Action

เสือคาบดาบ (2005) The Tiger Blade

1268974483

ฮ่าๆๆๆ หลังจากโดนค่อนขอดหาว่าไม่ดูหนังไทยเลยเรอะ ไม่เห็นเอามาบ่นในนี้เลย (มันขอดเล่นๆ ครับ แต่ผม จัดห้ายยย)

จริงๆ ไม่ใช่ผมไม่ดูนะครับ ผมดูตลอดน่ะแหละทั้งหนังแผ่นเทเลมูวี่โดยตรงหรือหนังจากโรง แต่ยอมรับว่าไอ้การจะเข้าไปดูในโรงโดยตรงน่ะไม่ค่อยครับ น้อยเรื่องเอาเฉพาะที่อยากดูจริงๆ มากกว่า (ผมก็ทำอย่างนี้เท่าเทียมกันกับหนังทุกชาติครับ ไม่ได้ดูแหลกแจกยับ ก็ผมไม่ได้ผลิตแบงค์นี่ครับ โธ่ )

ดังนั้นขอเริ่มเลยครับ เนื่องในโอกาสที่เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยจะเข้าฉาย (มันเกี่ยวกันตรงไหนฟะเนี่ย ) … แต่มันเกี่ยวกันนะครับ (ไอ้นี่เริ่มบ้าเถียงกะตัวเอง ) ที่ว่าเกี่ยวก็เพราะผมกะจะเอาหนังไทยมาระดมเขียนบ้าง แล้วก็มีบางเรื่องที่น่าเอามาพูดถึงเพราะแนวทางมันคล้ายเพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย แต่จะเป็นเรื่องไหนไว้ถึงแล้วจะบอกครับ ตอนนี้ขอเอาหนังไทยมาอัพเดทบ้างก็แล้วกัน

นี่คือหนังแอ๊คชั่นนะครับ เรื่องของยศธนา (อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร) พยัคฆ์ร้ายมือดีที่มีหน้าที่ปราบปรามเหล่าร้ายทั่วราชอาณาจักร แต่งานนี้เขาต้องเจอศึกหนัก เมื่อศัตรูของเขาคือผู้พันเก้ายอด (พงษ์พัฒน์ วชิระบรรจง) ที่มีพิษสงร้ายกาจ อีกทั้งยังมีลูกน้องระดับพระกาฬที่ทั้งโหดและฝีมือดี แล้วยังมีของขลังฤทธิ์แรงฟันแทงไม่เข้าอีก

และการจะรับมือกับความร้ายของผู้ร้ายกลุ่มนี้เห็นจะเป็นการหาทางเอาของขลังมาชนะของขลัง เมื่อเหล่าร้ายมีของคงกระพัน ยศธนาก็เลยต้องหาเอาอาวุธในตำนานอย่างดาบเหล็กไหลมารับมือ

แล้วศึกนี้ยศธนากับผองเพื่อนคู่แสบอย่าง เคราแดง (อนันต์ บุนนาค) กับเคราดำ (ยอดนิยม นิยมสุข) และตำรวจสาวหน่วยลับสุดสวยนามว่าดวงดาว (พิมลรัตน์ พิศลยบุตร) จะสามารถเอาชนะเหล่าเดนคนติดมนต์คงกระพันเหล่านี้ได้หรือไม่ … ท่านยังต้องเดาอีกหรือครับ (นี่เป็นการพูดอย่างสั้นชัดครับ)

เฮ่อ ท่านที่รักทั้งหลาย สนุกสนานครับ ไม่ได้หมายถึงหนังนะ หมายถึงชีวิตผมนี่แหละหนุกหนานจริงๆ ดูหนังก็เจอทั้งดีไม่ดี ดูเยอะๆ ก็เริ่มบ้าครับจะดีหรือไม่เริ่มรับได้ ไอ้ความรู้สึกแบบเอาตังค์ตูคืนมานี่แทบไม่มีแล้วล่ะ มันทำใจได้ตั้งแต่หลายปีก่อนแล้วครับว่าหากจะมานั่งเศร้าโศกเสียดายเงิน เราสู้มาเปลี่ยนความเสียดายนั้นให้เป็นประโยชน์ดีกว่า มานั่งหาคำตอบว่าทำไมเราถึงรู้สึกเฉยๆ หรือไม่ชอบหนังเรื่องนั้น โครงสร้างหนังเป็นไง เอามาเล่าเอามาระลึกและเอามาบ่นแบ่งปันประสบการณ์ในคนอื่นๆ ฟัง มันออกจะได้ประโยชน์มากกว่านะ และนั่นคือสิ่งที่ทำผมเรื่อยมานับแต่คิดได้ (ไม่เชื่อไปอ่านในที่ผมเขียนถึงไพรีพินาศครับ ด่ายับแต่มันส์ปากและได้อะไรมาคิดอีกด้วย)

หากดูรวมๆ แล้วหนังไม่มีความจำเป็นที่จะทำให้ท่านควักสตางค์ออกจากกระเป๋าแล้วเช่ามาดูน่ะครับ แผ่นละ 20 บาท ไหนๆ เสียแล้วเอาไปเช่าหนังอื่นๆ ดีกว่า อันนี้พูดตรงๆ เลยน่ะครับ รู้สึกเช่นนั้นจริงๆ ไม่ได้มันส์หรือตื่นเต้นเร้าใจ แนวทางธรรมดาและออกจะหลงๆ ด้วย

ผมดูหนังไทยมาหลายเรื่องนะ ยอมรับว่าเจอจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดจุดหนึ่ง นั่นคือ หนังส่วนใหญ่มันไร้ทิศทาง อ้ะ เราจะจำกัดวงมาเฉพาะแอ๊คชั่นนะครับ หากลองเทียบหนังบู๊เจ๋งๆ ระดับตำนานอย่าง Die Hard หรือเอา Snakes on a Plane ก็ได้ ถ้าลองเอามาดูดีๆ ผมว่าหนังพวกนั้นมันมีทิศทางที่ชัดเจนครับ ทิศทางที่ว่าคือเรารู้ว่ามันเริ่มอย่างไรและมันจะพาเราไปไหน เช่น Die Hard มันเริ่มที่ตำรวจคนหนึ่งมาหาเมียที่ตึกนากาโตมิ แล้วดันเจอผู้ก่อการร้ายยึดตึก ดังนั้นทิศทางของมันก็คือ พระเอกต้องเอาตัวรอด ช่วยคนบนตึก และลงเอยด้วยการปราบผู้ร้าย

หรือ Snakes ยิ่งง่ายครับ เครื่องบินมีงู ทิศทางก็คือ ทำยังไงผู้โดยสารจะอยู่รอดปลอดภัย

หนังแอ๊คชั่นที่เฉียบๆ ส่วนมากมักมีความชัดเจนตรงจุดนี้ครับ ทิศทางหลักๆ มีอันเดียว คนดูก็จะค่อยๆ ซึมลึกไปกับเรื่องราวนั้นๆ อย่าง Die Hard ดูๆ ไปก็จะเอาใจช่วยพระเอก อ้ะ หรือต่อให้หนังที่ลุยไปเรื่อยอย่าง Bad Boys ก็เถอะ พวกตำรวจไล่ล่าทั่วเมืองแต่ยังไงก็ต้องลงเอยด้วยการตีกับวายร้าย เนี่ยครับ ทิศหลักจะมีอันเดียว แต่ไอ้พวกทิศย่อย มุขประกอบก็มีไป ใส่มาได้เรื่อยๆ แต่มันจะดำเนินไปโดยมีเรื่องราวธีมหลักเดินร่วมไปด้วยเสมอ

หรือให้เทียบหนังบู๊บ้านเราก็ได้ครับ ที่เข้าท่าจริงๆ สองสามปีหลังนี่ก็บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม มีฉากแอ๊คชั่นที่ดี ส่วนเนื้อเรื่องก็คือบอดี้การ์ดที่ต้องคอยตามช่วยเหลือลูกของเจ้านาย เรื่องมันไม่รกครับ แม้จะมีมุขมีอะไรแซม แต่เหตุการณ์ต่างๆ ที่ดำเนินไปไม่ทำให้เรื่องเสีย ไม่ทำให้คนดูเขวว่า ตกลงพวกเอ็งจะทำอะไรกันแน่

แต่กับเรื่องเสือคาบดาบและหนังอีกหลายๆ เรื่องมันเป็นเช่นนั้นครับ ประเด็นนึกจะใส่ก็ใส่ เนื้อเรื่องหลักก็ยังไม่แข็งแรง ที่นี่คนดูก็แกว่งสิครับเนื้อเรื่องหลักเป็นอะไรตูก็มึนอยู่แล้ว ไอ้พวกรายละเอียดปลีกย่อยก็มาอีกเพียบ งานนี้สมาธิก็ได้แยกแตกกระจายหมดล่ะครับ

จริงๆ พล็อตหลักของหนังคือการตามล่าผู้ร้ายที่คงกระพัน และผู้กองเก้ายอด แล้วเราก็ต้องเอาดาบเหล็กไหลมาปราบ จริงๆ หลักๆ ก็แค่นี้แหละครับ แต่หนังดันใส่อะไรลงมาอีกสารพัดเพียบ เกินไป ไปเน้นไอ้ที่ไม่จำเป็น แต่ไอ้ที่จำเป็นไม่เน้น เรื่องเลยเดินอย่างเมาๆ ครับ

และดูเหมือนทีมงานจะโลภด้วย เพราะตอนจบครับ ไม่รู้มันเกิดจะมาอยากหักมุมอะไรไม่ทราบ ขอโทษ ไม่ทราบเป็นโรค “พี่มาโนช-ลิซึ่ม” เหรอครับ หลังๆ นี่พยายามจะหักมุมอยู่ได้ ไพรรีพินาศก็หัก ล่าสุดดูไป ไทยถีบก็ยังหักอีก มันจะหักทำไมนักหนาวะ (แต่เรื่องไทยถีบน่ะพอทำเนา)

คือ พี่ต้องเข้าใจนะครับ การหักมุมหนังหรือเรื่องสั้นหรืออะไรก็ตามเนี่ย ถ้าจะให้ดีต้องคิดและวางเรื่องให้ดี ไม่ใช่นึกจะหักก็หัก อย่างเดินเรื่องมาดีๆ เป็นหนังแอ๊คชั่นพระเอกตีกับผู้ร้ายแล้วเจือกหักมุมตอนจบว่าผู้ร้ายลืมซื้อกับข้าวไปฝากเมียเนี่ย มันเกี่ยวกันมั้ยครับ อย่างเรื่องนี้แม้จะไม่ไ่ด้หักมุมติงต๊องขนาดนั้นก็เหอะ แต่มันหักแบบไม่จำเป็นเลยครับหนังทั้งเรื่องแทบจะไม่ได้กล่าวอะไรเท่าไหร่เกี่ยวกับประเด็นนี้ เพราะประเด็นหลักมันอยู่ที่การต่อสู้ การตามล่าตัวคนร้าย

จริงๆ การหักตอนท้ายน่ะ มันไม่เลวหรอกครับ แต่ผมเสียดายว่าถ้าพี่คิดจะหักทำไมไม่ทำหนังเป็นแนวทางนั้นล่ะครับ แบบให้คนดูพอมีความทรงจำเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ บ้าง เช่นเรื่องคนทรยศเงี้ย หนังมันหักมุมเกี่ยวกับคนทรยศ ก็น่าจะมีย้ำบ้าง กล่าวถึงบ้างหรือทำให้เรามีความสงสัยบ้าง แต่นี่ดันเอาเรื่องคนทรยศมาใส่ตอนท้ายแบบดื้อๆ ผมก็นั่งพยักหน้านะว่า อ๋อๆ อ้ะนี่ทรยศ ก่อนจะมานั่งนึก … แล้วไงวะ มันเกิดเรื่องทำนองนี้ขึ้นด้วยเหรอฟะ ดูแล้วต้องมานั่งระลึกชาติอีกครับว่ามันสร้างความสงสัยประเด็นนี้ให้กับเราเมื่อไหร่

นั่นคือจุดที่น่าเสียดายครับ จริงๆ หนังถ้ากำหนดไปเลยให้พระเอกเป็นมือปราบมือดี แล้วก็ให้พระเอกต้องประจัญหน้ากับผู้ร้ายไปเรื่อยๆ ควบคุมแนวทางไม่ให้นอกลู่นอกทางเกินไปก็คงดี เพราะจะว่าไปผมว่าคิวบู๊ไม่เลวนะครับ ไม่ได้สุดยอดแต่ก็ไม่ใช่กระจอก อย่างตอนสโลว์แล้วมีการกลิ้งถีบตัวไปตามพื้นที่เปียกน้ำไรเงี้ย ทำได้ไม่เลว ถ่ายภาพได้ไม่เลว ฉากตีกันก็ดีอ้ะ เร้าใจพอตัว แต่พอเนื้อเรื่องมันไม่น่าติดตามก็เสร็จล่ะครับ และช่วงหลังๆ ฉากตีกันก็เริ่มธรรมดาอีกต่างหาก

ด้านดารานั้นผมว่าก็โอเคล่ะครับ ไม่มีปัญหานะ แต่ปัญหาอยู่ที่บทอ้ะ ที่ไม่สามารถสร้างคาแร็คเตอร์ที่น่าจดจำได้เลย อย่างพระเอกพี่ยศธนา ฉายาเสือคาบดาบ แต่คาแร็คเตอร์ของเขาก็ยังเหมือนเดิมๆ อ้ะ ที่บอกว่าเดิมๆ นี่หมายถึงเป็นคาแร็คเตอร์แบบที่เราเห็นได้ตามหนังเกรดบีทั่วไปน่ะครับ ปูมไม่หนักแน่น ท่าทางลีลามิติเดียวโดดๆ เหมือนพี่แกจะมีอารมณ์ขันอย่างเดียว แต่มิติอื่นไม่เจออะไรครับ ทั้งๆ ที่หนังเหมือนจะใส่ความอ่อนโยนของเขาลงมา แต่ก็ไม่สัมผัสอ้ะครับ ตอนความแค้นตอนอะไรมันก็ตามบทไปหมด จริงๆ บทพระเอกนักบู๊นั้นคนเขียนต้องคิดครับ ว่าบทดั้งเดิมเป็นอย่างไรและจะเอาใครมาเป็นนักแสดง และพอได้นักแสดงมาแล้วก็ควรจะดูว่าเออ เราสามารถเอาตัวละครนี้ใส่ลงไปในร่างดาราคนนี้ได้มั้ย ตรงไหนควรปรับมั้ย ตรงไหนควรเพิ่ม อะไรที่ใส่แล้วทำให้เขาเด่นขึ้นก็ใส่ อะไรไม่จำเป็นก็ตัดไป

แต่ดูเหมือนในเรื่องนี่บทเขียนแบบพื้นๆ มากครับ เป็น มือปราบ อารมณ์ดี ขี้เล่นบ้าง จบ … (แป่ว)

ส่วนนางเอกน่ารักครับ น้องกบ สวยน่ารักใส่เสื้อห้าวๆ ได้ขึ้นมาก แต่บทน้อยเหลือเกินครับ เสียดายของจริงๆ ให้ตายเถอะนะครับ, หรือพี่เอ อนันต์ก็มามาดเดิม มาฮามาเฮ เหมือนจะชูรส ซึ่งผมเคยคิดนะครับว่าบทชูรสนี่จะเป็นอะไรที่สามารถช่วยหนังได้เยอะ แม้หนังจะไมไ่ด้เรื่อง แต่พอดูเรื่องนี้มันให้เห็นครับ ว่าต่อให้เขาจะเอาฮา ชูรสได้ดีขนาดไหนก็ตาม แต่หนังมันต้องมีพื้นให้ยืนอ้ะ ไม่งั้นอารมณ์จะโดดขึ้นมา พาหนังเพี้ยนกระบวนไปด้วยซ้ำ

ส่วนพี่พงษ์พัฒน์ก็มาดเดิมอีก ท่าทางนี่มาเป็นไอ้เสือตัวร้ายเจ้าเก่า ที่เข้มไม่มีตก แต่ก็ต้องเข้าใจน่ะฮะ ดาราดีแต่บทไม่ส่งมันก็เท่านั้น แม้จะขับเน้นยังไงก็เหอะ พี่พงษ์พัฒน์มาก็ไม่มีอะไรให้บ่นครับ แต่ก็ไม่รู้จะชมอะไร ท่าทางมาเป็นนรกตัวสุดท้ายเชียว

มันอดเสียดายไม่ได้ล่ะครับ หนังแนวนี้มันทำเป็นแอ๊คชั่นแฟนตาซีดีๆ ได้สบาย หากใส่เรื่องให้มันเข้มแล้วก็อะไรต่างๆ เพราะแนวตำรวจมันเป็นสูตรที่ใช้ได้ตลอดปีตลอดชาติขอเพียงมีความสดหน่อย แต่โครงเดิมคนดูก็ไม่ว่า อันนี้เอาของวิเศษมาช่วยในการลุยก็ยังถือว่าใส่อะไรใหม่ๆ ลงไปบ้าง แต่นี่โครงเมาครับ เอาไก่ย่างเสิร์ฟพร้อมข้าวโอ๊ต แล้วมันจะไปกันได้ไงล่ะครับพี่

บ่นมาเยอะ สิ่งที่ติดใจจริงๆ ก็คือความสวยห้าวน่ารักของน้องกบ (ที่โผล่น้อยเหลือเกิน ) กับฉากบู๊ต้นเรื่องนิดหน่อยที่พอทำเนา

นอกนั้นก็ผ่านมาผ่านไป

ดาวกว่าๆ ครับ

Star12

(5/10)

Advertisements