อาจารย์พิตฆะ (Mike Myers) กูรูนักนำทางชีวิตต้องมาเจอกับภารกิจสำคัญ นั่นคือการทำให้นักฮ็อคกี้ตัวเต็งกับคนรักได้กลับมาคืนดีกัน ไม่เช่นนั้นผู้จัดการทีมอย่างเจน (Jessica Alba) ต้องตกที่นั่งลำบากแน่นอน
Myers เป็นคนสร้างสรรค์ตัวละครนี้ขึ้นมาเองครับ โดยต้องย้อนไปเมื่อปี 1991 หลังจากที่ Myers เพิ่งสูญเสียคุณพ่อไป ตอนนั้นเขาก็ตกอยู่ในห้วงความรู้สึกที่สับสน เลยออกเดินทางเพื่อฟื้นฟูจิตวิญญาณตน ไม่ว่าจะด้วยการพบกูรูชื่อดังทั้งหลาย, การเรียนศาสตร์ของโยคี รวมถึงอ่านหนังสือของ Deepak Chopra, Kurt Vonnegut, Gary Zukov ซึ่งทั้งหมดได้ช่วยเหลือให้เขาสามารถกลับมามีแรงใจในชีวิตอีกครั้ง และสิ่งที่ได้พ่วงมาด้วยคือเขาปิ๊งไอเดียที่จะสร้างสรรค์ตัวละครขึ้นมา 2 ตัว นั่นก็คือ ออสติน พาวเวอร์ส และอาจารย์พิตฆะนี่เอง
และด้วยความดังของหนังชุด Austin Powers เลยทำให้เขามีโอกาสได้ทำหนังเรื่องนี้ครับ แต่ก็กลายเป็นว่าพอหนังเรื่องนี้ไม่ประสบความสำเร็จเขาก็แทบจะหายหน้าไปจากวงการเลย – หนังลงทุน $62 ล้าน แต่ได้คืนมาจากทั่วโลกแค่ $40 ล้านครับ เข้าเนื้อตัวแดงแบบเต็มๆ เลย
พอได้ดูแล้วก็พอเข้าใจครับว่าทำไมหนังถึงไปไม่ถึงดวงดาว คือหนังก็มีมุกตลกมาเรื่อยๆ ล่ะครับ เพียงแต่มันอาจยังไม่กลมกล่อมลงตัวมากนัก บางมุกก็พอยิ้ม แต่บางมุกก็แป๊ะ หรือบางมุกก็ออกจะชวนแหวะ ซึ่งโดยรวมแล้วดีกรีความขำมันยังไม่มาก หรือบางมุกก็ออกแนวกวนโอ๊ยกวนประสาทมากกว่าจะทำให้ขำ
ผมว่าส่วนหนึ่งที่งานก่อนๆ ของ Myers อย่าง Austin Powers หรือ Wayne’s World ประสบความสำเร็จก็เพราะหนังมันมีความพอดีครับ คือมีห่ามบ้างลามกบ้างแต่มันไม่เยอะเกิน ที่สำคัญของตัวละครหลักอย่างออสตินหรือนายเวย์นพวกเขายังดูมีความน่ารัก มีความน่าเอาใจช่วยอยู่ในที ในขณะที่อาจารย์พิตฆะในเรื่องนี่บางทีดูแปลก ดูล้น จนผมไม่แปลกใจเท่าไหร่หากคนดูจะรู้สึกจูนไม่ติดกับตัวละครนี้
ระหว่างดูเรื่องนี้ผมก็คิดถึงเรื่อง Hitch ครับ (ฉายก่อนเรื่องนี้ประมาณ 3 ปี) หนังมาทางคล้ายกัน ว่าด้วยกูรูชี้ทางรักเหมือนกัน แต่อันนั้นมันดูน่ารัก พอเหมาะ และเข้าถึงใจคนได้ตรงเป้ากว่า จำได้ว่าเรื่องนั้นนี่ดูแล้วทำให้เราอยากเอาใจช่วยทั้งตัวฮิทช์และคนที่ฮิทช์ช่วยให้สมหวังไปด้วยกัน แต่ก็นั่นล่ะครับ แม้จะทางคล้ายกันแต่เรื่องนี้ก็เน้นความเว่อร์ความฮาซึ่งผมก็เข้าใจอยู่นั่นแหละถึงสิ่งที่ Myers พยายามจะทำ เพียงแต่ว่าผลลัพธ์มันอาจจะยังไม่กลมกล่อมลงตัวเท่านั้นแหละ
และพอดูจบก็แอบคิดนะ ว่าถ้าหนังตั้งใจทำออกมาให้มีความสมดุลระหว่างมุกตลกกับแง่คิดที่ช่วยชี้ทางคนเนี่ย มันน่าจะไม่เลวนะ ประมาณว่าส่วนที่ขำก็ขำไป (แบบพอดีๆ ไม่ล้ำเส้น) แล้วระหว่างทางอาจารย์พิตฆะก็สอนในสิ่งที่เป็นสาระแก่นสารของชีวิตแบบที่เราคล้อยตามและสัมผัสได้จริง ผมว่าหนังจะมาพร้อมความสดใหม่ในตัวพอสมควรเลยล่ะ
ทีนี้ก็ต้องแล้วแต่ท่านล่ะนะครับ ถ้าท่านชอบหนังฮาหรือชอบ Myers จะลองตามมาดูก็ได้ ส่วนผมนี่ยอมรับว่าออกแนวเฉยครับ ถ้าถามว่าดูแล้วชอบอะไร ผมว่าผมชอบตอนที่เขาเล่นดนตรีแล้วก็ร้องเพลงน่ะครับ ผมว่ามันน่ารักดี – ว่าง่ายๆ คือผมว่าชอบคาแรคเตอร์อาจารย์พิตฆะตอนปล่อยตัวสบายๆ ไม่ได้ตั้งท่าเก๊กท่าอะไรแบบนั้นมากกว่า
ดาวครึ่งครับ
(5/10)
หมวดหมู่:Comedy, Movie Reviews, Romance, Sport












