Action (Series)

NCIS: Naval Criminal Investigative Service Season 1 – 10 (2003 – 2013) เอ็นซีไอเอส หน่วยสืบสวนแห่งนาวิกโยธิน ปี 1 – 10

12661898_1156580761039390_1886160221370924520_n

เล่าแบบเหมาๆ อีกเรื่องครับ กับซีรี่ส์แนวสืบสวนที่ผมเพิ่งมาติดแบบจริงๆ จังๆ เมื่อไม่นานมานี้เองสำหรับ “เอ็นซีไอเอส หน่วยสืบสวนแห่งนาวิกโยธิน” เรื่องนี้

ผมนั้นดู NCIS ปี 1 ครั้งแรกเมื่อประมาณเกือบ 10 ปีก่อน ตอนนั้นจำได้ว่าพอดูจบปีแล้วก็ไม่ถึงกับติดครับ รู้สึกว่าดูได้เรื่อยๆ แต่ก็ไม่ได้ชอบเป็นพิเศษอะไร และพอดีช่วงนั้นผมกำลังเพลินกับ CSI เลยครับ (ตอนนั้นน่าจะกำลังดูถึงปี 5) ซึ่ง ณ เวลานั้นผมยังรู้สึกว่า CSI สนุก อร่อยเพลิน และมีลูกเล่นครบรสกว่ากันเยอะ

ในที่สุดก็เลยไม่ได้ดู NCIS ต่อครับ พอจบปี 1 ก็หยุดดู แล้วก็ดูพวก CSI, Bones แล้วก็ The Mentalist ที่ผมชอบมากกว่าต่อไป

ครั้นถึงช่วงปลายปีที่ผ่านมา CSI กับ The Mentalist ก็อวสานลงไปแล้ว ผมก็เลยลองหยิบ NCIS มาดูอีกหนเพราะได้ยินกิตติศัพท์มาว่ามันสนุกขึ้น เรตติ้งพุ่งขึ้นถึงขนาดได้อันดับ 1 ซีรี่ส์ทีวียอดนิยม ซึ่งสวนทางกับ CSI ที่ก่อนจะอวสานนั้นเรตติ้งลดลงเรื่อยๆ ผมก็เลยลองเอาปี 2 มาดูต่อครับ

ปี 2 ก็ยังเรื่อยๆ ไม่ถึงกับติด แต่ความสนุกเพลินมันเริ่มมาตอนปี 3 ครับ ความน่าสนใจมาพร้อมกับการมาของตัวละครที่ชื่อซิวา ดาวิด (Cote de Pablo) ที่ทำให้ซีรี่ส์ดูกลมกล่อมขึ้น เช่นเดียวกับสไตล์ของซีรี่ส์ที่ดูมีทิศทางชัดเจนขึ้นกว่า 2 ปีแรก

2 ปีแรกนั้นซีรี่ส์ยังไม่เข้าที่แบบเต็มร้อยครับ ความน่าติดตามยังไม่เยอะ คดียังไม่น่าสนใจ ตัวละครยังไม่เด่นแบบเต็มๆ แต่พอปี 3 เป็นต้นมาเหมือนทีมงานอยู่ตัวแล้วครับ รู้แล้วว่าตัวเองมีดีตรงไหนและมีจุดอ่อนตรงไหน แล้วก็พยายามกำลังจุดอ่อนพร้อมเสริมจุดดีที่มี ทำให้รสชาติซีรี่ส์กลมกล่อมขึ้น

ที่ว่ากลมกล่อมนี่ก็คือในแง่คดีที่สืบนั้นถือว่าโอเคขึ้น ตามด้วยสอดแทรกอารมณ์ขันแบบพอเหมาะลงไป ส่วนคาแรคเตอร์ก็ลงตัวขึ้นครับ คนที่เด่นสุดๆ ยกให้ แอ็บบี้ (Pauley Perrette) เจ้าหน้าที่วิทย์สุดแนว เธอคนนี้เสริมทั้งความฮาและความอบอุ่นให้กับซีรี่ส์ได้อย่างเด็ด ตามด้วยคุณหมอมัลลาร์ด (David McCallum) ที่ใช้ความเก๋า ความนิ่ง และความเป็นคนชราที่น่ารักเสริมชีวิตชีวิตให้กับบทได้อย่างดี

ส่วน Mark Harmon ในบทลีรอย เจโทร กิ๊บส์ที่เป็นหัวหน้าของทีม เอาเข้าจริงเขาไม่ได้เด่นแบบกริสซั่มใน CSI ที่รวมความเทพสารพัดไว้ที่ตัวเอง แต่เขาเป็นคนประเภทชอบยืนอยู่วงนอก ชอบมองเกมให้ขาดก่อนจะลงมือ ดังนั้นเราเลยไม่ได้เห็นทักษะเด่นหรือความเทพอะไรแบบชัดๆ แต่จะออกแนวคนธรรมดาที่สามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องเหมาะสมสำหรับในแต่ละสถานการณ์

เอาเข้าจริงๆ แล้วปริมาณความเด่นของกิ๊บส์จะขึ้นอยู่กับสีสันของพวกลูกทีมมากกว่าครับ ถ้าลูกทีมเด่นเขาก็เด่น ซึ่งใน 2 ปีแรกอย่างที่บอกว่าลูกทีมยังไม่เด่นไม่ชัด ต้องมาหลังปี 3 นี่แหละครับที่แต่ละคนเริ่มชัด และพอตัวละครลูกทีมแต่ละคนมีจุดเด่น มันเลยขับเน้นกิ๊บส์ให้ดูเด่นมากขึ้นโดยปริยาย

ส่วนตัวละครอื่นๆ ในทีมก็มี แอนโทนี่ ดินอซโซ่ (Michael Weatherly) ที่ออกแนวกรุ้มกริ่มขี้เล่น ซึ่งผมว่าคาแรคเตอร์ของเขามาเข้าแก๊บกับซิวา (Pablo) ได้อย่างพอเหมาะ คือเราจะได้เห็นความสัมพันธ์แบบหมาหยอกไก่ ระหว่างโทนี่กับซิวาตลอด ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ที่น่าสนใจดีครับ มันให้อารมณ์ทั้งเซ็กซี่และมิตรภาพได้แบบพอดิบพอดี

อีกคนที่ลืมไม่ได้ก็คือ Sean Murray ในบททิโมธี ที่ปีแรกๆ ก็ยังเรื่อยๆ เหมือนกันครับ แต่ปีหลังชักเด่นขึ้นเรื่อยๆ ทั้งเด่นและทั้งเก่งเลยครับ กลายเป็นตัวละครที่ดูมีพัฒนาการมากที่สุดในบรรดาตัวละครหลักเลยล่ะครับ

ยอมรับเลยครับว่าตอนดู 2 ปีแรก ผมไม่คิดนะว่าจะติด เพราะมันไม่ได้เด่นหรือโดนเป็นพิเศษอะไร ไม่เหมือนพวก CSI, Bones หรือ Castle ที่เปิดมาก็เข้าตาตั้งแต่ปีแรก แต่กลายเป็นว่า NCIS เป็นซีรี่ส์ประเภทไต่กราฟครับ จากดูได้เรื่อยๆ เป็นดูสนุกขึ้นๆ ยิ่งปี 10 นี่ยิ่งมันส์ครับ มันครบรสทั้งแอ็กชัน สืบสวน อารมณ์ขัน และความอบอุ่นของคนในทีม

เอาเป็นว่าใครไม่เคยผมก็อยากให้ลองครับ โดยส่วนตัวแล้วผมว่า NCIS มาเข้าตาผมแบบเต็มๆ ก็ตอนปี 5 น่ะครับ อะไรๆ ลงตัวชัดเจนแล้ว และมันก็สนุกแบบไต่ระดับขึ้นมาเรื่อยๆ จนปี 10 นี่ถือว่าเป็นที่สุดของความมันส์จริงๆ (ไม่แปลกใจที่เรตติ้งขึ้นอันดับ 1 มีคนดูไม่ต่ำกว่า 20 ล้านคนทีเดียว)

จริงๆ ซีรี่ส์มีถึงปี 16 แล้วครับ แต่ผมเลือกจะเล่าแบบเหมาจนถึงปี 10 ส่วนปีหลังๆ เดี๋ยวค่อยมาว่ากันอีกที

สามดาวครับ

Star31

(8/10)

 

โฆษณา