Action

สุดสาคร (2006) Legend of Sudsakorn

poster111

แม้ในทางการสร้างภาพยนตร์ นี่จะไม่ใช่ภาคต่อของพระอภัยมณี แต่ในทางวรรณกรรมแล้ว นี่คือบทต่อมาที่สานต่อเรื่องราวพระอภัยมณี

กับเรื่องราวของสุดสาคร (ชาลี ไตรรัตน์) บุตรแห่งพระอภัยมณีกับนางเงือก แล้วเมื่อม้านิลมังกรได้มาพบเจอกับสุดสาคร ตามคำทำนายว่าการผจญภัยสุดยิ่งใหญ่ของสุดสาครจะเริ่มต้น

แล้วสุดสาครก็ต้องเจอกับปีศาจสารพัด รวมถึงชีเปลือยเจ้าเล่ห์ ไหนจะต้องตามหาบิดาตนอีก แล้วเขาจะต้องเจอกับอะไรบ้าง ก็ต้องตามไปอ่านบทประพันธ์กันนะครับ

สำหรับหนัง ผมก็ไม่อยากว่าอะไรนักเพราะมันยากอยู่ที่จะเอาบทประพันธ์ที่มีรายละเอียดเยอะมาร่าย นี่เท่าที่เห็นในหนังก็ตัดไปจากบทประพันธ์เยอะมากแล้ว ก็อยากชื่นชมในความพยายามล่ะครับ ด้านเทคนิคก็พยายามกัน ด้านเนื้อเรื่องนับว่าพอมี เครื่องแต่งกายและก็ฉากก็ถือว่าพอเข้าท่า ไม่ได้ลวกๆ คือถ้าให้ว่าตรงๆ สุดสาครนี่ได้เรื่องได้ราวกว่าพระอภัยมณีเวอร์ชั่นล่าสุดนั่นมากมายจนไม่รู้จะเปรียบกันอย่างไร

แต่กระนั้นหนังก็ยังไปไม่ถึงดวงดาวครับ แม้จะมีเนื้อเรื่อง แต่การเดินเรื่องไม่ได้สนุกสนานเต็มที่ ไม่ได้เร้าใจหรือตื่นเต้น เหมือนแค่เล่าๆ ให้เราทราบเรื่องแต่ไม่ได้เร้าให้เราเกิดอารมณ์ความหวือหวาไปตามเนื้อหา

จริงๆ ผมว่าคนทำหนังบ้านเรายังมองอะไรบางอย่างได้ไม่ชัดทั้งหมด บางทีเราคิดว่าส่วนสำคัญที่ทำให้คนดูใจหายใจคว่ำหรือตื่นเต้นไปกับหนังนั้นคือเทคนิคพิเศษที่สมจริง ยิ่งมีเยอะ ยิ่งพิสดารคนดูยิ่งชอบ แต่เอาเข้าจริงแล้วจุดสำคัญไม่ใช่เทคนิคพิเศษ หากแต่เป็นเรื่องว่าหนังสามารถทำให้คนดูเชื่อและคล้อยตามตัวละครและเหตุการณ์ได้มากแค่ไหนต่างหาก

อย่าง The Matrix นี่เตรียมล้มไม่เป็นท่าต่อให้เทคนิคดี แต่หากไม่มีอะไรที่ดึงความเชื่อคนดูให้คล้อยตาม

ตัวอย่างที่ดีอันหนึ่งก็คือ Thunderbirds ที่เทคนิคสุดยอด แต่หนังอะไรของมันอ้ะ

สุดสาครเลยเป็นหนังที่เอฟเฟคท์เยอะครับ แต่ก็ไม่ได้เร้าใจชวนลุ้น หรือแม้แต่ชวนติดตามก็เถอะ อีกอย่างไม่รู้ผมเป็นไปเองไหม แต่รู้สึกว่า ภาพตอนอ่านบทประพันธ์กับภาพที่เห็นในหนังมันคนละอย่างกันโดยสิ้นเชิง

สรุปนะครับว่าหนังก็เรื่อยๆ ไม่ได้คุ้มค่าชวนดู แม้จะได้ดาราดีๆ มาเล่น อย่างอาสุเชาว์ เป็นต้น

มีแต่เทคนิคอย่างเดียว ไม่มีอย่างอื่นหนังก็ไม่ต่างจากการโชว์เอฟเฟคท์อย่างเดียวหรอกครับ

ไม่ถึงสองดาว

Star12

(5/10)

Advertisements