ภาคนี้สนุกครับ เป็นภาคที่จัดเต็มสุดในบรรดา Thor ทั้ง 3 ภาคแล้วล่ะ ครบทั้งแอ็กชัน แฟนตาซี อารมณ์ขัน ดูเพลินมากทีเดียว ดังนั้นหากอยากดูก็ตีตั๋วไปดูได้เลยครับผม ไม่ต้องอ่านอะไรมากไปกว่านี้แล้ว
ภาคนี้สนุกครับ เป็นภาคที่จัดเต็มสุดในบรรดา Thor ทั้ง 3 ภาคแล้วล่ะ ครบทั้งแอ็กชัน แฟนตาซี อารมณ์ขัน ดูเพลินมากทีเดียว ดังนั้นหากอยากดูก็ตีตั๋วไปดูได้เลยครับผม ไม่ต้องอ่านอะไรมากไปกว่านี้แล้ว
ครอบครัวคือพื้นฐานที่มีความสำคัญอย่างหนึ่งสำหรับชีวิตคนครับ เพราะถ้ามีครอบครัวที่ดี ที่คอยประคับประคอง คอยรับฟ้งสิ่งที่อยู่ในใจของเรา แนะนำแนวทางในการดำเนินชีวิต รวมถึงให้กำลังใจเราในวันที่เจอกับปัญหาแล้วล่ะก็ จะเท่ากับเรามีแต้มต่อสำคัญ ในการตั้งหลักชีวิตได้
ดูหนังเรื่องนี้แล้วเกิดอารมณ์หดหู่ทับซ้อนกันหลายชั้น ชั้นแรกก็คือรอบฉายน้อยมาก จนเป็นไปได้ว่านาทีที่ผมเขียนเสร็จนี่หนังน่าจะหายไปจากโรง หรือไม่ก็เกือบๆ หายไปเต็มที (การได้ดูขณะที่ยังฉายโรงนี่ ถือว่ามีบุญในระดับหนึ่งทีเดียวครับ)
สิ่งแรกที่ผมอยากจะพูดเลยก็คือ มันไม่แปลกครับที่หนังสักเรื่องจะมีคนชอบ-เฉยๆ-ไม่ชอบ เพราะรสนิยมของคนไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน และการจะสนทนาให้ออกรสนั้น เราก็ควรเปิดรับทุกความเห็นด้วยใจที่เย็นและคำพูดที่พอเหมาะพอสม
โดยส่วนตัวแล้วเรื่องนี้น่าดูดีครับ เฮียเฉินหลงมารับบทเชิงดราม่า และบทของเฮียเขาสามารถไปในแนวทาง Taken ได้เลย แล้วก็ทำท่าว่าจะมีเรื่องเชิงการเมืองเป็นแบ็คอีก จริงๆ มันน่าสนใจครับ
การรีเมค Flatliners ออกจะเป็นอะไรที่เสี่ยงอยู่ครับ เพราะการจะทำออกมาให้เด่นเท่าต้นฉบับนั้นค่อนข้างยาก (ยิ่งจะทำให้ออกมา “ดีกว่า” นี่จะยิ่งยากที่สุด) และผลลัพธ์ก็ดูเหมือนจะออกมาแล้วว่าหนังไปได้ไม่ไกลนัก
แนวคิดตั้งต้นดีอีกแล้วครับเรื่องนี้ ไม่ว่าจะการเอาประเด็นสงครามกลางเมืองมาใส่ลงในสถานการณ์ปัจจุบัน หรือการถ่ายแบบ Long Take ซึ่งจริงๆ มันน่าจะเป็นจุดขายที่เข้าท่าไม่น้อยทีเดียว
และด้วยความที่หนังเรื่องนี้มีทั้งคนชอบ-เฉยๆ-ไม่ชอบ ผมจึงต้องขอความกรุณาให้ทุกท่านแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างสุภาพครับ พื้นที่ในเพจนี้ต้อนรับทุกความเห็นเสมอ ขอเพียงเราสนทนากันอย่างฉันท์มิตร ซึ่งเราอาจได้มุมมองใหม่ๆ เพิ่มเติมจากการสนทนาก็ได้ครับ ^_^
หนังปล้นเบาสมองแบบที่ทำให้นึกถึง Ocean’s Eleven และ Tower Heist ครับ เจุดต่างก็คือเหล่าตัวเอกที่มาทำการปล้นนั้น ไม่ใช่คนหนุ่ม แต่คือเหล่าผู้เฒ่าวัยดึกที่สังขารเริ่มจะไม่อำนวยแล้ว
ดูจบแล้วก็บอกตัวเองว่า “หนังสนุกดีตามมาตรฐาน” แต่หลังจากนั้นก็นั่งคิดอยู่พักหนึ่งครับว่า “มาตรฐาน” ที่ว่านี่ ตอนเราดูมันในหนังก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรยากในการทำนะ แค่เดินเรื่องมันส์ เนื้อหาโอเค ดาราบู๊กันพอเหมาะ เท่านี้เราก็พอใจแล้ว… แต่เอาเข้าจริงผมว่ามันยากในการทำไม่น้อย และมีหนังไม่กี่เรื่องที่ทำสำเร็จได้