รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Frozen in Love (2018)

FrozenInLove-PosterB

ยอมรับแต่เริ่มแรกเลยครับว่าผมรู้สึกดีกับหนังเรื่องนี้ด้วยหลายๆ ปัจจัยที่มันโดนใจผมพอดี เลยทำให้ผมค่อนข้างแน่ใจว่าสิ่งที่ผมจะเขียนต่อไปนี้คงจะไร้ความเป็นกลางอย่างแน่นอน

ปัจจัยที่มันโดนก็มีหลายอย่างครับ ไม่ว่าจะตัวเอกที่เปิดร้านหนังสือ (พอดีว่าผมทำร้านหนังสือเหมือนกัน) ตามด้วยมี Rachael Leigh Cook แสดงนำ (พอดีว่าผมชอบดาราคนนี้มานานนับสิบปี) และเป็นหนังที่มีบรรยากาศดีๆ สไตล์ Hallmark (พอดีว่าผมชอบแนวนี้อยู่แล้ว) มันเลยทำให้ผมรู้สึกอิ่มเอมยามดูหนังเรื่องนี้น่ะครับ

เรื่องราวของแมรี่ แคมป์เบลล์ (Cook) เจ้าของร้านหนังสือ On the Same Page ที่เธอรับช่วงทำต่อจากพ่อแม่ และร้านก็กำลังจะเปิดมาครบ 40 ปี เธอเลยอยากจัดงานประชาสัมพันธ์ร้าน (เพราะระยะหลังเหมือนยอดขายจะลดลง) จึงไปติดต่อพีอาร์อย่าง เจเน็ท ดันเลวี่ (Sandy Sidhu) ให้มาช่วยวางแผนงาน

ขณะเดียวกัน อดัม เคลย์บอร์น (Niall Matter) นักฮ็อคกี้แบดบอยที่ทำตัวเสเพลจนจะโดนเขี่ยออกจากทีม ก็กำลังต้องการกู้ชื่อให้ตัวเอง เขาเลยมาติดต่อเจเน็ทเหมือนกันครับ ทีนี้เจเน็ทก็เห็นว่าความต้องการของคู่นี้แมทช์กันพอดี เลยจับมาวางแผนพีอาร์ร่วมกันซะเลย

แน่นอนว่าแผนพีอาร์ก็ดำเนินไป พร้อมกับหัวใจของคนสองคนที่เริ่มขยับเข้าหากัน โดยตอนแรกพวกเขาก็ออกแนวคู่กัดกันนิดๆ น่ะครับ แต่พอได้อยู่ด้วยกัน ได้คุยกันมากๆ เข้า มันก็กลายเป็นความผูกพัน และต่างคนต่างก็เป็นเหมือนส่วนที่เติมเต็มให้กับอีกฝ่ายไปโดยปริยาย

หนังทำได้น่ารักดีครับ คนแรกที่ต้องขอชมก็คือ Cook นี่แหละ เพราะนอกจากแสดงนำแล้ว อำนวยการสร้างแล้ว เธอยังเขียนบทอีกด้วย ซึ่งพล็อตตั้งต้นจริงๆ ก็ง่ายๆ ครับ แต่รายละเอียดข้างในระหว่างทางมันดูมีอะไรให้เราติดตามได้ตลอด จนผมรู้สึกได้เลยว่าเธอเขียนบทเรื่องนี้แบบตั้งใจจริงๆ

จุดสำคัญของหนังโรแมนติกแนวนี้คือการสร้างคาแรคเตอร์ตัวละครให้ชัด ก่อนจะให้พระ-นางมาเข้าคู่กัน ซึ่งตอนเข้าคู่นี่แหละที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อน เพราะหากบทสนทนาหรือสถานการณ์มันทำให้คนดูเชื่อได้ว่าพวกเขาเริ่มมีใจให้กัน ทุกอย่างก็ฉลุย แต่หากทำไม่สำเร็จ หนังก็จะกลายเป็นหนังสูตรทั่วๆ ไปอีกเรื่องหนึ่ง

และกับเรื่องนี้ หนังทำได้ครับ คาแรคเตอร์ของอดัมและแมรี่มีความแตกต่างตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ ง่ายๆ เลยก็คืออดัมไม่ใช่นักอ่าน แต่แมรี่รักหนังสือมาก ตอนแรกผมก็อยากรู้นะว่าพวกเขาจะมาเชื่อมกันยังไง ปรากฏว่าหนังใช้ความต่างนี่แหละเป็นตัวสร้างความผูกพัน

สิ่งที่ทำให้ผมชอบก็คงเพราะ จริงที่อดัมไม่ใช่นักอ่าน (คือเคยอ่านบ้าง แต่ไม่เยอะ) และจริงที่แมรี่เป็นคนรักหนังสือ พวกเขาต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขามีเหมือนกันคือ “พวกเขาเปิดกว้างทางความคิด” อย่างอดัมแม้จะไม่อ่าน แต่เขาก็พร้อมรับฟังและทำความเข้าใจว่าทำไมแมรี่ถึงชอบเล่มนั้นเล่มนี้ หรือบางครั้งแม้พวกเขาจะมองคนละมุม แต่พวกเขาก็พร้อมจะฟังกัน ผลัดกันมองผลัดกันคิดในมุมของอีกฝ่าย ประหนึ่งว่าโลกของอีกฝ่ายคือดินแดนใหม่ที่เติมเต็มอะไรบางอย่างที่ตนเองขาดหายไป

ตลอดเรื่องผมเลยเพลินกับทั้งการแสดงดีๆ ของดาราทุกคน เพลินกับบรรยากาศเมืองเล็กที่น่ารัก (หนังถ่ายทำที่แคนาดาอีกเช่นเคย หนนี้ไปถ่ายที่บริติช โคลัมเบีย) และเพลินกับบทสนทนาที่สอดแทรกทั้งตัวตนของตัวละคร, แทรกประเด็นมุมมองที่แตกต่างทั้งเรื่องชีวิตและเรื่องหนังสือ แม้เรื่องราวจะเดาได้และมันจะลงเอยอย่างสูตรสำเร็จ แต่รายละเอียดระหว่างทางของหนังได้รับการนำเสนอพอเหมาะและใส่ใจ มันเลยทำให้หนังสูตรสำเร็จแนวโรแมนติกเรื่องนี้ดูมีอะไรในตัวเอง

หลายประโยคในหนังเอามาเป็นคำคมได้เลยครับ เช่นตอนที่แมรี่ตื่นเต้นมากๆ แม่ของเธอก็บอกว่า “บอกตัวเองนะจ้ะว่าลูกไม่ได้กระวนกระวาย (Nervous) แต่ลูกแค่กำลังรู้สึกใส่ใจ (Care) อย่างมากเท่านั้น” ซึ่งตลอดเรื่องมีบทพูดน่ารักๆ มาเรื่อยๆ ครับ มันเลยเพลินได้จริงๆ จัง

หนังกำกับโดย Scott Smith ที่เคยร่วมงานกับ Cook มาแล้วใน Autumn in the Vineyard มาเรื่องนี้ถ้ามองในการคุมงานแล้ว ผมว่าเขาทำได้ดีครับ แต่อาจจะยังไม่เด่นมาก เพราะจุดเด่นไปอยู่ที่คาแรคเตอร์และบทพูดมากกว่า ในขณะที่อารมณ์บางจังหวะก็ถือว่าดี แต่ยังไม่สุด

เป็นอีกหนึ่งหนังรักในลมหนาวที่ทำได้น่ารักครับ ส่วนหนึ่งก็อย่างที่บอกนั่นแหละ หลายอย่างในเรื่องมันเหมือนใส่พานมาให้ผมโดนใจโดยเฉพาะ เอาแค่ตัวเอกเป็นเจ้าของร้านหนังสือมันก็โดนไปที่ใจส่วนลึกของผมแล้วล่ะ

สองดาวใกล้ครึ่งครับ

Star21

(6.5/10)

Frozen001

 

โฆษณา