ต้องยอมรับนะครับว่าตลาดหนังสยองขวัญเป็นตลาดที่ใหญ่มาก และมีคนสร้างหนังเลือกทำหนังแนวนี้ออกมาเรื่อยๆ เพราะมีผู้ชมกลุ่มที่รอดูอยู่แล้วไม่ว่ามันจะเห่ยหรือดีแค่ไหนก็ตาม อย่างน้อยเข้าโรงแล้วไม่ได้เงิน แต่พอไปออกแผ่นเดี๋ยวก็ได้ทุนคืนเอง
ต้องยอมรับนะครับว่าตลาดหนังสยองขวัญเป็นตลาดที่ใหญ่มาก และมีคนสร้างหนังเลือกทำหนังแนวนี้ออกมาเรื่อยๆ เพราะมีผู้ชมกลุ่มที่รอดูอยู่แล้วไม่ว่ามันจะเห่ยหรือดีแค่ไหนก็ตาม อย่างน้อยเข้าโรงแล้วไม่ได้เงิน แต่พอไปออกแผ่นเดี๋ยวก็ได้ทุนคืนเอง
การเขียนถึงหนังเรื่องนี้จะว่ายากก็ยากครับ เพราะมันก้ำกึ่งระหว่างสปอยล์กับไม่สปอยล์ เพราะบางประเด็นหากผมพูดไป ก็เหมือนผมสปอยล์เรื่องราวไป ดังนั้นผมติดป้ายไว้ตรงนี้ก่อนเลยดีกว่าว่าเป็น **บทความสปอยล์** ตามนั้นนะครับ เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย (โดยเฉพาะผม ^_^)
หนังสือรุ่นของนักเรียนฝรั่งบางครั้งเขาจะมีการแซวกันใต้รูป หรือไม่ก็เขียนกึ่งๆ ทำนายว่า ใครน่าจะโตขึ้นไปเป็นอะไร ซึ่งก็มักใช้คำว่า Most Likely นี่แหละครับ ประมาณว่า “เป็นไปได้ว่าจะเป็น…” อะไรทำนองนั้น
ถือเป็นการยำเอาหนังไล่ผีอย่าง The Exorcist มาเจอกับ The Cell และ Inception ครับ ซึ่งถ้าว่ากันถึงแนวคิดแล้วก็ถือว่าสร้างสรรค์ไม่เลวอยู่เหมือนกัน และหากปรุงดีๆ ก็น่าจะเป็นหนังที่น่าสนใจและมีอะไรน่าติดตามขึ้นมาได้
ก่อนผมดูหนังเรื่องนี้ ผมจัดการเอา “407 เที่ยวบินผี” ของบ้านเรามาเปิดดูก่อนครับ ดูแบบเรียงลำดับตามปีที่ฉาย เรื่อง 407 มาก่อน (ฉายปี 2012) ส่วนเรื่องนี้มาทีหลังครับ แต่พล็อตมีความคล้ายกัน คือว่าด้วยความสยองบนเที่ยวบินหนึ่ง
ดูหนังเรื่องนี้แล้วคิดถึงเรื่อง “มาห์” เลยครับ เผื่อใครไม่รู้จัก มาห์คือหนังไทยอายุหลายสิบปีแล้วครับ เป็นหนึ่งในหนังไม่กี่เรื่องของบ้านเราที่ทำออกมาในแนวสัตว์ประหลาดสยองโหด ที่ว่าโหดนี่คือโหดจริงครับ ทำออกมาน่ากลัวเอาเรื่องเลยล่ะ
แม้นี่จะเป็นหนังผี แต่ผมขอเล่าแบบขำๆ แล้วกันน่ะนะครับ (5555) สรุปแล้ว นี่คือการเอา The Exorcist มาเจอกับ Poltergeist ครับ คือลอกสูตรหนังพวกนั้นมาแบบเต็มๆ ดังนั้นใครคาดหวังอะไรสดใหม่ล่ะก็ ทำใจได้เลยครับ ^_^
หนังเรื่องนี้ทำให้ผมรู้สึกเหมือนกำลังดูหนังของ James Wan ครับ ไม่ว่าจะเรื่องราวตามสืบหาความจริงที่บรรยากาศดูเก่าๆ คล้าย Dead Silence แล้วก็เรื่องบ้านหลอนๆ แบบ Insidious
จำได้ว่าก่อนดูหนังเรื่องนี้ เพื่อนผมบอกว่ามันตั้งชื่อไทยให้หนังเรื่องนี้ว่า “คริสตี้บ้านพ่องสิ” แน่นอนว่าผมก็ไม่เข้าใจว่าเพื่อนผมหมายความว่าอย่างไร ครั้นพอได้ดูหนังแล้วก็ถึงกระจ่างครับ และออกจะเห็นด้วยกับชื่อที่มันตั้งเหมือนกัน (5555)
เหตุผลประการสำคัญที่ผมหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาดูก็ด้วยชื่อของ Danny Glover ดารารุ่นเก๋าที่ผมโปรดปรานจากบทจ่าเมอร์ทัฟในหนัง Lethal Weapon