รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

400 Days (2015)

13737713_1281596765204455_1411598133769240724_o

เห็นชื่อดารานำอย่าง Brandon Routh, Caity Lotz และ Tom Cavanagh แล้วตอนแรกก็นึกล่ะครับว่ามันจะเป็นหนัง Crossover กับซีรี่ส์ Arrow และ The Flash หรือเปล่าเนี่ย (555)

แต่สรุปว่าไม่เกี่ยวครับ หนังเป็นแนวไซไฟลึกลับว่าด้วยการทดลองที่ให้นักบินอวกาศ 4 คนไปอยู่รวมกันในฐานใต้ดินเป็นเวลา 400 วัน เพื่อทดสอบสภาพจิตใจเสมือนหนึ่งว่ากำลังปฏิบัติภารกิจในห้วงอวกาศ ว่าง่ายๆ ก็คือเพื่อจะดูว่าพวกเขารับมือกับสถานการณ์กดดันได้มากน้อยแค่ไหนนั่นเองครับ

ทีนี้พอเวลาผ่านไปพวกเขาก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ เลยหาทางขึ้นไปบนพื้นดิน แล้วก็พบว่าโลกอาจเกิดหายนะครั้งใหญ่ระหว่างที่พวกเขาอยู่ใต้ดิน… และมันมีความสยองรอพวกเขาอยู่

ถ้าว่าถึงพล็อต ถือว่าน่าสนใจครับ เป็นหนังไซไฟที่ชวนให้นึกถึงเรื่อง Moon โดยตอนแรกเรื่องก็จะเรื่อยๆ ก่อนจะค่อยๆ เผยปมให้คนดูติดตาม และมีคำถามผุดขึ้นมาเรื่อยๆ ไปจนถึงตอนจบ

จริงๆ ตัวหนังถือว่าไม่เลวครับ เพียงแต่ไม่ได้ดีมากขนาด Moon สไตล์จัดว่าเหมาะสำหรับคอหนังที่ชอบหนังแนวไซไฟลึกลับ ตัวละครค่อยๆ ไขปริศนาไปทีละเปลาะๆ คำตอบมาพร้อมกับคำถามใหม่ อะไรประมาณนั้น

แต่จุดอ่อนอย่างหนึ่งก็คือการเดินเรื่องที่อาจจะเนิ่บช้าไปหน่อย และการเล่าเรื่องบางทีก็ชวนให้สับสน คือจริงๆ ก็พอเข้าใจว่าหนังเน้นให้เราเกิดอารมณ์ฉงนน่ะครับ เพียงแต่พอมาดูโดยรวมแล้ว มันอาจทำให้เกิดความงงได้มากกว่าในบางวาระ

นักแสดงถือว่าเล่นกันได้ดีครับ โดยเฉพาะ Cavanagh ที่ผมว่าแกเป็นดารายอดฝีมือคนหนึ่งเลยนะ เล่นได้หลากหลาย เป็นคนดีซื่อๆ ก็ได้ เป็นคนร้ายลึกๆ ก็ได้ หรือจะเป็นคนบ้าสติแตกไปเลยก็ได้เหมือนกัน (ผมว่าถ้ามีหนังเหมาะๆ สักเรื่องให้แกนี่ อาจมีโอกาสชิงออสการ์กับเขาเลยนะ)

Routh กับ Lotz ก็แสดงได้โอเคครับ จริงๆ ในแง่นักแสดงถือว่าไม่ผิดหวัง งานโปรดักชั่นจริงๆ ก็เข้าท่า เรียกว่าหลายส่วนของหนังถือว่าโอเค ไม่ใช่แค่หนังเกรดบีทั่วๆ ไป คือถ้าเป็นเกรดบีก็ถือว่าบีแบบมีฟอร์มน่ะครับ

แต่อย่างที่บอกว่าปัญหาคือการเล่าเรื่องที่ยังไม่ลงล็อคเสียทั้งหมด บางช่วงอืด บางช่วงก็ชวนให้สับสน หรือบางช่วงไม่ต้องใส่มาก็ได้ เล่าเฉพาะเนื้อๆ ก็ได้ โฟกัสคนดูจะได้ไม่หลุด

บอกไม่ถูกเหมือนกันครับ คือมันไม่ได้แย่ แต่ก็ไม่ได้เด็ดขนาดห้ามพลาด อันนี้ต้องบอกก่อนว่าส่วนหนึ่งเพราะผมชอบหนังไซไฟผสมลึกลับตามปมอยู่แล้วด้วยเลยโอเคกับมัน แต่หากใครไม่ชอบหนังสไตล์นี้ หรือชอบหนังหวือหวาล่ะก็ ขอบอกไว้ก่อนเลยครับว่าเรื่องนี้อาจจะไม่ตอบโจทย์ความเร้าใจเท่าที่ควร

หนังเขียนบทและกำกับโดย Matt Osterman ซึ่งในแง่ไอเดียถือว่าน่าสนใจครับ เพียงแต่การเล่าเรื่องอาจจะยังไม่เข้าเป้าเท่าที่ควร แต่ก็ถือว่าน่าจับตานะ ถ้าพี่แกโฟกัสงานตัวเองดีๆ หรือหาประสบการณ์เพิ่มอีกหน่อย อาจจะมีผลงานไซไฟลึกลับดีๆ ออกมาแจ้งเกิดแบบเต็มตัวมากกว่านี้ก็ได้

ดาวครึ่งครับ

Star12

(5/10)

 

Advertisements