ป้ายกำกับ: Aaron Taylor-Johnson

Nosferatu (2024) นอสเฟอราตู

พอรู้ครับว่า Robert Eggers เป็นผู้กำกับที่เก่ง เพียงแค่นึกไม่ถึงว่าพี่เขาจะสามารถรีเมค Nosferatu ออกมาได้ถึงเครื่องขนาดนี้

Kraven the Hunter (2024) เครเว่น เดอะ ฮันเตอร์

ดูเรื่องนี้ท่ามกลางความไม่คาดหวังครับ เพราะหนังโดนบ่นมาเยอะแล้ว ก็กะดูไปตามหน้าที่ ครั้นพอดูแล้วก็บังเกิดความรู้สึกหนึ่งขึ้นมา นั่นคือ “ผมอยากนอน” ครับ

The Fall Guy (2024) สตันท์แมนคนจริง

ดูเรื่องนี้แล้วความรู้สึกแยกออกเป็น 2 ส่วนครับ ส่วนแรกคือส่วนที่ชอบหนังแอ็คชั่น ที่พอดูแล้วก็รู้สึกว่าฉากแอ็คชั่นดูจะไม่มากอย่างที่คิด แล้วก็ไม่ได้รู้สึกว้าวอะไรนอกจากฉากที่พระเอกตีกับคนในผับหลังโดนยาเข้าไป

Bullet Train (2022) ระห่ำด่วน ขบวนนักฆ่า

หนังแนวฝนตกขี้หมูไหลนี่การจะทำให้ออกมาดีได้นี่ก็ไม่ง่ายเหมือนกันนะครับ เพราะถ้าเล่าไม่ดีก็จะกลายเป็นออกมามั่ว ดูแล้วมึนแทนที่จะมันส์ หรือไม่ก็จะไม่น่าสนใจแบบตลอดรอดฝั่ง ดูพอได้แค่ตอนแรกๆ แต่พอผ่านไปสักพักกราฟก็อาจจะนิ่งและตกลงในที่สุด

Kick-Ass 2 (2013) เกรียนโคตรมหาประลัย 2

สิ่งที่ยังทำให้ Kick-Ass 2 ดูสนุก ยกให้การแสดงจี๊ดๆ ของ Chloë Grace Moretz ที่นอกจากจะแซ่บในคราบฮิทเกิร์ลแล้ว คราวนี้ยังพกเอาความน่ารักมาละลายใจหนุ่มๆ ในคราบนักเรียนสาวใสอีกต่างหาก

Nocturnal Animals (2016) คืนทมิฬ

ระยะหลังมานั่งนึกๆ ว่าหนังแบบไหนที่จะโดนใจเราหลังดูจบ ก็ตระหนักได้ว่ามีอยู่ 2 จำพวกใหญ่ๆ ครับ ได้แก่ พวกแรก “ดีต่อใจ” ที่ดูแล้วอิ่มเอมเปรมปรีดิ์ ดูแล้วได้สารอาหารทางใจไปใช้ในการดำเนินชีวิตต่อ รวมถึงได้แง่คิดดีๆ ไว้ใช้เป็นทางออกยามชีวิตเกิดปัญหา

The Wall (2017)

ผมเชื่อเสมอครับว่าหนังสักเรื่องจะเด็ดไหม มันมีอะไรมากกว่าเรื่องของทุน หรือเรื่องของความยิ่งใหญ่ เพราะบางเรื่องตัวละครน้อยๆ สถานที่จำกัดก็สามารถเป็นหนังที่ดูสนุก ออกรส น่าจดจำได้มากกว่าหนังใหญ่โตโอฬารบางเรื่องเสียอีก