ต้องยอมรับนะครับว่าตลาดหนังสยองขวัญเป็นตลาดที่ใหญ่มาก และมีคนสร้างหนังเลือกทำหนังแนวนี้ออกมาเรื่อยๆ เพราะมีผู้ชมกลุ่มที่รอดูอยู่แล้วไม่ว่ามันจะเห่ยหรือดีแค่ไหนก็ตาม อย่างน้อยเข้าโรงแล้วไม่ได้เงิน แต่พอไปออกแผ่นเดี๋ยวก็ได้ทุนคืนเอง
ต้องยอมรับนะครับว่าตลาดหนังสยองขวัญเป็นตลาดที่ใหญ่มาก และมีคนสร้างหนังเลือกทำหนังแนวนี้ออกมาเรื่อยๆ เพราะมีผู้ชมกลุ่มที่รอดูอยู่แล้วไม่ว่ามันจะเห่ยหรือดีแค่ไหนก็ตาม อย่างน้อยเข้าโรงแล้วไม่ได้เงิน แต่พอไปออกแผ่นเดี๋ยวก็ได้ทุนคืนเอง
จริงๆ หนังเรื่องนี้ควรจะเข้าทางผมอย่างแรงเลยล่ะครับ เหตุผลก็เพราะ ข้อ 1) เป็นหนังว่าด้วยการค้นหาความหมายชีวิต ข้อ 2) หนังมีฉากหลังเป็นช่วงคริสต์มาส หนึ่งในช่วงที่บรรยากาศอบอุ่นกรุ่นหอมที่สุดแห่งปี และ 3) หนังรวมดารายอดฝีมือระดับตัวพ่อตัวแม่เต็มจอไปหมด
การเขียนถึงหนังเรื่องนี้จะว่ายากก็ยากครับ เพราะมันก้ำกึ่งระหว่างสปอยล์กับไม่สปอยล์ เพราะบางประเด็นหากผมพูดไป ก็เหมือนผมสปอยล์เรื่องราวไป ดังนั้นผมติดป้ายไว้ตรงนี้ก่อนเลยดีกว่าว่าเป็น **บทความสปอยล์** ตามนั้นนะครับ เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย (โดยเฉพาะผม ^_^)
ดูไปดูมาหนังเรื่องนี้ทำเอาผมน้ำตาไหลครับ ไม่นึกเหมือนกันว่ามันจะทำให้เราน้ำตาหยดได้ คือไม่ถึงกับไหลพรากๆ น่ะนะครับ แต่มันเหมือนเราอินอยู่ลึกๆ แล้วพอถึงนาทีตอนท้ายๆ ที่ตัวละครเริ่มน้ำตาไหล เราก็ไหลไปกับพวกเขาด้วย
ยุคสมัยเดินไปข้างหน้า ทุกสิ่งมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเสมอ ^_^ ประโยคเปิดมาอาจดูไม่เข้ากับหน้าหนังน่ะนะครับ เพราะหนังมันแนวตลก แต่เปิดมาซะสัจธรรมเชียว 555
หนังเรื่องนี้ผมเทใจให้การแสดงของ Natalie Portman แบบเต็มๆ ครับ คือเธอเอาทั้งเรื่องอยู่จริงๆ พลังมาเต็มตั้งแต่ต้นจนจบ (อาจจะมีช่วงที่ผ่อนบ้างอะไรบ้าง แต่ก็ไม่มากครับ) เรียกได้ว่าโดยรวมแล้วความดีงามของหนังคือ Portman จริงๆ ครับ เธอได้ใจผมไปเลย
ถือเป็นการยำเอาหนังไล่ผีอย่าง The Exorcist มาเจอกับ The Cell และ Inception ครับ ซึ่งถ้าว่ากันถึงแนวคิดแล้วก็ถือว่าสร้างสรรค์ไม่เลวอยู่เหมือนกัน และหากปรุงดีๆ ก็น่าจะเป็นหนังที่น่าสนใจและมีอะไรน่าติดตามขึ้นมาได้
หนังจับเอาอีกมุมของโลกการเมืองมานำเสนอครับ นั่นคือโลกของ ล็อบบี้ยิสต์ (Lobbyist) ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จมากมายในโลกแห่งการเมืองอันแสนซับซ้อน
หนังเรื่องนี้ดูเพลินกว่าที่คิดไว้ครับ คือตอนแรกก็คิดเอาไว้ว่ามันคงออกแนวฮาเลอะๆ เทอะๆ ห่ามๆ เหมือนเอา American Pie มายำกับ Horrible Bosses อะไรเทือกนั้น ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้มันก็ราวๆ นั้นน่ะครับ เพียงแต่มันไม่เลอะเทอะจนเกินไป
พูดได้เต็มปากว่าเรื่องนี้ทำออกมาได้เข้มข้น ขึงขัง มีพลังโดนใจผมแบบสุดๆ ครับ จริงๆ ตอนแรกก็กะแล้วล่ะว่าคงชอบ แต่ไม่นึกว่าจะชอบมากขนาดนี้ ถึงขั้นดูจบแล้วอารมณ์ไม่จบทีเดียว