Action

Dracula Untold (2014) แดร็กคูล่า ตำนานลับโลกไม่รู้

1496326816468

ในยุคที่จินตนาการสดใหม่เริ่มเกิดขึ้นยาก ทางออกสำหรับอะไรก็ตามที่ต้องอาศัยจินตนาการ (เช่น ภาพยนตร์) ก็คือการต่อยอดจินตนาการเดิม เติมเต็มส่วนที่ไม่ถูกพูดถึงเอามาขยายความกัน

นอกจากนี้เทรนด์ปัจจุบันของการต่อยอดจินตนาการเดิมก็คือ เอาตัวละครในตำนานที่ถูกตีตราว่าเป็นตัวร้าย มาตีความใหม่บนฐานความคิดที่ว่า “การที่คน สัตว์ประหลาด หรือนางฟ้าจะกลายเป็นสิ่งชั่วร้ายนั้น มักเกิดจาก “มนุษย์” เป็นผู้บีบคั้นทำร้ายกันเสมอ”

Dracula Untold จริงๆ น่าสนใจดีนะครับ เอาตำนานของ วแลดจอมเสียบ หรือแดร็กคูล่า (Luke Evans) มาเล่าในมุมที่ว่า แท้จริงแล้วเขาคือกษัตริย์ที่พยายามปกป้องชาวเมืองจากการรุกรานของพวกเติร์กที่แสนโหดเหี้ยม พอถูกบีบมากๆ เข้าวแลดเลยตกลงกับปีศาจ ขออำนาจจากแวมไพร์มาเพื่อใช้ในการปกป้องเมือง

จุดที่ผมว่าเวิร์กอย่างมากในหนังคือ “ลูกเล่นพลังของแดร็กคูล่า” ที่ดูอลังการและน่าตื่นตาดีครับ โดยเฉพาะตอนสั่งการให้ค้างคาวถล่มข้าศึก ประหนึ่งโกคูปั้นพลังคลื่นเต่าแล้วซัดใส่ผู้ร้ายแบบไม่ยั้ง หรือตอนที่วแลดเดินไปทวงแค้นกับพวกเติร์กในตอนไคลแม็กซ์ ที่เขาเดินมาท่ามกลางเมฆทะมึนและสายฟ้าฟาดเป็นพักๆ อยากบอกว่าฉากนั้นเท่ห์ได้ใจจริงๆ ครับ

จุดที่เข้าท่าต่อมาคือปมหลายๆ อย่าง ไม่ว่าความแค้นที่วแลดมีต่อพวกเติร์ก จนทำให้เราเข้าใจเลยครับว่าทำไมเขาถึงต้องเล่นบทโหดแบบนี้ หรือการที่ไปๆ มาๆ ชาวเมืองกลับกลัวเขา ก็สะท้อนถึง “ความกลัวในสิ่งที่ไม่รู้และไม่เข้าใจ” ของมนุษย์ได้อย่างดี

หนังสั้นดีครับ ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น ซึ่งจริงๆ หนังก็ไม่ได้เดินเรื่องอืดนะครับ เพียงแต่ว่าการเดินเรื่องในบางฉาก (โดยเฉพาะตอนวแลดอยู่ในเมืองแล้วต้องคุยกับลูกน้องหรือคนรัก) มันดูไม่ดึงดูดพอ บทสนทนายังไม่ชวนให้เราจดจ่ออยู่กับฉากนั้นๆ เลยทำให้ความน่าติดตามพร่องไปบ้าง

Evans ไปได้ดีกับบทวแลดครับ มาดให้ ดูเป็นผู้นำที่ห่วงชาวเมือง จนอดไม่ได้ที่จะสงสารและเห็นใจเขา เพราะเขาเป็นฝ่ายโดนพวกเติร์กต้อนจนไม่มีทางเลือก ก็สะใจเหมือนกันนะครับตอนพวกนั้นโดนถล่ม ก็แหม ทำตัวเองทั้งนั้นนี่หน่า

“ให้ทุกข์แก่ท่าน แวมไพร์งับคอ” 555

DraculaUntold

Dominic Cooper ก็เป็นวายร้ายฝ่ายเติร์กที่บีบให้คนกลายเป็นปีศาจ ซึ่งเขาก็เล่นได้ไม่เลวครับ เพียงแต่บทไม่ค่อยเปิดโอกาสให้ทำอะไรเท่าใดนัก แต่คนที่ผมชอบเป็นพิเศษคือ Charles Dance ในบทจอมแวมไพร์ที่ให้อำนาจกับวแลด ขานี้เล่นหนังดีเสมอครับ ยิ่งเป็นตัวร้ายแผนสูงนี่ไว้ใจได้เลย แต่ก็อีกนั่นแหละครับ บทไม่ค่อยมากเท่าไร (แต่หากมีภาคต่อผมว่าก็น่าจะมากขึ้นนะครับ… แต่กลัวว่าจะไม่มีภาคต่อนี่แหละ)

ครับ ก็อย่างที่บอกว่าจริงๆ หนังมีอะไรเวิร์กหลายอย่าง แต่การเล่าเรื่องยังไม่ลื่นเต็มร้อย แอ็กชันจริงๆ ก็แฟนตาซีดีครับ ดูเพลินดี นี่ถ้าบทหลายๆ อย่างมันเข้มกว่านี้ หรือการเล่าเรื่องมันชวนให้ติดตามแบบหยุดไม่ได้มากกว่านี้ล่ะก็ หนังต้อง “จุดติด” ตามความตั้งใจของค่าย Universal แน่นอน

คือจริงๆ แล้ว Universal ตั้งใจจะให้ทีมงานและค่าย Legendary Pictures (ที่ย้ายบ้านจาก Warner Bros. ไปซุกอก Universal) รีบูทหนังมอนสเตอร์ระดับตำนานแบบครบชุด โดยมีเรื่องนี้ประเดิม และตามด้วย Frankenstein, The Invisible Man, The Mummy และ The Wolf Man แต่พอเรื่องแรกมันไม่เข้าเป้าอย่างที่หวัง โปรเจคท์ก็เลยรวนไปพอสมควร

แต่ถ้าว่าถึงรายได้ ก็ไม่เลวครับ ทำเงินไปทั่วโลกที่ $215 ล้าน (จากทุน $70 ล้าน) ก็ไม่ขาดทุนครับ จริงๆ คือได้กำไรหน่อยๆ ด้วย

โดยรวมแล้ว หนังก็ดูได้ครับ อาจไม่สมหวังเต็มร้อยแต่ก็พอเพลินได้ (สำหรับคอหนังแอ็กชันแฟนตาซีน่ะนะครับ) ถ้าชอบหนังอย่าง Underworld, Van Helsing หรือ I, Frankenstein ก็น่าจะโอเคกับเรื่องนี้ครับ

สองดาวกว่าครับ

Star21

(6.5/10)

Advertisements