ถ้าว่ากันถึงองค์ประกอบแล้ว หนังเรื่องนี้มีครบสำหรับหนังภัยพิบัติครับ คือมีตัวละครฮีโร่กู้โลก มีภาพภัยพิบัติ ภาพระเบิด ภาพตึกถล่ม มีเงื่อนไขที่เป็นหายนะระดับโลก และที่ขาดไม่ได้คือมีเหตุให้เราลุ้นจนนาทีสุดท้าย
ถ้าว่ากันถึงองค์ประกอบแล้ว หนังเรื่องนี้มีครบสำหรับหนังภัยพิบัติครับ คือมีตัวละครฮีโร่กู้โลก มีภาพภัยพิบัติ ภาพระเบิด ภาพตึกถล่ม มีเงื่อนไขที่เป็นหายนะระดับโลก และที่ขาดไม่ได้คือมีเหตุให้เราลุ้นจนนาทีสุดท้าย
หนังเรื่องนี้ดูแล้วก่อให้บังเกิดอารมณ์ก้ำกึ่ง เพราะจุดที่ชอบก็มีอยู่พอสมควร แต่จุดที่รู้สึกเรื่อยๆ ก็มีอยู่ไม่น้อยเช่นกัน มันคือส่วนผสมระหว่างหนังสงครามการรบกับหนังกำลังภายในที่มีตัวละครมาประมือกันน่ะครับ
ในบรรดาดาราเด็กที่เติบโตมาพร้อมกับ Harry Potter แล้ว นอกจาก Emma Watson ที่ฝีมือเด่นจนเห็นได้ชัด ก็มี Tom Felton นี่แหละครับที่ดูน่าจับตา เอามาเป็นพระเอกหนังได้เลย เพียงแต่อาจต้องสั่งสมบารมีอีกสักนิด หรือไม่ก็รอบทที่โดนแบบเต็มๆ
หนังผจญภัยผสมไซไฟทุนสูงจากฝีมือของผู้กำกับ Luc Besson ที่เหมือนจะเอาสูตรเดิมของเขาที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้วใน The Fifth Element เอามาเนรมิตใหม่ในโลกที่ CG ก้าวไกลกว่าสมัยก่อนพอสมควร
ลองเป็นหนังที่ว่าด้วยการตามล่าหาขุมทรัพย์นี่ผมก็ต้องดูเสมอครับ เพราะชอบหนังแนวนี้มาก แต่ก่อนดูก็เผื่อใจไว้ พร้อมทั้งความความคาดหวัง เพราะดูจากแนวแล้ว นี่ไม่ใช่หนังผจญภัยล่าขุมทรัพย์ แต่น่าจะเป็นอะไรที่คล้ายๆ กับ Three Kings มากกว่า
ดูเรื่องนีี้แล้วบังเกิด 2 ห้วงอารมณ์ขึ้นมาพร้อมๆ กันครับ ห้วงแรกคือห้วงอารมณ์ที่มีต่อหนัง กับอีกห้วงก็คือ ห้วงอารมณ์ที่มีต่อเรื่องราว ต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในหนัง (ไม่รู้จะถึงขั้นอินเนอร์ไหม แต่ถึงไม่ใช่ก็ใกล้เคียง)
ผมเคยมองว่า Blade Runner เป็นหนังที่มาก่อนกาลเวลา เลยทำให้หนังไม่ทำเงินมากมายเท่าที่ควร แต่มาระยะหลังผมเริ่มมองว่ามันเป็นหนังเฉพาะกลุ่ม กล่าวคือมีคนดูหนังแบบนี้อยู่ทุกยุคทุก Generation นั่นแหละครับ เพียงแต่ปริมาณคนชอบอาจไม่ได้มากมายเท่าหนังตลาดเท่านั้นเอง
จู่ๆ ก็นึกขึ้นมาว่าถ้าหนังเรื่องนี้กำกับโดย Martin Scorsese หนังมันคงจะออกมาแน่นๆ แสบๆ เดินเรื่องด่วนๆ เต็มไปด้วยข้อมูลและลูกเล่นที่น่าสนใจ รสชาติก็อาจจะคล้ายกับที่หนังเป็น แต่เพิ่มดีกรีหวือหวาเข้ามาอีกหน่อยนึง
คำถามหนึ่งที่เกิดในหัวผมก่อนดูก็คือ เหตุไฉนหนังเรื่องนี้ถึงไม่ทำเงินอย่างแรง คือลงทุนไปประมาณ $30 ล้าน แต่มีคนไปดูน้อยมาก รายได้รวมทั่วโลกได้แค่ $6 ล้านเท่านั้น (ที่อเมริกาคือ $4 ล้านครับ)
หนังรักโรแมนติกผสมไซไฟว่าด้วยความรักและการย้อนเวลาครับ แว่บแรกก็ทำให้นึกถึง About Time หนังโปรดของผมขึ้นมาเลย แต่กระนั้นก่อนดูผมก็เผื่อใจไว้ก่อนว่าหนังน่าจะเทน้ำหนักไปที่เรื่องความรัก ไม่ได้เล่าครอบคลุมประเด็นชีวิตเท่า About Time และผลที่ได้ก็เป็นดังคาดครับ