รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Christmas Comes Twice (2020)

Untitled08268

วันก่อนผมนั่งตะบันดูหนังโรแมนติกของ Hallmark ที่ลงใน HBO Go แบบรวดเดียวหมดทุกเรื่องครับ เพราะไม่รู้ว่าหนังจะโดนถอดออกจาก HBO เมื่อไร ครั้งก่อนๆ ก็มีที่ดูไม่ทันหลายเรื่อง รู้อีกทีโดนถอดไปแล้ว อาจเพราะมีคนดูไม่เยอะล่ะกระมังครับ (หรือไม่ก็มีแค่ผม) นับแต่นี้ไปเลยดูซะแต่เนิ่นๆ จะได้ไม่พลาดอีก

สำหรับ Christmas Comes Twice ก็เป็นเรื่องของ เชอรีล เจนกินส์ (Tamera Mowry-Housley) ที่กลับมาเยี่ยมบ้านในช่วงคริสต์มาส แต่แล้วจู่ๆ เธอก็พบว่าตัวเองย้อนเวลากลับไปเมื่อ 5 ปีก่อนครับ เธอเลยถือโอกาสนี้พยายามเปลี่ยนแปลงบางสิ่งในอดีต รวมถึงตักตวงสิ่งดีๆ จากวันวานให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

จริงๆ พล็อตน่าสนใจครับ ได้อารมณ์แฟนตาซีและไซไฟผสมลงไปหน่อยๆ แต่ครั้นพอได้ดูจริงๆ การเดินเรื่องถือว่าเรื่อยๆ ครับ ความน่าติดตามไม่ถึงกับมาก เพราะปกติหนังแนวย้อนเวลาแบบนี้มักจะมีเงื่อนไขอะไรบางอย่างใส่ลงมาเพื่อทำให้เรื่องราวมันเข้มข้นชวนลุ้นมากขึ้น แต่ด้วยความที่เรื่องนี้เน้นโรแมนติกผสมดราม่า เราก็เลยจะไม่เจอเงื่อนไขอะไรแบบนั้น หนังเลยเดินเรื่องแบบไปเรื่อยๆ ไปจนจบครับ

คนที่ถือว่าแบกหนังไว้ก็คือ Mowry-Housley นางเอกของเรื่อง และอีกคนก็ Sheryl Lee Ralph (Sister Act 2: Back in the Habit, Witch Hunt) ในบทคุณครูเนลสันที่คอยให้แง่คิดดีๆ และเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้เชอรีล ซึ่งบอกได้เลยครับว่าถ้าไม่ได้ 2 คนนี้ล่ะก็ หนังคงจะจืดกว่านี้มาก

จริงๆ หนังมีครบทั้งเรื่องโรแมนติก ทั้งประเด็นชวนคิด และเรื่องชวนประทับใจครับ แต่การนำเสนอค่อนข้างนิ่งเนิ่บไปสักหน่อย เรื่องโรแมนติกก็ไม่ได้รับการปรุงให้ออกรสเท่าที่ควร หรือฉากที่ควรสร้างความประทับใจก็ดำเนินไปแบบกลางๆ ทำให้แอบน่าเสียดายอยู่เหมือนกันครับ เพราะหนังเรื่องนี้ถ้าทำออกมาดีๆ ก็น่าจะสร้างความประทับใจได้ไม่ยาก โดยเฉพาะเรื่องของคุณครูเนลสันน่ะครับ พล็อตน่ะเรียกน้ำตามาแต่ไกลเลย แต่หนังก็ยังไปไม่ถึงจุดเรียกน้ำตานั้น

แอบงงไม่น้อยเหมือนกันครับ เพราะหนังกำกับโดย Michael M. Scott ที่เคยทำหนังน่าประทับใจอย่าง The Most Wonderful Time of the Year และ The Edge of the Garden เอาไว้ แต่กับเรื่องนี้เหมือนเสน่ห์ที่เคยมีในเรื่องก่อนๆ จะหายไป ส่วนหนึ่งก็อาจเพราะดาราด้วยครับ นอกจาก 2 คนหลักที่ผมเอ่ยไป คนอื่นๆ ออกจะเรื่อยๆ พอๆ กับตัวหนังเหมือนกัน และเคมีระหว่างพระ-นางก็ดูไม่ค่อยมากเท่าไรด้วย ความอินความอะไรเลยไม่เยอะเท่าที่ควร

Untitled08270

แต่หนังก็มีจุดที่น่าสนใจอยู่ครับ อันนี้ผมกำลังจะสปอยล์นะครับ ไม่อยากทราบไม่ควรอ่านครับ

========================

ผมชอบเหตุผลที่เชอรีลยังคงเลือกรับงานเดิม ทั้งๆ ที่ตอนแรกเธอตั้งใจว่าจะปฏิเสธเพื่อเปลี่ยนอดีตและหันมาใช้ชีวิตในเมืองเล็กๆ ของเธอ (และจะได้อยู่กับคนที่เธอรัก)

คืออย่างนี้ครับ เชอรีลทำงานเป็นผู้ดูแลโครงการวิทยาศาสตร์ ประมาณว่าเธอจะคอยพิจารณาอนุมัติโครงการทางวิทยาศาสตร์ว่าอันไหนควรให้ทุน อันไหนควรให้ทำ ซึ่งตอนแรกเธอค่อนข้างอิ่มตัวกับงานนี้แล้ว และรู้สึกว่าการทำงานนี้ทำให้เธอไม่มีเวลาสำหรับตนเอง ก็เลยคิดจะเปลี่ยนชีวิตโดยการปฏิเสธงานนี้ในอดีตเมื่อ 5 ปีก่อนซะ

แต่แล้วเจ้านายของเธอก็พูดให้เธอคิดครับ ตอนแรกก็พูดว่าเขารู้สึกเสียดายที่จะไม่ได้ร่วมงานกับคนที่มีคุณภาพเช่นเธอ แล้วก็พร่ำบ่นออกมาว่า หากเชอรีลไม่รับงานนี้ คนอื่นๆ ที่มาสมัครงานนี้ก็คงจะมีแต่คนของหน่วยงานของรัฐหรือราชการต่างๆ ซึ่งเขามั่นใจเลยว่าคนเหล่านี้จะต้องเลือกอนุมัติโครงการวิทยาศาสตร์โดยอิงจาก “ผลประโยชน์” หรือ “เส้นสาย” มากกว่าจะพิจารณากันที่คุณค่าแท้จริงของโครงการ

พอได้ยินดังนี้เชอรีลเลยตระหนักครับ ว่าหากเธอเลือกที่จะไม่ทำงานนี้แล้ว โครงการดีๆ มากมายคงไม่ได้เกิด นักวิทยาศาสตร์ที่มีความตั้งใจดีๆ มากมายก็คงไปไม่ถึงไหน เธอเลยตัดสินใจยอมรับงาน

สิ่งแรกเลยคือทำให้เชอรีลดูเป็นนางเอกอย่างยิ่งครับ เธอยอมสละความสุขส่วนตัว แล้วทำเพื่อส่วนรวม และอีกประเด็นคือ แสดงว่าเรื่องทำนองนี้มีในหลายประเทศนั่นแหละ พวกการบริหารงานเพื่อสมประโยชน์กับพวกพ้อง เครือข่าย สายงาน เส้นสาย ฯลฯ ทำให้คิดครับว่าเรื่องแบบนี้เป็นอะไรที่ควรตระหนักอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน เพราะในบางบริบท เรื่องแบบนี้สามารถถ่วงความเจริญของบ้านเมืองได้อย่างยิ่งเลยทีเดียวล่ะ

=========================

โดยรวมแล้วหนังถือว่าดูได้เรื่อยๆ ครับ แต่ความสนุกหรือความน่าติดตามอาจไม่มากเท่าไร จนบอกได้ว่าถ้าจะข้ามเรื่องนี้ไปก็ไม่น่าจะเสียดายครับ ยกเว้นถ้าอยากติดตามดูผลงานแสดงของดาราในเรื่องก็ว่าไปอย่าง

สองดาวเรื่อยๆ ครับ

Star21

(6/10)

Untitled08269