คำถามหนึ่งที่เกิดในหัวผมก่อนดูก็คือ เหตุไฉนหนังเรื่องนี้ถึงไม่ทำเงินอย่างแรง คือลงทุนไปประมาณ $30 ล้าน แต่มีคนไปดูน้อยมาก รายได้รวมทั่วโลกได้แค่ $6 ล้านเท่านั้น (ที่อเมริกาคือ $4 ล้านครับ)
คำถามหนึ่งที่เกิดในหัวผมก่อนดูก็คือ เหตุไฉนหนังเรื่องนี้ถึงไม่ทำเงินอย่างแรง คือลงทุนไปประมาณ $30 ล้าน แต่มีคนไปดูน้อยมาก รายได้รวมทั่วโลกได้แค่ $6 ล้านเท่านั้น (ที่อเมริกาคือ $4 ล้านครับ)
ผมเชื่อว่าคนที่ดูหนังเรื่องนี้จบแล้ว คงมีความคิดที่หลากหลายเกี่ยวกับการตัดสินใจของตัวละครในเรื่อง บางคนอาจมองว่าตัวเอกทำเรื่องราวให้มันยุ่งยากโดยใช่เหตุ แต่บางคนก็อาจมองว่าตัวเอกทำในสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมแล้ว…
ทำอย่างไรชีวิตเราถึงจะมีความสุข? ผมเชื่อว่าคำตอบมีได้หลายแนวทาง บางคนบอกว่าแค่พอใจกับสิ่งที่มีอยู่ก็สุขแล้ว หรือบางคนก็อาจบอกว่า เราต้องไปให้ถึงฝัน คว้าให้ได้ในสิ่งที่เราต้องการ แล้วเมื่อนั้นเราจึงจะเป็นสุข
หนังรักโรแมนติกผสมไซไฟว่าด้วยความรักและการย้อนเวลาครับ แว่บแรกก็ทำให้นึกถึง About Time หนังโปรดของผมขึ้นมาเลย แต่กระนั้นก่อนดูผมก็เผื่อใจไว้ก่อนว่าหนังน่าจะเทน้ำหนักไปที่เรื่องความรัก ไม่ได้เล่าครอบคลุมประเด็นชีวิตเท่า About Time และผลที่ได้ก็เป็นดังคาดครับ
นี่ถือเป็นหนังวันคริสต์มาสที่มาพร้อมกับแง่คิดเรียบง่าย แต่น่านำไปคิดพิจารณาต่อยอด เพราะมันก็สะท้อนความจริงของสังคมมนุษย์ได้อย่างน่าสนใจ และที่สำคัญคือสารพัดดาราน้อยใหญ่ที่ร่วมแสดงในหนังเรื่องนี้ต่างทำหน้าที่ได้อย่างน่าพอใจ
ได้ยินกิตติศัพท์ความแสบของการ์ตูนเรต R เรื่องนี้มานาน มาวันนี้สบโอกาสก็เลยจัดซะ พอดูแล้วก็เข้าใจเลยครับว่าทำไมเรตมันต้อง R ก็แต่ละมุกเล่นติดเรตใต้สะดือหรือไม่ก็ออกแนวโหดซะเต็มที่เสียขนาดนั้น
หนังสุขกายสบายจิตอีกเรื่องจาก Hallmark ที่ดูแล้วอิ่มบรรยากาศ อิ่มอารมณ์ความรู้สึก เป็นหนังรักโรแมนติกที่น่ารักและสวยงามไม่น้อยทีเดียวครับ (ก็ไม่มีหนังแบบนี้เข้าโรง ก็ต้องมานั่งควานหาแบบนี้แหละ)
เหตุผลหนึ่งที่ผมชอบดูหนังรักโรแมนติก ก็เพราะบางทีหนังแนวนี้จะไม่ได้มีแต่ความรักหรือเรื่องหวานๆ เพียงอย่างเดียว แต่จะมีการสอดแทรกปม ประเด็น หรือเรื่องเกี่ยวกับชีวิตให้เราได้เก็บกลับมาคิดเป็นอาหารสมองด้วย
ดูชื่อเรื่องบวกกับพล็อตแล้วทำให้นึกถึง 47 Meters Down ขึ้นมาเลยครับ และจะว่าไปเนื้อเรื่องก็คล้ายกัน คือว่าด้วยพี่น้อง 2 สาวที่ไปติดอยู่ใต้น้ำ เพียงแต่เรื่องนี้เหตุการณ์ที่สระว่ายน้ำครับ
เฮ่อ ตอนแรกผมนึกว่ามันจะเข้าโรงกับเขานะครับ เพราะคนที่รับหน้าที่กำกับคือ Russell Mulcahy เจ้าของผลงาน Highlander, Ricochet, The Shadow และล่าสุดเพิ่งจะมีหนังเข้าท่าๆ อย่าง Resident Evil: Extinction แต่ที่ไหนได้ ดันโดนโยนลงวีดีโอทันที อีแบบนี้ก็เดาได้ล่ะครับว่าหนังไม่น่าจะดีเท่าไร