Action

Pride and Prejudice and Zombies (2016) เลดี้+ซอมบี้

12794480_1174863339211132_837685199902149555_n

ผมรู้สึกว่าหนังที่สร้างจากหนังสือของ Seth Grahame-Smith จริงๆ มีจุดน่าสนใจครับ มีความแหวกแนวผสมกับสไตล์ดั้งเดิมของวรรณกรรมคลาสสิก และหนังที่ทำออกมาจริงๆ ก็มีความน่าสนใจอยู่ เพียงแต่หากมาพิจารณาโดยรวมๆ แล้วก็จะพบว่าหนังเข้าทาง แต่อาจจะยังไม่เข้าท่าแบบเต็มที่

เรื่องนี้ก็เอาวรรณกรรมอมตะของ Jane Austen มาปรุงใหม่ โดยพล็อตหลักว่าด้วยความรักของหนุ่มสาวที่มีเรื่องเกียรติยศ, ความดื้อรั้น และศักดิ์ศรีเป็นแกนหลัก แล้วก็ผสมเข้าไปด้วยเรื่องของซอมบี้น่ะครับ จริงๆ ก็ถือเป็นการยำที่ไม่เลวน่ะนะ

ตัวหลักคืออลิซาเบธ (Lily James) สาวแกร่งของครอบครัวเบนเนตต์ที่ต้องรับมือทั้งเรื่องซอมบี้ที่โผล่เข้ามาทำร้ายผู้คน กับเรื่องหัวใจที่เธอเกิดสนใจชายผู้หยิ่งทรนงและเข้าถึงยากอย่างคุณดาร์ซี่ (Sam Riley) แต่เมื่อต่างคนต่างไม่เปิดใจให้กัน ความสัมพันธ์ก็ยากจะผลิบาน

ครับ มันคือหนังรักโรแมนติกผสมซอมบี้ครับ ซึ่งหลักๆ ผมว่ามันคือหนังรักนั่นแหละ เพราะแม้จะมีซอมบี้ แต่ในแง่ความสยองหรือขนลุกขนพองถือว่าไม่มากเท่าไร เพราะหัวใจหลักยังคงเป็นความรักของสาวๆ ตระกูลเบนเนตต์ กับหนุ่มๆ ที่มีทั้งคนดีที่หลบในกับคนที่ร้ายกาจแบบซ่อนลึก

ในขณะที่พวกซอมบี้ถือว่า Prop ครับ เอาไว้ประกอบฉากและประกอบเรื่องราว ซึ่งบางปมของพวกซอมบี้นั้นก็เป็นเหมือนปมที่มีไว้เพื่อรองรับประเด็นโรแมนติก มากกว่าจะเป็นปมหลักแบบเป็นชิ้นเป็นอัน

โดยส่วนตัวแล้วผมชอบเรื่องนี้มากกว่า Abraham Lincoln: Vampire Hunter ครับ คือเรื่องนั้นอาจมีจุดเด่นตรงแอ็กชัน แต่ผมว่าหัวใจหลักๆ ของนิยายมันคือการเอาเรื่องซอมบี้ (หรือเรื่องแวมไพร์) มาใส่ประกอบ เพื่อเน้นคาแรคเตอร์ตัวละครมากกว่าจะเป็นหนังปราบผีพิมพ์นิยม

อย่างในเรื่องนี้ ซอมบี้ส่วนมากก็เป็นสถานการณ์ที่ผลักดันให้ตัวละครในเรื่องตัดสินใจทำหรือไม่ทำอะไรบางอย่าง เลยทำให้ความสยองน่ะไม่เยอะครับ แต่ความเป็นหนังรักน่ะยังอยู่ครบ เพียงแค่จะมีเลือดเปื้อนบ้างนิดหน่อยเท่านั้นเอง

ผมชอบบทสนทนาในเรื่องครับ คือมันคงอารมณ์ของ Pride and Prejudice ได้พอสมควร อย่างนายดาร์ซี่กว่าจะพูดอะไรที่มันมาจากใจสักที ก็อ้อมโลกประมาณ 7 รอบ กว่าจะเข้าเรื่อง และส่วนใหญ่แม้จะอ้อมจะเข้าเรื่องได้ แต่วาจาที่ออกมาก็ไม่ตรงกับหัวใจแบบ 100% มันมักจะถูกเคลือบไว้ด้วยค่านิยม, ความเหมาะสมทางสังคม, มารยาท ฯลฯ เสมอ

ในทางกลับกัน บางตัวละครคำพูดดูฟังง่าย ชัดเจน (แม้จะมีพิธีรีตรองบ้างก็ตาม) แต่มันเป็นวาจาง่ายๆ ที่เคลือบความซับซ้อนอะไรบางอย่างไว้ ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้ผมว่ามันเป็นเสน่ห์อันละเอียดอ่อนอย่างหนึ่งของวรรณกรรม Pride and Prejudice และคงเพราะอย่างนั้นผมถึงรู้สึกชอบหนังเรื่องนี้ในระดับหนึ่งน่ะครับ เพราะมันเป็นการยั่วล้อนิยายต้นฉบับได้อย่างน่ารักทีเดียว

หนังทิ้งเชื้อไว้สำหรับภาคต่อ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันครับว่าจะมีทำออกมาไหม เพราะรายได้น้อยมาก รู้สึกจะได้แค่ $15 ล้านจากทั่วโลก ซึ่งยังดีที่ทุนสร้างแค่ $28 ล้าน น่าจะพอโปะไม่ให้ขาดทุนได้ แต่ภาคต่อนี่ดูเหมือนจะยากซะแล้ว

ดาราในเรื่องเล่นได้ดีครับ แต่ละคนดูเหมาะกับบท และสำเนียงดูเป็นอังกฤษดี (บางครั้งอังกฤษมากจนแอบฮา 555)

สองดาวกว่าๆ ครับ

Star21

(6.5/10)