รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Corn Island (2014)

13221028_1232597563437709_3155218344912444332_n

เมื่อได้ทราบรายละเอียดคร่าวๆ ของหนังเรื่องนี้แล้วก็ตระหนักได้เลยครับว่านี่มันหนังแนวที่ผมโปรดปรานชัดๆ

ระยะหลังผมจะนิยมชมชอบภาพยนตร์สารคดีมากขึ้นครับ โดยเฉพาะพวกภาพธรรมชาติสวยๆ หรือแปลกตานี่จะถูกใจเป็นพิเศษ (แบบหนังชุด Qatsi หรือ Baraka เป็นต้น)

กับเรื่องนี้ก็เข้าแก๊ปเลยครับ พล็อตจริงๆ ไม่มีอะไรมาก หนังเล่าเรื่องของคุณตาคนหนึ่งที่ไปปลูกบ้านอยู่บนเกาะเล็กๆ (จริงๆ ออกแนวสันดินมากกว่า) กลางแม่น้ำ โดยเขาไปปลูกกระท่อมเล็กๆ อยู่ที่นั่นพร้อมหลานสาว แล้วก็ปลูกข้าวโพดเป็นเครื่องประทังชีพ

หนังเรื่องนี้สัญชาติจอร์เจียครับ ติดในรายชื่อ 9 เรื่องสุดท้ายเข้าชิงออสการ์สาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมด้วย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เข้าชิงบนเวที (ปีนั้น Ida ได้ไปครับ)

ผมรู้ว่าหลายท่านพอได้ยินว่า “หนังจอร์เจีย” ก็จะรู้สึกว่าแบบนี้จะดูยากไหม จะดูรู้เรื่องไหม ก็บอกได้เลยครับว่าดูไม่ยากหรอก และไม่ต้องกังวลเรื่องภาษาด้วย เพราะในเรื่องน่ะแทบไม่มีบทสนทนาเลยครับ มีอย่างมากไม่ถึง 3% ของหนังด้วยซ้ำ

ดังนั้นภาษาไม่ใช่ปัญหาครับ เพราะกว่า 97% ของหนังคือภาพวิถีชีวิตของชายชรากับหลานสาวล้วนๆ มีตัวละครอื่นแทรกเข้ามาบ้างประปราย แต่ตัวเอกหลักๆ จริงๆ คือเกาะแก่งกลางแม่น้ำและภาพธรรมชาติโดยรอบมากกว่า

หนังยาวราวๆ 100 นาทีครับ และไม่มีเนื้อหาหวือหวา มีแต่ภาพชายชราคนหนึ่งที่พยายามอยู่ให้รอด ด้วยการปลูกกระท่อม ด้วยการปลูกข้าวโพด มันคือภาพชีวิตคนง่ายๆ กลางลำน้ำ ที่เอาเข้าจริงๆ มันไม่ง่ายเลยครับ เพราะลองว่าเราต้องอยู่ในโลกนี้แล้ว เราก็ต้องเจอกับเรื่องเกินคาดเดา

ไม่ว่าจะเรื่องเกินคาดเดาจากคนด้วยกัน หรือเรื่องเกินคาดเดาจากธรรมชาติ ซึ่งล้วนมีผลต่อชีวิตคนอย่างเราๆ เสมอ

หนังคือหนังชีวิตที่สื่อเรื่องราวความจริงของชีวิตแบบง่ายๆ แต่ลึกซึ้งครับ เราจะได้เห็นการพยายามเอาตัวรอดของคนในแบบต่างๆ และการพยายามรักษาไว้ซึ่งสิ่งที่ตนมี (ไม่ว่าจะเรื่องวัตถุสิ่งของหรือเรื่องของความรู้สึกทางจิตใจ)

แม้เรื่องจะเกิดเพียงบนเกาะเล็กๆ ขนาดที่เดินรอบได้ภายในเวลาไม่กี่นาที แต่มันก็จำลองความจริงของชีวิตมนุษย์ได้อย่างน่าสนใจ

หนังกำกับโดย George Ovashvili ซึ่งใช้เวลากว่า 4 ปีในการถ่ายทำหนังเรื่องนี้ครับ โดยเขาใช้เวลาถึง 2 ปีเพื่อตามหาเกาะแก่งกลางแม่น้ำให้ได้ตรงตามที่เขาวางคอนเซปต์ไว้ แต่สุดท้ายเขาก็ตระหนักว่ามันเป็นเรื่องยาก เพราะเกาะที่จะใช้ถ่ายทำมันต้องแข็งแรงและมั่นคงเพียงพอ ไม่งั้นทีมงานอาจได้รับอันตรายจากการถ่ายทำก็ได้

ว่าง่ายๆ คือถ้าไปถ่ายเกาะแบบนั้นจริงๆ ตามธรรมชาติ โอกาสที่กระแสน้ำจะไหลบ่ามาพัดพาจนมันหายอาจเกิดขึ้นได้ทุกวินาทีนั่นเอง ด้วยเหตุนี้เขาเลยต้องสร้างเกาะขึ้นมาเองครับ ดังนั้นเกาะที่เราเห็นก็คือเกาะที่มนุษย์สร้างขึ้นมาให้มั่นคงและปลอดภัยสำหรับการถ่ายทำ

เป็นหนังอีกเรื่องที่อยากให้คอหนังได้ลองลิ้มครับ มันเรียบง่าย แต่น่าจดจำ แน่นอนว่ามันอาจไม่ได้สมบูรณ์แบบในทุกๆ ด้าน แต่ก็ถือเป็นหนังที่ทำออกมาได้ดี สามารถ Touch อารมณ์ความรู้สึกของผู้ชมได้ในหลายๆ วาระ และสำหรับคนชอบดูภาพธรรมชาติแล้ว ผมว่าหนังเรื่องนี้ตอบโจทย์ได้อย่างดีครับ

ถึงตรงนี้ก็ทึ่งนะ… เพียงภาพเกาะเล็กๆ กลางลำน้ำ ก็ดูสวยงามได้ไม่แพ้ภาพธรรมชาติอื่นๆ เหมือนกัน ^_^

สามดาวครับ

Star31

(8/10)

 

Advertisements