รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Manhattan Night (2016) คืนร้อนซ่อนเงื่อน

16403216_1510814338949362_3796063304119581165_o

หนังแนวนี้จริงๆ ผมชอบเลยล่ะครับ ประเภทให้ตัวเอกไปขุดคุ้ยตามสืบความจริงของเหตุการณ์บางอย่าง แล้วพอยิ่งสืบเขาก็ยิ่งถลำลึกไปกับมันจนส่งผลต่อชีวิต และนำอันตรายมาสู่ตนเอง

คนที่เล่าหนังสืบสวนแบบนี้ได้เก่งที่สุดผมยกให้ Roman Polanski (Chinatown, Death and the Maiden, Rosemary’s Baby และ The Ghost Writer) จังหวะการเล่าเรื่อง วางปม และคลายปมของหนังพี่ท่านถือว่าเหมาะทั้งสิ้น

กับเรื่องนี้ก็ชวนให้นึกถึงเรื่องนั้นครับ ตัวเอกคือ พอร์เตอร์ (Adrien Brody) นักข่าวแทปลอยด์ที่หากินกับข่าวฉาว ทีนี้อยู่มาวันหนึ่งเขาได้พบกับสาวสวยลึกลับนามว่าแคโรไลน์ (Yvonne Strahovski) เธอคนนี้มาขอให้เขาช่วยสืบคดีฆาตกรรมสามีของเธอ (Campbell Scott)

ตอนแรกพอร์เตอร์ก็ไม่อยากยุ่งครับ แต่ด้วยเสน่ห์ของแคโรไลน์ก็ทำให้เขาตกเข้าสู่บ่วงของเรื่องราวนี้มากขึ้นๆ แล้วก็ตามสูตรครับว่าพอพอร์เตอร์เข้าใกล้เรื่้องนี้มากเท่าไร อันตรายก็ดูเหมือนจะเข้ามาใกล้เขามากขึ้นเท่านั้น

ผมชอบบรรยากาศของหนังครับ หนังใช้นิวยอร์กเป็นฉากหลัง ซึ่งการถ่ายภาพและมุมกล้องมันได้อารมณ์นะ มันจับภาพความงามแบบลึกลับของนิวยอร์กมาใส่จอหนังได้แบบกำลังดีครับ อันนี้ขอชมผู้กำกับภาพ David Tumblety เลยครับ ถ่ายภาพได้สวยดี

ในแง่การแสดงจริงๆ 2 ตัวเอกแสดงได้ดีครับ อย่าง Brody นี่ถือว่าเหมาะกับบทแบบนี้ครับ โดยส่วนตัวแล้วผมมองว่าเขาเป็นคนที่เล่นบท “คนโดนอารมณ์ครอบงำ” ได้เก่งมากคนหนึ่ง โดยเฉพาะอารมณ์เสน่หาน่ะครับ ทั้งหน้าตาและท่าทางเขามันไปหมดเลยยามเขาจะแสดงอาการหลงใครสักคน เหมือนหลงทั้งตัวและทั้งใจเลยน่ะครับ

ส่วน Strahovski ก็สวยมากครับ ซึ่งหนังพล็อตแบบนี้ตัวเอกฝ่ายหญิงก็ต้องมีเสน่ห์สูง ไม่งั้นความน่าเชื่อถือจะลดทันที เพราะเธอต้องมีเสน่ห์จนทำให้พระเอกยากจะอดใจและยอมถลำตัวเข้าหาแม้ว่ามันจะแฝงไว้ด้วยความลึกลับและอันตรายแค่ไหนก็ตาม ซึ่งเธอก็เล่นได้ลื่นครับ

ครับ ผมชอบบรรยากาศที่สวยงามแบบลึกลับของนิวยอร์ก แล้วก็ชอบการแสดงของ 2 ดารานำครับ รวมถึงบทสมทบของ Campbell Scott และ Jennifer Beals ก็ถือว่าพอเหมาะกับหนังครับ ดังนั้นในเบื้องต้นดาราก็ดี อารมณ์หนังและบรรยากาศหนังก็ดี ที่เหลือก็แค่บทแล้วครับ หากดีอีกอย่างก็ฉลุยเลย

จริงๆ ถ้าว่ากันถึงเนื้อหาแล้ว มันไม่ได้มีอะไรซับซ้อนหรือหักมุมมากมายครับ เอาเข้าจริงมันเป็นหนังกระเทาะมิติมนุษย์มากกว่า ถ้าลองย้อนนึกไปว่าดูหนังแนวนี้เรื่องล่าสุดคือเรื่องอะไร ก็คงเป็น A Walk Among the Tombstones (ที่ Liam Neeson นำแสดงน่ะครับ) ลักษณะคล้ายกัน ว่าด้วยตัวเอกไปสืบความจริงของคดีๆ หนึ่งเหมือนกัน สร้างจากนิยายเหมือนกัน และการเดินเรื่องก็เหมือนพาคนดูเปิดเนื้อเรื่องไปทีละหน้าเหมือนกัน

แต่เรื่องนั้นผมชอบที่มันสามารถเล่าเรื่องที่จริงๆ ไม่ได้มีอะไรมาก ให้มันดูมีอะไร ให้มันได้บรรยากาศและความลึกลับ ในขณะที่เรื่องนี้บรรยากาศมันดีและดาราก็ดีครับ แต่การเล่าเรื่องมันยังไม่สามารถก่ออารมณ์ลึกลับให้ซึมลึกในใจคนดูได้สักเท่าไร

แต่ผมชอบคำโปรยของหนังนะครับ No Reporter Can Resist a Siren หากแปลตรงๆ ก็คือ ไม่มีนักข่าวคนไหนที่จะไม่สนเสียงไซเรนหรือเสียงหวอต่างๆ ได้ เพราะเสียงเหล่านี้มักหมายถึงข่าว ดังนั้นถ้าได้ยินเมื่อไรก็ต้องรีบตรงไปเพื่อเอาเหตุการณ์ตรงนั้นมาทำเป็นข่าว

แต่ความหมายลึกไปกว่านั้น คำว่า Siren ยังหมายถึงภูตสาวไซเรนหรือพรายน้ำในตำนานที่ใช้ความงามของตนล่อหลอกดึงดูดผู้ชายมากินหรือมาสูบวิญญาณ ซึ่งก็เป็นความหมายที่สื่อถึงหนังแบบนี้ได้ไม่น้อยครับ เพราะการมาของแคโรไลน์นั้น เป็นการชักนำชีวิตของพอร์เตอร์ให้เจอกับเรื่องยุ่งโดยแท้

สรุปว่าหนังยังเล่าได้ไม่น่าติดตามเท่าไรครับ เลยออกแนวเรื่อยๆ แต่ดีที่ยังมีดีในเรื่องบรรยากาศกับดารา เลยพอจะโอเคบ้าง ^_^

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

Advertisements