รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

The Boss (2016) บอสซี่ บอสซ่า

14479823_1346459302051534_4752549284251103120_n

หนังฮาตามสไตล์เจ๊ Melissa McCarthy ครับ เรื่องนี้เจ๊เขารับบท มิเชลล์ ดาร์เนลล์ เด็กกำพร้าที่พอถูกรับไปเลี้ยงที่บ้านไหน บ้านนั้นก็เลี้ยงเธอได้แค่ไม่นาน จนเธอไม่สนคำว่า “ครอบครัว” อีกต่อไป และหันมาก่อร่างสร้างตัว ทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล

แล้ววันหนึ่งเธอก็โดนกฎหมายเล่นงานจนต้องติดคุกและโดนอายัดทรัพย์ และที่พึ่งเดียวของเธอก็คือ แคลร์ (Kristen Bell) เลขาแสนดีที่อยู่เคียงข้างเธอมาหลายปี

จากนั้นช่วงครึ่งหลังหนังก็เล่าถึงการพยายามไต่บันไดแห่งความสำเร็จเพื่อกลับมารวยอีกหนของมิเชลล์ครับ ซึ่งจะสำเร็จสมประสงค์หรือไม่ก็ดูต่อกันในหนังนะครับ

มิเชลล์ ดาร์เนลล์นี้ จริงๆ แล้วคือตัวละครที่เจ๊ Melissa เธอเคยแสดงบ่อยๆ สมัยยังเล่นเดี่ยวไมโครโฟนครับ ดังนั้นกับหนังเรื่องนี้ก็คือภาคขยายเรื่องราวของตัวละครนี้นั่นเอง

หนังก็ดูได้เพลินๆ น่ะครับ อาจไม่ได้ฮาแบบโคตรๆ แต่ถ้าใครชอบหนังสไตล์เจ๊แกก็น่าจะสนุกได้ เพราะเจ๊แกมามาดเดิมครับ เป็นผู้หญิงที่พูดตรงๆ ขวานผ่าซาก ชาวบ้านไม่ชอบใจ (แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายสิ่งที่เจ๊แกพูดน่ะเรื่องจริง)

ทั้งเรื่องเจ๊แกก็เด่นสุดล่ะครับ เป็นอย่างนี้เสมอ ดังนั้นถึงบอกว่าใครชอบหนังเจ๊แกก็น่าจะเพลินกับเรื่องนี้ได้ แต่หากใครไม่ชอบ ไม่ถูกเส้น หรือไม่ถูกชะตากับเจ๊แก ก็คงบอกได้เหมือนกันว่า คุณน่าจะไม่โอกับหนังเรื่องนี้ครับ

ส่วนผมก็อยู่ในข่ายโอเคครับ เพลินดีๆ สนุกดี ฮาดีๆ ดูได้เรื่อยๆ นอกจากเจ๊แกแสดงได้กวนเหมือนเดิมแล้ว Bell ก็แสดงได้ดีครับ เพียงแต่ไม่เด่นมาก ส่วนหนึ่งก็เพราะโดนเจ๊ Melissa แซงในเรื่องความเด่น แต่อย่างน้อยเธอก็เล่นเข้าคู่กับเจ๊แกได้โอเคครับ

Peter Dinklage มาสมทบในบท เรโนลท์ คู่แข่งของมิเชลล์ ขานี้ก็เล่นได้ดีเหมือนเดิมครับ แต่รายที่แอบงงนิดๆ ว่าจะมาทำไมคือ Kathy Bates ที่เหมือนมารับเชิญแบบแป๊บๆ (แต่ตอนแรกนึกว่าบทนี้จะมีอะไรมากกว่านี้ซะอีก)

โดยรวมหนังก็ฮาอยู่ครับ หลายช่วงก็แอบซึ้ง แต่ก็ไม่ได้ซึ้งมากอะไร จริงๆ ถ้าว่ากันที่บทแล้ว มันมีรายละเอียดหลายอย่างที่สามารถทำให้หนังมันออกมาแน่นและฮาได้พร้อมๆ กันนะ แต่ก็เหมือนคนทำจะเน้นไปที่ความขำเป็นหลัก เลยทำให้ความลึกของตัวละครไม่ได้รับการเน้นสักเท่าไร

หนังกำกับโดย Ben Falcone สามีในชีวิตจริงของเจ๊ Melissa ที่ก่อนหน้านี้เคยกำกับ Tammy ให้เธอเล่นมาก่อน ซึ่งก็พูดได้เต็มปากครับว่าเรื่องนี้ดูลงตัวกว่าเรื่องนั้นเยอะ สนุกกว่าและน่าติดตามกว่า แต่กระนั้นถ้าเทียบหนังเรื่องนี้กับหนังเรื่องอื่นๆ ของเจ๊เขาแล้ว ก็ถือว่าออกมาระดับกลางๆ ไม่ได้เด็ดแบบ The Heat หรือ Spy ครับ

จริงๆ ตอนดูผมติดใจอยู่อย่างนะ นั่นคือตอนจบที่บทจะสรุปจบก็จบง่ายๆ เลย งงเหมือนกันอุตส่าห์ปูพื้นอะไรๆ มาตั้งนาน จู่ๆ จะจบก็จบเลย ซึ่งจริงๆ จบแบบนี้ก็ยังว่าโอเคนะ แต่การเล่าเรื่องสรุปมันดูรวบรัดยังไงพิกล

อารมณ์ตอนท้ายเหมือนโดนเบรคหัวทิ่มยังไงก็ไม่รู้ครับ (555) เหมือนหลายอย่างยังไม่กระจ่าง ว่าตกลงใครเป็นยังไง ใครคบกับใครไหม แต่ก็เอาเถอะครับ หนังคงไม่ได้ทำภาคต่อล่ะ ดังนั้นคงไม่ต้องรอคำตอบ มันจบแบบไหนก็ถือว่าจบแบบนั้นไปแล้วกัน ^_^

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

 

Advertisements