รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

With Love, Christmas (2017)

24131051_1845813208782805_5941199527448334425_n

ผมมี 2 แรงจูงใจใหญ่ๆ ในการดูหนังเรื่องนี้ครับ แรงจูงใจแรกคือเพราะมันเป็นหนังว่าด้วยวันคริสต์มาส หนึ่งในเทศกาลที่ผมชอบ และหากทำดีๆ แล้ว หนังจะมีอะไรให้ Feel Good พร้อมทั้งมีความอบอุ่นมอบให้กับเราได้เสมอ

แรงจูงใจที่ 2 คือ Emilie Ullerup หนึ่งใน 5 พี่น้องจากซีรี่ส์ Chesapeake Shores ที่ผมชอบเป็นหนักหนา คงเพราะคาแคเตอร์ของเธอที่ดูเหมาะกับบทสาวแกร่ง ทะมัดทะแมง แต่แฝงไว้ด้วยจิตใจอ่อนโยนน่ะครับ ผมเลยจดจำเธอได้ดี

เรื่องนี้เธอรับบทเป็น เมลานี เวลช์ นักโฆษณาสาวที่มองโลกในแง่ดีเสมอ อีกทั้งรักในวันคริสต์มาสเสมอมา และล่าสุดเธอก็จับฉลากได้เป็น “ซานต้าลับ” ของหนุ่มหล่อแสนเย็นชาประจำสำนักงานอย่าง โดโนแวน กู๊ดวิน (Aaron O’Connell)

โดโนแวนไม่สนวันคริสต์มาสครับ ตอนแรกเขาไม่อยากร่วมกิจกรรมนี้ด้วยซ้ำ แต่เพราะเจ้านายสั่งเขาเลยจำต้องยอม และเมลานีก็พยายามตามสืบว่าเขาชอบอะไร หรือสนใจอะไร เพื่อจะได้สรรหาของขวัญที่ถูกใจมาให้

ทีนี้พอสืบแล้วไม่ได้ความ เธอเลยส่งข้อความไปหาเขาซะเลยครับ ถามตรงๆ เลยว่าเชาชอบอะไร อยากได้อะไร มีชีวิตเป็นอย่างไร และประจวบเหมาะกับที่เจ้านายมอบหมายงานให้พวกเขาทำร่วมกัน ไปๆ มาๆ ความสัมพันธ์และสายใยรักก็เริ่มก่อตัวขึ้น

นี่คือหนังสูตรสำเร็จวันคริสต์มาสที่เหยาะเอารสชาติแบบ You’ve Got Mail ลงไปหน่อยๆ ครับ ผลที่ได้คือหนังอร่อยไม่เลว โอเคครับ นี่ยังไม่ใช่หนังวันคริสต์มาสที่สุดยอด แต่ก็ถือว่าดูได้เพลินๆ และสอดแทรกสาระดีๆ ในวันคริสต์มาสได้อย่างพอเหมาะ

เสน่ห์แรกของหนังคือ Ullerup นี่แหละครับ เธอเหมาะกับบทมากๆ ก่อนอื่นขอนิยามเธอก่อนครับ ผมมองว่าเธอเป็นนางเอกประเภทสาวเก่ง ทำงานได้ทั้งแบบทำเพียงลำพังและเป็นทีม เธอมีมนุษยสัมพันธ์และช่างสังเกต เธอมีทั้งความแกร่งและ Sensitive

และจุดเด่นอย่างแรงคือเธอสามารถถ่ายทอดความรู้สึก “อ่อนไหว” ออกมาผ่านแววตาและท่าทางให้คนดูสัมผัสได้ แต่ขณะเดียวกันเธอก็สามารถทำทีเป็น “ข่มความอ่อนไหว ไม่ให้ใครเห็น” ได้ในเวลาเดียวกัน ว่าง่ายๆ คือท่าทางเธอดูโอเค ดูยังไหว แต่ในใจเธออ่อนแรงแค่ไหน เธอถ่ายทอดออกมาให้เห็นได้แบบเนียนๆ แบบไม่ประดิษฐ์แต่อย่างใด ซึ่งส่วนผสมแบบนี้ โดยส่วนตัวแล้ว ผมว่าหาได้ยากอยู่เหมือนกันครับ

เรื่องนี้นางเอกเด่น ในขณะที่พระเอกอย่าง O’Connell ก็ถือว่าเรื่อยๆ ครับ จุดนี้ผมไม่โทษคนแสดงนะ เพราะผมว่าหนัง Hallmark ดูจะเน้นที่นางเอกหรือตัวละครหญิงมากกว่ามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

หนังมาพร้อมสาระดีๆ อย่างการสะกิดให้เราระลึกว่า หัวใจแห่งวันคริสต์มาสนั้น ก็คือโอกาสที่คนจะได้ใกล้ชิดกัน ไม่ว่าจะคนในครอบครัว คนในที่ทำงาน หรืออาจจะเป็นคนที่เห็นหน้ากันทุกวัน แต่ไม่ค่อยสนิทเท่าไร มันคือวันที่เปิดโอกาสให้เราได้แสดงความใส่ใจต่อกัน ซึ่งทำให้ความหมายแห่งวันคริสต์มาสนั้น เป็นอะไรที่มากกว่าแค่ “ต้นไม้ ของขวัญ กับของตกแต่ง” เท่านั้น

อีกประเด็นที่ผมชอบคือ โดโนแวนมักจะมองว่างานโฆษณาคืออะไรที่ต้องทำเพราะเป็นงาน ไม่ได้มีความหมายอะไรมากไปกว่านั้น แต่สำหรับเมลานีแล้ว เธอมองว่าโฆษณาดีๆ จะช่่วยส่งสารที่ทำให้คนอิ่มใจ เหมือนส่งความปรารถนาดี ส่งกำลังใจ ส่งแง่คิดดีๆ ให้กับใครก็ตามที่ได้ชมโฆษณานั้น

… บางครั้ง “ความสัมพันธ์” กลายเป็นดั่ง “เงื่อนไข” ให้คนเราจำต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อรักษามันเอาไว้ ทั้งที่เราอาจไม่ได้อยากทำอะไรแบบนั้น และมันอาจห่างไกลจากตัวตนของเรา ซึ่งความสัมพันธ์แบบนั้นเป็นอะไรที่น่าทบทวนให้ดีครับว่ามันเป็นความสัมพันธ์ที่ควรปรับปรุงหรือไม่

แต่บางครั้ง “ความสัมพันธ์” ก็เป็นดั่ง “ซานต้าลับ” ที่ไม่ต้องโผล่มาเสนอหน้าตลอดก็ได้ ขอเพียงส่งใจให้กัน ส่งความห่วงใยให้กันในวันที่เขาหรือเธอต้องการ แสดงให้เขาหรือเธอเห็นว่าเรายังอยู่ตรงนี้ เธอยังมีเราอยู่นะ – ทำให้เขาไม่รู้สึกเดียวดาย แต่เราเองก็ไม่เสียตัวตนหรือความเป็นเราไป – ต่างคนต่างมีกัน และต่างคนต่างมีตน

อย่างที่บอกครับว่าหนังอาจไม่ได้สุดยอดอะไร แต่หลายครั้งที่สาระเล็กๆ น้อยๆ ในหนังก็เป็นดั่งเมล็ดพันธุ์ที่ชวนให้เราฉุกคิดอะไรหลายๆ อย่างขึ้นมาได้เหมือนกัน

สองดาวกว่าครับ

Star21

(6.5/10)

Advertisements