Action

Guardians of the Galaxy Vol. 2 (2017) รวมพันธุ์นักสู้พิทักษ์จักรวาล 2

18193877_1614883785209083_8056826716672131269_n

ว่าง่ายๆ เลยนะครับ การผจญภัยหนที่ 2 ของทีมพิทักษ์จักรวาลยังคงสนุก มันส์ ฮา และดูเพลินไม่ผิดหวังครับ เพียงแต่ความสดกับความกลมกล่อมบางประการอาจไม่เท่าภาคแรกเท่านั้นเอง

หนังทำให้ผมนึกถึง Iron Man 2 ครับ หากจำกันได้ Iron Man 2 เป็นหนังที่มีพล็อตหลักพล็อตรองเยอะมาก ในขณะที่การเล่าเรื่องและแจกแจงรายละเอียดยังทำได้ไม่ลงตัวนัก จนเป็นเหตุให้หนังพร่องความลงตัวไปพอสมควร (คือยังดูสนุกอยู่ แต่ไม่สนุกมากๆ อย่างที่ควรจะเป็น)

ที่ผมนึกถึงก็เพราะ Guardians 2 นี่ก็พล็อตไม่น้อยเหมือนกัน ไม่ว่าจะเรื่องชาติกำเนิดของปีเตอร์ ควิลล์ (Chris Pratt) ที่เราจะกระจ่างกันในภาคนี้, การต้องเผชิญกับอายีชาและพวกโซเวอร์รีน (มนุษย์ต่างดาวพันธุ์สีทอง) และต้องหยุดแผนร้ายของบอสประจำภาค (เป็นใครต้องไปดูกันเองครับ)

และไหนจะบทบาทที่เพิ่มขึ้นของตัวละครเก่าอย่าง ยอนดู (Michael Rooker) และเนบิวล่า (Karen Gillan) ตามด้วยตัวละครใหม่อย่างแมนทิส (Pom Klementieff) แล้วยังมีเรื่องความสัมพันธ์ของทีม Guardians อีกต่างหาก

ครับ พล็อตถือว่าไม่น้อย จนแอบกลัวเหมือนกันว่ามันจะลดทอนความสนุกหรือไม่… หากว่ากันจากใจแล้ว มองกันโดยรวมๆ มันอาจไม่ถึงกับลดทอนความสนุกครับ เพียงแต่บางพล็อตก็อาจจะไม่ได้รับการเน้นเท่าที่ควรเท่านั้นแหละ

แต่หากเผอิญว่าผู้ชมท่านใดให้ความสำคัญกับ “พล็อตที่ไม่ได้ถูกเน้น” หรือ “เน้นไม่สุด” ที่ว่า ก็อาจส่งผลให้รู้สึกว่าหนังสนุกน้อยลงได้ ตัวอย่างเช่นเรื่องความสัมพันธ์ในทีม Guardians ที่ถือเป็นไฮไลท์หนึ่งในภาคแรก มาภาคนี้ก็ดูจะมีพื้นที่บนจอลดลงไปครับ

ภาคนี้หนังให้พื้นที่กับตัวละครผู้มาใหม่ค่อนข้างเยอะ ทั้งยอนดู, เนบิวล่า, แมนทิส, อีโก้ (Kurt Russell), แครงลิน ลูกน้องของยอนดู (รับบทโดย Sean Gunn น้องของ James Gunn ผู้กำกับหนังเรื่องนี้) แล้วที่ลืมไม่ได้คือบทของ Sylvester Stallone ที่น่าจับตาทีเดียวว่าเขาจะมีบทบาทมากแค่ไหนในอนาคต (และอยากจะบอกว่าฟินมากๆ ที่พี่จักรกฤษณ์มาพากย์ให้กับบทนี้ครับ ดีใจเหลือจะเอ่ยเลยนะนี่)

แต่โดยรวมๆ แล้วผมว่าก็ยังสนุกครับ James Gunn สามารถจัดสรรการเล่าเรื่องให้ออกมาเพลินและคงอรรถรสแบบภาคแรกไว้ได้ กล่าวคือแม้จะมาทางเดียวกับ Iron Man 2 แต่ก็ไม่ได้ซ้ำรอยน่ะครับ เพราะการเล่าแต่ละพล็อตยังถือว่าโอเค แจกแจงได้ดี ไม่มีพล็อตไหนสูญ เพียงแต่บางพล็อตอาจเด่นมาก แต่บางพล็อตจะเด่นน้อยเท่านั้นเอง

ดูแล้วเข้าใจเลยครับว่าทำไม Marvel ประกาศให้ James Gunn กำกับภาค 3 ต่อไปตั้งแต่หนังยังไม่ฉาย อย่างแรกเพราะฝีมือพี่แกดีครับ ทำภาคนี้ยังออกมากลมกล่อมในระดับที่น่าพอใจอยู่ เพียงแต่อาจมีจุดพร่องบ้างอย่างที่บอกไป แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายร้ายแรง เพราะ Guardians 2 ยังถือเป็นหนังที่สนุกเป็นอันดับต้นๆ ของ Marvel อยู่ดี

Gunn ทำหนังออกมาแบบรู้ธรรมชาติของหนังผจญภัยในอวกาศน่ะครับ (แบบ Star Trek น่ะ) เพราะมีทั้งแอ็กชัน, จินตนาการ, ดาวแปลกๆ, มนุษย์ต่างดาวหลากหลาย จริงที่องค์ประกอบเหล่านี้มีฉบับคอมมิคเป็นเครื่องนำร่อง แต่หากคนทำไม่รู้ธรรมชาติของมัน และไม่รู้ว่าคนดูต้องการอะไรจากหนังแนวนี้แล้ว ก็คงไม่สามารถถ่ายทอดสิ่งต่างๆ ออกมาได้อย่างตรงเป้าขนาดนี้หรอก

ในแง่ของ Soundtrack ก็ยังเป็นไฮไลท์ของหนังอยู่น่ะครับ แต่ก็ต้องยอมรับว่าภาคแรกน่ะเอาเพลงระดับ Top ไปใช้หมดแล้ว มาภาคนี้แม้เพลงจะยังน่าจดจำ แต่ก็อาจไม่โดนหนักๆ เท่าภาคแรก (อารมณ์เหมือนอัลบั้มรวมเพลงฮิตน่ะครับ อัลบั้มแรกมักแน่นที่สุด ส่วนอัลบั้มต่อๆ มาก็จะลดทอนความขลังลง เพราะของขลังมักจะไปรวมอยู่ที่ชุดแรกแล้ว)

สำหรับผม ผมไม่ผิดหวังครับ หนังสนุก ดูเพลิน ตอนไคลแม็กซ์ก็ทำได้ลุ้นดี และมีจุดที่ทำให้ Touch ทางอารมณ์เยอะอยู่ (โดยเฉพาะเรื่องของยอนดูที่ได้ใจผมเยอะเลย) แต่ก็ยอมรับว่ายังชอบภาคแรกมากกว่าอยู่เล็กน้อยครับ

… ถ้าจะมีอะไรที่ติดใจนิดๆ ก็คงเป็นตอนไคลแม็กซ์ที่การประจัญบานตอนท้ายมันพร่องอารมณ์ “ความเป็นทีม” แบบภาคแรกไป คือตอนดูตัวอย่างมันชวนให้เราคิดว่าทุกคนจะรวมพลังกันสู้ แต่เอาเข้าจริงแล้ว มันไม่เชิงแบบนั้นน่ะครับ

แต่ก็พร้อมดูภาค 3 ต่อแน่นอนครับ

สามดาวครับ

Star31

(8/10)

Guardians-of-the-Galaxy-Vol-2-2017-after-credits-hq

 

Advertisements