รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Hearts of Christmas (2016)

20245404_1712561435441317_5961802339545836917_n

หนังโรแมนติกคอเมดี้ดูสบาย ที่มาพร้อมหัวใจอบอุ่นสไตล์วันคริสต์มาสของ Hallmark ครับ ก็เรียกได้ว่าผมดูหนังแนวนี้เป็นระยะๆ เพื่อเติมเต็มความอบอุ่นในใจนั่นเอง

การที่ผมชอบหนังแนวนี้ก็ด้วยเหตุผลง่ายๆ ครับ หนังมักจะออกแนว Feel Good มีเรื่องให้อมยิ้ม มีแง่คิดให้กินใจ ซึ่งผมไม่ปฏิเสธครับว่ามันอาจจะดู “เพ้อฝัน” ในบางบริบท แต่ขณะเดียวกันมันก็สร้างแรงบันดาลใจให้เราอยากทำอะไรดีๆ เพื่อคนอื่นรอบๆ ตัวอยู่ในที

เรื่องของ เจนนี่ มิลเลอร์ (Emilie Ullerup) เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลที่วางแผนจัดงานเลี้ยงคริสต์มาสซึ่งก็จะเป็นการจัดเพื่อขอบคุณเจ้าหน้าที่อาวุโสที่อยู่คู่โรงพยาบาลแห่งนี้มานานด้วย

แต่ทุกอย่างก็ต้องมาสะดุดเมื่อ แมตต์ ครอวฟอร์ด (Kristoffer Polaha) CFO คนใหม่ประกาศตัดงบในหลายภาคส่วน แน่นอนว่างานเลี้ยงก็เป็นหนึ่งในนั้น และที่แย่กว่าคืออาจต้องมีการ Early Retire อีกต่างหาก

เจนนี่เลยไม่เห็นด้วยอย่างแรงครับ จึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อรักษาบรรยากาศดีๆ ในโรงพยาบาล ซึ่งก้แน่นอนว่าเธอกับแมตต์ก็มีเรื่องให้เขม่นกันอยู่บ่อยๆ แต่พอเวลาผ่านไปมันก็เริ่มลงสูตรหนังโรแมนติก ที่ 2 หัวใจจะเริ่มชิดใกล้เข้าหากัน

ผมเอาหนังของ Hallmark มาพูดถึงอยู่บ่อยๆ ก็จริง แต่ก็ต้องบอกก่อนครับว่า ไม่ใช่ว่าหนังสไตล์นี้จาก Hallmark ทุกเรื่องจะดีเหมือนกันหมด มันก็มีที่ดูแล้วเรื่อยๆ เฉยๆ เหมือนกัน ซึ่งผมก็ไม่นำมาเขียนถึง (ยกเว้นที่มันมีอะไรน่าสนใจ) แต่ถ้าเรื่องไหนมีดีก็จะเอามาบอกเล่ากันแบบนี้ครับ

เรื่องนี้ทำออกมาได้น่ารักดีครับ บรรยากาศความน่ารักและอบอุ่นเป็นจุดเด่นอย่างยิ่งของหนัง ดูแล้วมันสบายใจครับ เห็นคนช่วยเหลือเอื้อเฟื้อกัน แม้จะมีขัดแย้งบ้างตามประสา แต่แทนที่พวกเขาจะลงเอยด้วยการตั้งแง่ทะเลาะกัน (แบบละครบางประเทศชอบทำ) ก็กลับกลายเป็นว่าพอถึงจุดหนึ่งพวกเขาจะหันหน้าเข้าหากัน หรือไม่ก็ประสานประโยชน์มาพบกันครึ่งทาง

ในแง่หนึ่งหนังก็สอนให้เราเข้าใจอกเขาอกเราน่ะครับ อย่างในเรื่องนี่ดูเผินๆ เราอาจคิดว่าแมตต์ดูเป็นตัวร้าย แต่หนังก็ทำให้เราเข้าใจมุมของเขาด้วย ก็เขาเป็น CFO (Chief Financial Office) ครับ หน้าที่ของเขาคือบริหารจัดสรรเรื่องเงินให้ลงตัว ไม่งั้นโรงพยาบาลก็อยู่ไม่ได้ และบางครั้งเพื่อจะทำให้โรงพยาบาลอยู่ต่อได้ ก็ต้องมีการตัดหรือลดอะไรลงไปบ้าง

แต่ขณะเดียวกันหนังก็นำเสนอให้เราตระหนักว่า ก็ถ้าเราให้ CFO ทำงานเพียงมุมเดียวจากหอคอยงาช้าง มันก็ไม่แปลกหากเขาจะตัดหรือจะให้ใครออกแบบง่ายๆ เพราะมันเหมือนคำนวณจากบัญชีตัวเลข ไม่ได้คิดหรือมองในบริบทอื่น

ในขณะที่พนักงานอย่างเจนนี่ก็ต้องไม่โอเคอยู่แล้ว เพราะเธออยู่ใกล้ “คน” มากกว่าอยู่ใกล้ “ตัวเลข” มันจึงเป็นการสะท้อนมุมมองที่ต่างกันได้อย่างน่าสนใจครับ และในที่สุดทั้งเจนนี่และแมตต์ก็ค่อยๆ ปรับมุมเข้าหากัน อย่างแมตต์เองก็เริ่มมองเห็นวิธีที่ดีกว่าการตัดๆ ขาดๆ นั่นคือการปรับลดแบบให้บัวช้ำน้ำขุ่นน้อยที่สุด ซึ่งก็ถือว่าหนังสะท้อนแง่มุมการทำงานอยู่ประมาณหนึ่งเหมือนกันครับ

ในขณะที่เนื้อเรื่องส่วนอื่นๆ, อารมณ์ขัน หรือความอบอุ่นทางใจก็ถือว่ามาครบครับ มีปมชวนให้ซึ้งในตอนท้ายด้วย โดยรวมแล้วนี่จึงเป็นหนังสูตรสำเร็จที่ดูแล้วสบายใจ และให้แง่คิดที่อาจจะไม่ได้ลึกซึ้ง แต่ก็เป็นแง่คิดที่เราเอาไปปรับใช้ในชีวิตจริงได้

ในยุคสมัยที่การทำดีต่อกัน ถูกตีความว่าเป็นการประดิษฐ์, การยอมให้กัน-ลงให้กันกลายเป็นเรื่องที่ดูเสียเกียรติสำหรับบางคน และการแยกเขี้ยวใส่กันกลายเป็นพฤติกรรมสามัญของคนจำนวนหนึ่ง

… อาจถึงเวลาที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนบ้าง

… ก่อนสิ่งเหล่านี้จะนำมาสู่ “จุดเริ่มของจุดจบ” ในที่สุด

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

 

Advertisements