Action

Captain America: The First Avenger (2011) กัปตันอเมริกา อเวนเจอร์ที่ 1

1885267-tumblr_lnm9k6scjt1qzniqdo1_1280

ผมภาวนาเสมอมาครับ ขอให้มีหนัง Captain America แบบที่มันเข้าท่าเข้าทางออกมาสักรอบหนึ่ง หลังจากทำกี่หนก็เข้ารกเข้าพงตลอด

อย่างเวอร์ชั่นฉายทีวีในยุค 80 ก็ดัดแปลงเรื่องราวจนแฟนการ์ตูนเบ้หน้า (ผมดูแล้วออกแนวฮาครับ 555) ตามด้วยฉบับหนังใหญ่เมื่อปี 1991 ที่ Stan Lee โต้โผแห่งค่าย Marvel Comics เองหมายมั่นให้กัปตันผู้นี้เป็นหัวหอกหนังซูเปอร์ฮีโร่ของค่าย Marvel เนื่องจากตอนนั้น Batman ฉบับ Tim Burton กำลังดังสุดขีดครับ หนังสร้างจากการ์ตูนเลยจ่อคิวทำออกมาเพียบ

แต่ที่ไหนได้ผลออกมากลับเป็นหายนะที่เล่นเอา Marvel เองขยาดการทำหนังไปพักใหญ่ๆ เลยทีเดียว (คลิ้กตามไปอ่านกัปตันอเมริกาเวอร์ชั่น 1990 ที่ผมรีวิวไว้ได้ที่นี่ครับ)

และแล้วการมาของพี่กัปตันในคราวนี้ล่ะเป็นอย่างไร?… ผมว่าโอเคเลยครับ ในที่สุดก็สมหวังสักที ตัวหนัง Captain America เวอร์ชั่นนี้ทำออกมาได้ไม่เลวทีเดียวครับ โปรดักชั่นกำลังเหมาะ ดาราก็เลือกมาได้เข้ากับบท แม้ตัวหนังจะไม่ถึงกับสุดยอดหรืออาจจะสนุกไม่มากเท่าเหล่า Iron Man กับ Thor ก็ตาม แต่อย่างน้อยก็ถือว่าพอดูเพลินตามมาตรฐานหนังซูเปอร์ฮีโร่น่ะครับ

หนังแนะนำให้เราได้รู้จักกับ สตีฟ โรเจอร์ส (Chris Evans) หนุ่มอเมริกันขี้ก้างที่แม้ตัวจะเล็ก แต่ใจนั้นใหญ่ยิ่ง เขามีความฝันว่าจะได้เข้าร่วมเป็นทหารของกองทัพ จะได้ออกรบปกป้องประเทศตามหน้าที่ชายชาติทหารที่ดี แต่ปัญหาก็อยู่ที่ความขี้ก้างของเขานั่นแหละครับ ยื่นใบสมัครไปที่ไหนก็ไม่มีใครอยากจะรับ เพราะกลัวจะรับเด็กหนุ่มคนนี้ไปตายซะเปล่าๆ แต่ด้วยความมุ่งมั่นไม่ย่อท้อก็ทำให้เขาได้เป็นทหารสมใจ

ทีนี้พอเข้ากองทัพได้พักหนึ่ง ก็มีคนเห็นแววดีในตัว สตีฟเลยได้รับคัดเลือกเข้าทดลองในโครงการเพิ่มสมรรถภาพทหาร (Super Soldier) และผลการทดลองก็ประสบความสำเร็จครับ ทำให้สตีฟกลายเป็นคนมีร่างล่ำกำยำและทรงพลังอย่างมหาศาล ในที่สุดเขาก็กลายเป็นกัปตันอเมริกา ฮีโร่คนใหม่ขวัญใจชาวอเมริกัน

แต่ก็ตามสูตรครับ เมื่อมีฮีโร่ก็ต้องมีวายร้าย และอริตลอดกาลที่สตีฟต้องเผชิญก็คือ โยฮันน์ ชมิดท์ (Hugo Weaving) ทหารอัจฉริยะผู้บ้าคลั่ง ฉายาเรดสกัล ที่หมายจะครอบครองวัตถุลึกลับทรงอำนาจไว้ในมือตนเอง อีแบบนี้กัปตันของเราก็ต้องเข้าขัดขวางล่ะครับ เพราะขืนปล่อยให้พี่แกได้ไปโลกมีหวังได้หายนะครั้งใหญ่แน่นอน

โดยส่วนตัวแล้วผมว่าคุณภาพความดีของหนังจัดว่าดีในระดับหนึ่ง ถ้าให้เรียงลำดับความชอบหนังในซีรี่ส์ The Avengers แล้ว ผมชอบเรื่องนี้เป็นอันดับท้าย ผมชอบ Iron Man มากสุดครับ ตามด้วย Thor, Iron Man 2 และ The Incredible Hulk 3 เรื่องหลังนี่ชอบไล่ๆ กัน แล้วก็ตบท้ายด้วยพี่กัปตันนี่แหละ แต่ที่บอกว่าชอบท้ายสุดนี่ไม่ได้แปลว่าหนังไม่ดีนะครับ คือมันก็ดีน่ะ ดูเอามันส์ได้ ตื่นเต้นไม่เลว แต่ถ้าเทียบกับ 4 เรื่องนั้น Captain America: The First Avengers ยังไม่กลมกล่อมเท่า ยังไม่โดดเด่นเท่า และยังเล่าเรื่องได้ไม่จับใจเท่า

มาเริ่มที่จุดดีก่อนครับ จุดที่จัดว่าเข้าท่าก็หนีไม่พ้นงานโปรดักชั่นที่เนรมิตโลกสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้นมาได้อย่างดี โดยมีโทนสีคล้ายกับการ์ตูนคอมมิคครับ มีสีขาว สีแดง สีน้ำเงินตัดกันในหลายๆ ฉาก (ซึ่ง 3 สีนี้เป็นสีธงชาติอเมริกานั่นเอง) อีกทั้งการปูพื้นความมุ่งมั่นของสตีฟก็ทำได้ดีครับ ยิ่งประเด็นอย่าง “ฮีโร่โปรโมต” นั่นก็อบากยกนิ้วให้ว่าทีมงานเข้าใจคิดจริงๆ จิกกัดอเมริกันยุคชวนเชื่อคนให้ไปเข้าสงครามได้อย่างเข้าท่า

captain-america-the-first-avenger-2011-1

แต่กระนั้นตัวบทเองก็ยังไม่เข้มเต็มเม็ด ซึ่งก็พอเข้าใจล่ะครับว่าหนังที่มีฉากหลังเป็นสงครามแบบนี้ ความซับซ้อนของบทก็อาจจะไม่มาก เรื่องราวก็ไม่มีอะไรนอกจากทหารออกรบ สู้ปรบมือกับฝ่ายตรงข้ามตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ก็แอบเสียดายนิดๆ ว่าถ้าหนังใส่อะไรลงไปให้เรื่องเด่นอีกหน่อย เติมเอกลักษณ์เฉียบๆ ลงไปอีกนิด (อย่างการเสริมความเด่น ความเป็นผู้นำของสตีฟให้มากกว่าที่เป็น และเสริมความร้ายอย่างชาญฉลาดให้กับเรดสกัล) หนังก็น่าจะมีรสชาติจัดจ้านน่าติดตามมากขึ้นเยอะ

ครับ ถ้าว่ากันถึงความดูเพลินจริงๆ ก็ได้เรื่อยๆ แต่ที่ยังตามหนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องก่อนๆ ในตระกูล The Avengers ไม่ทันก็คือ ความลื่นความมันส์ของบท ฉากแอ็กชั่นที่ชวนให้จดจำ อีกทั้งลูกเล่นเอกลักษณ์ที่อาจจะพร่องไปบ้าง แต่อย่างน้อย Joe Johnston ก็คุมหนังให้สนุกได้ในระดับหนึ่ง

ด้านนักแสดงอันนี้ผมว่าเลือกมาดีครับ Evans ถือว่าเหมาะกับบทสตีฟ ท่าทางมุ่งมั่นของเขาจัดว่าดีทีเดียว แต่ก็น่าเสียดายที่บทยังไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ทำอะไรมากนัก ส่วนใหญ่จะให้เขาทำหน้ามุ่งมั่นและออกล่าข้าศึกมากกว่า ถ้ามีการเสริมฉากเพิ่มรัศมีความเป็นผู้นำของเขาล่ะก็น่าจะดี เพราะในเรื่องแม้พี่กัปตันจะเป็นพระเอก และมีปมมีดราม่าแทรกเป็นระยะ แต่ก็ยังไม่ทำให้คนดูรู้สึกถึงความเป็นซูเปอร์ฮีโร่ผู้กล้าได้แบบเต็มที่

ไปๆ มาๆ ความเด่นจะโดนแบ่งมายังบทสมทบ อย่างลุง Tommy Lee Jones กับบทผู้การเชสเตอร์ ฟิลลิปส์ ก็มาพร้อมบารมีผู้นำตามสไตล์ ปั้นหน้าแบกโลกผสมกับท่าทางขึงขังก็ใช้ได้แล้ว, Stanley Tucci ดาราที่เล่นได้หลายบทเหลือเกิน จะดีก็ได้ ร้ายก็ได้ แต๋วก็ยังได้ กับบท ดร. อับราฮัม แอสไคน์ ก็ยังทำได้ดีอีกเช่นเคย แววตาท่าทางของพี่ท่านแฝงความอ่อนโยนได้พอเหมาะจริงๆ

ส่วน Weaving ก็เหมือนมาเป็น มิสเตอร์สมิธเวอร์ชั่นสงครามโลกครับ นี่ถ้าพี่แกสวมแว่นดำล่ะใช่เลย (555) ขานี้ฝีมือแสดงหายห่วงเช่นกัน แต่ก็เหมือนพี่กัปตันครับที่ตัวบทยังเขียนไม่แตก ยังไม่ดันให้เรดสกัลเป็นวายร้ายผู้ฉลาดแต่บ้าคลั่งอย่างในฉบับการ์ตูน ก็ได้แต่รอดูต่อไปล่ะครับว่าบทเรดสกัลจะมีสีสันอะไรมากขึ้นไหม (ถ้าพี่แกได้โผล่มาในคราวต่อๆ ไป)

Hayley Atwell นางเอกของเรื่องก็ดูสวยแบบโบราณดีครับ, Dominic Cooper ก็ถือว่าใช้ได้กับบทฮาเวิร์ด สตาร์ก บิดาของไอรอนแมน แต่ที่ผมสนใจมากหน่อยก็คือ Neal McDonough กับบท ดัม ดัม ดูแกนที่น่าสนใจครับว่าจะปรากฏตัวในหนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องไหนอีกไหม (เพราะพี่ท่านมีส่วนเกี่ยวข้องกับหน่วย S.H.I.E.L.D. ครับ)

สำหรับประวัติการสร้างหนังเรื่องนี้ก็ไม่มีอะไรมากครับ เรียกได้ว่าเป็นหนังที่มีข่าวว่า “จะสร้าง” น้อยมาก ส่วนหนึ่งก็เพราะพี่กัปตันแกเคยล่มเมื่อปี 1991 เลยไม่ค่อยมีใครสนใจแตะ เคยมีข่าวแว่บๆ ตอนปี 1997 แต่ก็เป็นอันยุบโปรเจคท์ไปด้วยข้อจำกัดเรื่องบทและทุนสร้าง จนช่วงปี 2006 นั่นล่ะครับที่ Jon Favreau ถูกทาบทามให้มากำกับ ซึ่งตอนแรกเขาก็กะจะทำนะครับ มีการวางพล็อตไว้แล้วด้วยว่าจะให้พี่กัปตันฉบับใหม่นี้ออกแนวบัดดี้ฮีโร่ คู่หูร่วมกันบู๊แบบสนุกๆ แต่ไปๆ มาๆ พี่ท่านก็โดดไปทำ Iron Man แทน และพอเรื่องนั้นดังทาง Marvel ก็เลยคิดจะสร้างแบบจริงจัง และตัดสินใจหันไปเลือก Joe Johnston มารับหน้าที่นี้ เนื่องจากทีมงานเล็งเห็นว่าพี่ท่านเคยทำหนังฮีโร่ย้อนยุคอย่าง The Rocketeer มาก่อน และผลที่ได้ก็นับว่าน่าพอใจ ซึ่งจะว่าไปเขาก็ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะอยู่ครับ

มีเกร็ดเล็กน้อยแวะมาบอกตามระเบียบ ว่ากันว่าตอนแรกจะมีการใส่บทวูลฟ์เวอรีนและแม็กนีโต้ลงมาเป็นบทรับเชิญด้วยนะครับ ประมาณว่าให้พี่วูลฟ์แกเป็นทหารแล้วโผล่ในสนามรบ (เพราะตามไทม์ไลน์แล้ว ช่วงนั้นพี่ท่านจะกำลังเมามันกับการออกสู้ออกรบ) ส่วนแม็กนีโต้ก็จะมาโผล่มาตอนวัยเด็ก ช่วงที่กำลังโดนขังอยู่ในค่ายกักกันชาวยิว แต่แล้วความคิดนี้ก็มีอันต้องยกเลิกไปด้วยปัญหาทางลิขสิทธิ์

นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะให้ เนมอร์ เจ้าชายแห่งบาดาลหนึ่งในซูเปอร์ฮีโร่ Marvel แกโผล่มาแจมด้วยนะครับ แต่สุดท้ายก็ยกเลิกอีกเพราะทีมงานกลัวเรื่องมันจะนุงนังเกินไป อีกอย่างคือในหนังมันจะออกแนวจริงจัง หากผสมแฟนตาซีลงไปเดี๋ยวรสชาติจะผิดเพี้ยนกันพอดี

ถือเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ของ Marvel ที่ดูได้เรื่อยๆ สนุกไม่เลวครับ แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าปรุงอะไรลงไปมากกว่านี้ได้ก็คงเยี่ยม แต่กระนั้นก็ถือว่าโอเคล่ะครับ ฉากบู๊ก็ตื่นเต้นพอประมาณ ฉากไล่ล่าก็อร่อยใช้ได้ ถ้าไม่คาดหวังอะไรมาก มันก็คือหนังฮีโร่ที่ดูได้สนุกอีกเรื่อง

สองดาวครึ่งยังได้อยู่ครับ

Star22

(7/10)

Advertisements