ไม่รู้ ว่าง่ายๆ คือมันไม่จำเป็นต้องยาวมากก็ได้ครับ สามารถเล่าแบบตรงประเด็นแล้วไปเน้นประเด็นอื่นน่าจะดีกว่า แต่ก็เอาเถอะครับ หนังเลือกจะไปทางนี่แล้วน่ะ และจริงๆ ถ้ามองจากหน้าหนังแล้วมันก็ไม่แปลก เพราะฉากตอนเทียนเจียวล้างแค้นนี้ก็เป็นช่วงโชว์เทคนิคพิเศษอยู่เหมือนกัน
ก็ถือเป็นหนังกำลังภายในผสมแฟนตาซีและเจือความสยองที่ดูได้เพลินๆ ครับ เพียงแต่หนังอาจจะเน้นการทะยานเรื่องไปข้างหน้ามากกว่าจะฉายให้เห็นถึงพัฒนาการของตัวละคร อย่างพระเอกนางเอกนี่เราแทบจะไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับพวกเขามากนัก ยิ่งมิติอารมณ์นี่คือจับไม่ติดเลย ไปๆ มาๆ คนที่ดูมีบทบาทและได้แสดงอะไรมากสุดก็น่าจะเป็นหลิวหย่งล่ะครับ โดยเฉพาะตอนท้ายนี่พี่ท่านแสดงได้หลากหลายดีๆ จริงๆ
สองดาวกว่าๆ ครับ
(6.5/10)












