Jason Statham ถือเป็น Arnold หรือ Sylvester Stallone แห่งยุคใหม่ครับ ชะตากรรมแกไปได้ไกลว่า Steven Seagal เยอะ ส่วนหนึ่งเพราะแกเลือกเล่นหนังครับ แม้บทจะซ้ำๆ บ้าง แต่ส่วนใหญ่ดูสนุกเพลิน ไม่ค่อยผิดหวัง
Jason Statham ถือเป็น Arnold หรือ Sylvester Stallone แห่งยุคใหม่ครับ ชะตากรรมแกไปได้ไกลว่า Steven Seagal เยอะ ส่วนหนึ่งเพราะแกเลือกเล่นหนังครับ แม้บทจะซ้ำๆ บ้าง แต่ส่วนใหญ่ดูสนุกเพลิน ไม่ค่อยผิดหวัง
คุณคาดหวังอะไรจากหนังชุด Transporter ครับ ถ้าเป็นความมันส์ บู๊กระหน่ำโม้กระจายและลวดลายแสนเท่ห์ของพี่แฟรงค์ มาร์ติน (Jason Statham) ยอดนักส่งของท้านรกล่ะก็ คุณได้สิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้ครับ หนังมันก็อุดมไปด้วยสิ่งเหล่านั้นน่ะแหละ
จะว่าไปแล้ว The Expendables 3 ยังถือว่าดูได้ตามสไตล์หนังบู๊ที่มีฉากแอ็กชันเน้นๆ ระเบิดเบิ้มๆ สาดกระสุนถี่ๆ ดนตรีเร้าๆ มุขฮาแทรกเป็นพักๆ เรียกว่าสูตรสำเร็จหนังบู๊ยุค 80 – 90 ถูกนำมายำไว้ในนี้ บวกด้วย Effect ที่ลงทุนอลังขึ้น ตามด้วยดาราขาลุยทั้งระดับตำนานและหน้าใหม่ มาร่วมกันบู๊แบบแน่นจอ
ผมฟินกับ The Expendables 2 ที่สุดในบรรดา 3 ภาคครับ
หลายคนรีเควสท์ให้ผมรีวิวเรื่องนี้ และผมก็คิดเสมอครับว่าถ้าเขียนออกมา มันคงไม่เชิงเป็นรีวิว แต่จะเป็นบทความแนว “คนชราออกมารำลึกความหลัง ตามด้วยการเชียร์ดารานักบู๊ที่เราโตมาพร้อมหนังของพวกเขา”
Wild Card ไม่ใช่หนังแอ็กชันแบบที่หลายๆ คนคิดครับ คือฉากแอ็กชันต่อยตีมันก็มีครับ แต่หนังไม่เน้นในจุดนั้นสักเท่าไร ส่วนมากจะเล่าไปในทางดราม่ามากกว่า
ดูตัวอย่างแล้วก็เตรียมใจเข้าไปเสพความเว่อร์วังแบบเต็มขั้นครับ ยิ่งทุนสร้างตั้ง $250 ล้าน มันก็ต้องจัดเต็มแอ็กชันและฉากทำลายล้างแบบระเบิดระเบ้อแน่นอน (พูดถึงรายได้ ตอนนี้ทั่วโลกโกยไปแล้ว $531 ล้าน ถึงจุดคุ้มทุนแล้วครับ ไม่เกินสัปดาห์นี้ก็จะได้งบโฆษณาคืน และเข้าสู่โซนกำไรแน่นอน)
ฉากที่ผมอยากดูที่สุดใน Fast and Furious 7 คือฉากสรุปส่งท้ายบทของ Paul Walker ครับ
ไม่มีอะไรดีไปกว่าการที่ดาราหนังบู๊เลือกเล่นบทที่เหมาะกับเขา
ไรอัน (Chris Evans) จู่ๆ ก็ได้รับโทรศัพท์ลึกลับจากผู้หญิงคนหนึ่ง เธออ้างตัวว่าชื่อ เจสสิก้า มาร์ติน (Kim Basinger) พร้อมเล่าว่าเธอถูกลักพาตัวมา ซึ่งเป็นไปได้ว่าคนที่จับเธอมานั้นต้องการทำร้ายเธอรวมถึงทำร้ายสามีและลูกของเธอด้วย