Comedy

The Kid Detective (2020) คดีฆาตกรรมกับนักสืบจิ๋ว

Untitled07540

เอ๊บ แอปเปิ้ลบอม (Adam Brody) คืออดีตนักสืบเยาวชนแห่งเมืองวิลโลว์บรู๊คที่ไขคดีมาเป็นร้อย จนใครต่อใครนับหน้าถือตา แต่หลังจากเกรซี่ กัลลิเวอร์ (Kaitlyn Chalmers-Rizzato) สาวน้อยผู้ช่วยของเขาหายตัวไป เส้นกราฟชีวิตของเขาก็ดิ่งลง แม้ทุกวันนี้เขาซึ่งโตเป็นผู้ใหญ่แล้วจะยังทำงานเป็นนักสืบอยู่ก็ตาม แต่ก็มีสภาพเหมือนนักสืบตกอับที่ไม่ค่อยมีใครสนใจ ชื่อเสียงของเขากลายเป็นเพียงฝันหวานเมื่อวันวานเท่านั้น

แต่แล้วสาวน้อยนามว่า แคโรไลน์ (Sophie Nélisse) ก็มาขอให้เอ๊บช่วยสืบว่าใครกันแน่ที่ฆ่าแฟนของเธอ เอ๊บก็เลยรับทำคดีครับ ในที่สุดแล้วเขาจะไขคดีได้ไหม และเขาจะฟื้นฟูสภาพจิตใจตัวเองกลับมาได้ไหม คำตอบอยู่ในหนังครับ

เป็นหนังสืบสวนที่ไม่ได้เน้นตรงการสืบครับ คือมันก็มีการสืบนั่นแหละ และเอ๊บเองก็ได้โชว์สกิลความเป็นนักสืบอยู่เรื่อยๆ ด้วย เพียงแต่จุดโฟกัสของหนังจะเน้นไปที่ความรู้สึกนึกคิดของเอ๊บที่กำลังอยู่ในสภาวะหม่นหมอง ไม่เหลือความมั่นใจในตนเอง หนังจะออกแนวนัวร์หน่อยๆ ครับ บรรยากาศจะกึ่มๆ ประหนึ่งเหมือนเมืองมีความอึมครึม เพียงแต่ความอึมครึมที่ว่าดูจะมาจากสภาพจิตใจของเอ๊บเสียมากกว่า

ดังนั้นใครคาดหวังจะได้ดูหนังสืบไขคดีตามปมล่าฆาตกรก็ต้องปรับใจไว้ครับ เพราะหนังเน้นที่ดราม่ามากกว่า พวกการสืบคดีเป็นส่วนประกอบ แต่ผมชอบนะ หนังถือว่ามีรสเฉพาะตัว ดูการสืบไปพร้อมกับตามดูกราฟจิตใจของพระเอก ซึ่งก็ถือว่าน่าติดตามไม่น้อยเหมือนกัน คือใจมันอยากรู้น่ะครับว่าการไขคดีนี้มันจะทำให้เขารู้สึกดีกับชีวิตไหม รู้สึกว่าตัวเองมีค่ามากขึ้นไหม

ผมชอบดนตรีครับ ได้อารมณ์นัวร์ๆ หนืดๆ เหมือนหนังสืบสวนยุคเก่า บวกด้วยท่วงทำนองที่สื่อถึงตัวเอกอย่างเอ๊บที่กำลังพยายามพยุงตัวเองให้ลุกขึ้น แต่ก็เป็นการลุกที่ยากเหมือนกัน มันเหมือนเขาอยากลุกน่ะครับ แต่อดีตมันเป็นดั่งโคลนดูดที่หน่วงตัวเขาเอาไว้ ถือเป็นดนตรีที่เข้ากับอารมณ์ของหนังอย่างยิ่ง อันนี้ยกนิ้ว Jay McCarrol เลยครับ ทำดนตรีได้ถึงจริง

Untitled07541

และที่ผมบอกว่าความอึมครึมของหนังดูจะแผ่โผล่มาจากตัวเอ๊บมากกว่า ก็เพราะจะมีหลายฉากเลยครับที่หนังถ่ายให้เห็นถึงด้านสวยงามของเมือง โดยเฉพาะต้นไม้ที่ใบเปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองสีส้มดูสวยงามละลานตา แต่สีเหล่านั้นมักโผล่ให้เห็นแบบลิบๆ ประหนึ่งจะสื่อน่ะครับว่าเมืองนี้จริงๆ ก็ยังมีสีสันน่ะแหละ แต่ใจพระเอกหม่นหมองจนพลอยทำให้บรรยากาศรอบตัวหม่นมืดตามไปด้วย หรือในอีกนัยหนึ่งก็เหมือนจะสื่อน่ะครับว่าชีวิตของเอ๊บกำลังเข้าสู่ช่วงผลัดใบ จริงที่ใบเก่ากำลังจะร่วงโรยไป แต่หากผ่านพ้นช่วงนี้ไปได้แล้วรออีกหน่อย ใบใหม่ก็จะงอกงามออกมา

เหมือนหนังกระซิบบอกถึงวัฏจักรของชีวิตน่ะครับ มีขึ้นก็ย่อมมีลง มีลงก็ย่อมมีขึ้น – ใครที่กำลังอยู่ในขาขึ้นก็อย่าหลงลำพองมองแต่ด้านบนแล้วคิดว่าชีวิตจะติดลมบนลอยลำเสมอไป แต่ควรเตรียมรับใจรับขาลงที่อาจจะเกิดขึ้นไว้ด้วย

และในทางกลับกัน ชีวิตใครที่อยู่ในช่วงขาลง ที่อยู่ติดก้นของเส้นกราฟ ก็อย่าเพิ่งหมดหวัง ตราบใดชีวิตไม่สิ้น หากเราลองดิ้นให้ถูกที่ ขยันให้ถูกทาง ไขว่คว้าหาโอกาสแบบไม่ยอมแพ้ ชีวิตมันก็อาจขยับไปอยู่ในโซนที่ดีขึ้น ไม่ดีทันทีแบบพุ่งพรวด แต่แค่ดีขึ้นกว่าเดิมสักหน่อยก็ถือว่าดีแล้ว – และเราก็ต้องพยายามต่อ อย่าเพิ่งหยุด

หนังกำกับและเขียนบทโดย Evan Morgan ครับ ซึ่งนี่คืองานกำกับหนังใหญ่ชิ้นแรกของเขาเลย ถือว่าทำได้ดีอยู่ครับ ลายเซ็นต์อาจยังไม่ชัดแต่ก็พอเห็นเป็นเลาๆ ใจก็อยากดูงานชิ้นต่อไปครับ ผมว่ารสมือของเขาก็ไม่เลวนะ และจริงๆ ถือเป็นรสที่ไม่ค่อยเห็นบ่อยๆ ด้วย

ก็ต้องแล้วแต่ความชอบครับ ถ้าคาดหวังการสืบแบบลุ้นๆ มันส์ๆ ระทึกๆ ก็คงต้องบอกว่าไม่ใช่เรื่องนี้ มันไม่มันส์ขนาดนั้น การเดินเรื่องถือว่าไปเรื่อยๆ แต่เป็นการเรื่อยแบบมีทิศทางและความหมาย ส่วนดาราแต่ละคนก็แสดงได้ดี เข้ากับโทนของหนัง

สรุปอีกทีว่านี่คือหนังชีวิตของนักสืบที่ตกอับที่พยายามกอบกู้ศักดิ์ศรีตัวเอง ไม่ใช่หนังสืบสวนระทึก แต่ก็น่าลองอยู่ครับ

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)