Action

บันทึกจอมโจรแห่งสุสาน (2016) Time Raiders

17884391_1590978100932985_2519499524670300714_n

ออกตัวอีกเช่นเคยครับว่าผมไม่เคยอ่านนิยายชุดบันทึกจอมโจรแห่งสุสานมาก่อน ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็บอกว่าสนุกถึงสนุกมาก ดังนั้นผมเลยดูหนังเรื่องนี้แบบผู้ไม่รู้ครับ (555) คือดูด้วยใจชอบหนังผจญภัยล้วนๆ เลย ไม่รู้รายละเอียดตื้นลึกอะไรของเรื่องราวทั้งสิ้น

เนื้อเรื่องหลักๆ ก็ว่าด้วยการผจญภัยเข้าไปในสุสานโบราณในตำนานน่ะครับ โดยก่อนจะไปผจญภัยก็จะมีการแนะนำตัวละคร ปูพื้นปูเรื่องราวต่างๆ ย้อนเล่าอดีตในบางจุดเพื่อทำให้รู้จักตัวละครและตำนานของเรื่องมากขึ้น

แล้วครึ่งหลังก็เข้าโซนผจญภัยครับ เหล่าตัวเอกก็ต้องผจญกับสารพัดกับดักมรณะ แล้วก็ต้องมาไขความลับในสุสานเพื่อหาทางกลับออกไปให้ได้แบบเป็นๆ ซึ่งช่วงที่ว่าก็อุดมแอ็กชันและ CG ตามสไตล์ของหนังแนวนี้ (รวมถึงหนังจีนในระยะหลังๆ ที่ CG แทบจะเป็นพระเอกอยู่แล้ว)

ดูแล้วก็ยอมรับครับว่าหลายฉากทำได้ยิ่งใหญ่ดี มีความอลังการค่อนข้างมาก ส่วน CG ก็เหมือนเดิมครับ คือดูโอเค แต่ยังไม่ถึงขั้นเนียบกริ๊บ ยิ่งตอนท้ายที่มีฉากโชว์อภินิหารสารพัดชนิดก็จะเห็นความไม่เนียนชัดเจนขึ้น แต่ถ้าไม่คิดมากก็ดูได้เรื่อยๆ ครับ

หลังๆ ผมก็มานั่งคิดนะว่าจริงๆ หนังอย่าง The Mummy (ภาคพี่ Brendan Fraser) หากมองกันในแง่ของ CG แล้วมันก็ไม่ได้วิเศษวิโสอะไรขนาดนั้นนะครับ มันก็มีไม่เนียนเหมือนกัน อย่างฉากราชันย์แมงป่องในตอนท้ายของ The Mummy Returns เป็นต้น แต่ทำไมเราดูแล้วถึงยังรู้สึกว่ามันมันส์จนอยากดูซ้ำแล้วซ้ำอีกมานับสิบปี

พอมานั่งนึกจาระไนก็พบว่าอย่างแรกเลยคือตัวละครมีจุดเด่น ดาราเล่นกันได้ลื่น ต่อด้วยการเล่าเรื่องที่มีทิศทางชัด คือดูแล้วรู้น่ะครับว่าใครกำลังทำอะไรและจะไปไหน เหมือนหนังปูพื้นตอนต้นเพื่อวาง Mindset ให้เรา บอกเราว่าเดี๋ยวหนังจะพาเราไปทางนี้นะ เอ้า ค่อยๆ ตามมาล่ะ

ในขณะที่หนังจีน-ฮ่องกงหลายเรื่อง (ไม่เฉพาะแนวผจญภัยครับ บางทีแนวแฟนตาซี, แนวแอ็กชันทั่วไปก็ยังเป็น) มักจะเดินเรื่องแบบสะเปะสะปะ พาเราไปทางนั้นทีทางนี้ที จนเราก็มึนทิศทางนะ ทั้งที่จริงๆ พล็อตมันไม่ซับซ้อนน่ะครับ เล่าแบบง่ายๆ ก็ได้

อย่างพล็อตในเรื่องนี้หลายอย่างก็ชวนให้นึกถึง The Mummy Returns นะ มีเรื่องคำสาป เรื่องในอดีต เรื่องในปัจจุบัน แต่อันนั้นมันเล่าแล้วเข้าในง่าย ในขณะที่เรื่องนี้การลำดับและการเล่าบางช่วงก็ตามไม่ทันเหมือนกัน เลยทำให้แทนที่จะเพลินก็กลายเป็นต้องมาทำการบ้านตามเรื่องให้เข้าใจแทน

แต่อย่างน้อยตอนผจญภัยก็โอเคครับ มีค่ายกล มีด่านให้เจอ มีศัตรูให้สู้ ก็ทำออกมาได้โม้ดี แต่กระนั้นดีกรีความลุ้นหรือความตื่นเต้นก็ยังไม่ถึงกับเยอะ ทั้งที่เหตุในเรื่องมันดูยิ่งใหญ่และคอขาดบาดตายเอามากๆ แต่ผลที่ได้ก็ออกมากลางๆ ครับ ไม่ได้มันส์เต็มที่อะไร

ไปๆ มาๆ ผมชอบ Mojin มากกว่าแฮะ การเดินเรื่องการเล่าเรื่องมันโอเคกว่า ในขณะที่เรื่องนี้เทคนิคภาพดี ฉากผจญภัยก็เข้าท่า แต่การเล่ายังไม่ลงตัว และอีกส่วนก็คงเพราะดาราน่ะครับ คาแรคเตอร์มันไม่เด่น ไม่ชวนให้จดจำ (มาแนวเดียวกับ Death Note ภาคล่าสุดเลย)

แล้วก็รู้สึกว่าปัญหาอย่างหนึ่งของหนังจีน-ฮ่องกงสมัยใหม่คือเรื่องดาราด้วยน่ะครับ ยอมรับว่าผมแยกหน้าไม่ออกนะบางทีน่ะ หน้าพิมพ์เดียวกันมาก มันไม่เหมือนยุคเฉินหลง, หลิวเต๋อหัว, โจวซิงฉือ, โจวเหวินฟะ, กั๊วะฟู่เฉิง ฯลฯ ที่ “ดาราคือดารา” พวกเขาดูเด่น มีเสน่ห์ ขึ้นจอขึ้นกล้องและทำให้เราจำขึ้นใจ เสริมพลังให้หนังได้ อย่าง Railroad Tigers จริงๆ ก็ไม่ได้เจ๋งอะไร ที่เฮียเฉินหลงใช้บารมีอุ้มหนังขึ้นมาได้

เอาเป็นว่าคอหนังผจญภัยหากอยากลองลิ้มก็ได้ครับ เพราะมันก็ไม่ได้เลวร้ายนะ เพียงแต่ความสนุก ความกลมกล่อม ความลื่น ความอิน มันยังไม่เยอะ

… หรือไม่ก็อาจเป็นเพราะแก่แล้วมั้งครับ แล้วไม่สันทัดกับหนังสมัยใหม่ เดี๋ยวคงต้องขอทำวิจัยกันยาวๆ อีกทีว่าความแก่มีผลต่อการดูหนังสมัยใหม่แค่ไหน คือมีน่ะมันมีผลอยู่แล้วครับ แต่อยากรู้เหลี่ยมมุมและมิติว่ามันเพราะอะไร และจะมีวิธีไหนไหมที่จะทำให้เราสนุกกับมันได้มากขึ้น ^_^

ดาวครึ่งครับ

Star12

(5/10)

 

Advertisements