Action

Phone Booth (2002) โฟนบูธ วิกฤติโทรศัพท์สะท้านเมือง

xIaUpPok8WFnr79EAvgtGsIaJzV

เรื่องนี้ก็มันส์พะยะค่ะครับ เป็นการกลับมาที่โอเคมากของผู้กำกับ Joel Schumacher ที่หลังจากพี่แกทำ Batman & Robin ออกมาได้ไม่ดีนัก ก็แทบจะหมดอนาคตไปเลยครับ จนเรื่องนี้นี่แหละ ที่เขากลับมาคืนฟอร์มซะที

กับเรื่องของ สตู เชฟเพิร์ด (Colin Farrell) ชายหนุ่มจอมเห็นแก่ตัวที่ทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง แล้วความซวยก็มาถึงครับ เมื่อเขาโชคร้ายดันไปรับโทรศัพท์ในตู้แห่งหนึ่งเข้า จากนั้นเขาก็โดนดึงเข้าไปสู่เกมนรกที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง เมื่อปลายสายบอกมาว่า หากกล้าก้าวออกไปจากตู้ ก็จะโดนยิงตายคาที่ทันที!!!

หนังดูเป็นอะไรที่สมัยใหม่อยู่ แต่เชื่อมั้ยครับว่าจริงๆ แล้วพล็อตเรื่องน่ะ Larry Cohen ผู้เขียนบทเขาคิดได้ตั้งแต่ช่วงปี 1960 แล้ว ตอนนั้นเขาได้คิดบทเรื่องนี้ขึ้น และเอาไปเสนอให้กับผู้กำกับที่ชื่อว่า Alfred Hitchcock (โอ้ แม่เจ้า) ซึ่งทั้งเขาและ Hitchcock ก็อยากจะทำหนังเรื่องนี้มากเลยครับ แต่เผอิญยามนั้นพวกเขายังหาอะไรที่มันสมเหตุสมผลไม่ได้ ว่าจะทำไงให้คนต้องโดนกักอยู่ในตู้โทรศัพท์ งานนี้จึงพับไป

พอมาถึง ช่วงปี 1990 Cohen ก็คิดได้ว่าจะเอาเรื่องเกี่ยวกับมือปืนใส่ลงมาเพื่อเป็นเหตุผลว่าทำไมตัว ละครถึงต้องโดนกักอยู่ในตู้ อ้า ได้เรื่องแล้วครับ ทีนี้ก็เอาไปเสนอ ก็ปรากฏว่าไฟเขียว และมีข่าวว่าจะให้ Michael Bay มากำกับ และมี Will Smith มาแสดงด้วย แต่พอเวลาผ่านไป ยังไม่มีอะไรคืบหน้าโปรเจคท์เลยไม่ไปไหนครับ จน Joel Schumacher มาจับงานนี้แหละ มันถึงได้เริ่มเป็นเรื่องจริงๆ ซะที

PhoneBoothEx

ผลที่ได้คือความสนุกและลุ้นตลอด 78 นาทีของหนังครับ หนังกดดันและระทึกมากๆ ซึ่งก็ต้องชมที่การแสดงของ Farrell ด้วยครับ พี่แกเล่นได้ยอดมากๆ พอๆ กับ Forest Whitaker ในบทสารวัตรแรมซี่ย์ที่หาทางช่วยพระเอกอยู่ ส่วนดาราสาวอีกสองคนในเรื่องก็คือ Radha Mitchell ในบท เคลลี่ ภรรยาของสตู และ Katie Holmes หวานใจของ Tom Cruise ก็มา พาเมล่า แมคเฟดเดน นักแสดงสาวที่สตูตั้งใจจะหาเศษหาเลยกับเธอ แต่ละคนก็ทำหน้าที่ได้ดีครับ

แต่คนที่ต้องเรียกว่าอภิมหาเยี่ยม ก็คือ เจ้ามือปืนซุ่มยิงตัวร้ายนี่แหละครับ (ผมไม่บอกแล้วกันนะว่าใคร เพราะหากคุณดูจบคุณจะรู้เองน่ะแหละ เขาจะบอกชื่อคนแสดงไว้) พี่แกไม่ได้แสดงด้วยท่าทางครับ ตลอดทั้งเรื่องพี่ท่านมาแต่เสียง ซึ่งผมว่าไม่ใช่ของง่ายเลยนะครับ ไม่มีแววตา ไม่มีมือไม้ ไม่มีสีหน้าใดๆ ต้องใช้เสียงเป็นสื่ออย่างเดียว และเขาก็สามารถสื่อออกมาได้อย่างถึงอารมณ์ ไม่เรียกว่ายอดก็ไม่รู้จะว่าไงล่ะครับ

หลายคนอาจจะเข้าใจว่า หนังเรื่องนี้สร้างโดยได้แรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์จริง ที่มีมือปืนซุ่มยิงไล่ฆ่าคนที่รัฐแมรี่แลนด์, เวอร์จิเนีย และ วอชิงตัน ดีซีเมื่อปี 2002 แต่จริงๆ แล้วเปล่านะครับ หนังมันเขียนบทมานานแล้ว และหนังเสร็จก่อนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย แต่พอจะฉายดันมีการไล่ยิง ทาง 20th Century Fox บริษัทผู้สร้างเลยตัดสินใจเลื่อนการฉายออกไปน่ะครับ

ก็ถ้าอ่านเนื้อเรื่องแล้วสนใจ ก็ไม่ต้องรอรี รีบหามาดูทันทีครับ ไม่ผิดหวังแน่ๆ

สองดาวครึ่งครับ

Star22(7/10)

Advertisements