Night of the Wild นี่ก็หนังแนวสัตว์โลกน่ารัก (วิ่งไล่เขมือบคน) ครับ เมื่อมีอุกกาบาตตกที่เมืองเล็กๆ อันเงียบสงบแห่งหนึ่ง แล้วมันก็ส่งผลให้สุนัขทั้งหลายบ้าคลั่งไล่ทำร้ายคนอย่างโหดเหี้ยม คนที่เหลือรอดก็ต้องหาทางหนีกันตามระเบียบ
Night of the Wild นี่ก็หนังแนวสัตว์โลกน่ารัก (วิ่งไล่เขมือบคน) ครับ เมื่อมีอุกกาบาตตกที่เมืองเล็กๆ อันเงียบสงบแห่งหนึ่ง แล้วมันก็ส่งผลให้สุนัขทั้งหลายบ้าคลั่งไล่ทำร้ายคนอย่างโหดเหี้ยม คนที่เหลือรอดก็ต้องหาทางหนีกันตามระเบียบ
ผมเคยคิดนะว่าหนังสัตว์โลกน่ารักพันธุ์ผสมที่ขยันทำกันออกมาทางทีวีน่ะ ยิ่งทำมันจะยิ่งน่าสนใจ มันจะมีอะไรเข้าๆ ท่าเพิ่ม มีลูกเล่นก็จะชวนดูขึ้น หรือไม่ก็มีอะไรบ้าๆ แหวกๆ ขนใส่ลงหาสนอง Need แฟนๆ
นี่คือภาคต่อของ Sharktopus ครับ เรื่องราวต่อจากภาคแรก เมื่อเจ้าชาร์คโทปุสโดนระเบิดไปแล้ว แต่มันยังเหลือเชื้ออยู่ครับ ตัวอ่อนมันหลุดออกมา ไหลลงทะเล แล้วก็มีคนไปเจอมันพอดี
ระหว่างดูไปผมก็คิดไปน่ะนะครับ ว่าทำไมหนังว่าด้วนฉลามกลายพันธุ์มันถึงเยอะจัง ก็คิดได้หลายแง่ครับ แง่หนึ่งคงเพราะฉลามมันน่ากลัวสุดและดู “ดุ” ที่สุดในทะเลแล้ว
หนังเรื่องนี้เหมือนจะน่าสนใจครับ พล็อตออกแนวหนังไล่เชือด แต่ด้วยความที่ตัวละครหลักคือลูกเสือรุ่นเยาว์ มันเลยออกจะต่างจากหนังอย่าง Friday the 13th หรือ Halloween อยู่พอตัว
ผมมองหนังเรื่องนี้ใน 2 มุมครับ มุมแรกคือมองในเชิงหนังตลกล้อเลียน ซึ่งดูก็รู้ครับว่าหนังจงใจทำออกมาล้อ The Omen แหงมๆ ส่วนอีกมุมก็คือมุมสาระที่ชวนให้สะกิดใจสำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่ (ทั้งพ่อแม่แท้และพ่อแม่เลี้ยงน่ะครับ)
ต้องยอมรับนะครับว่าตลาดหนังสยองขวัญเป็นตลาดที่ใหญ่มาก และมีคนสร้างหนังเลือกทำหนังแนวนี้ออกมาเรื่อยๆ เพราะมีผู้ชมกลุ่มที่รอดูอยู่แล้วไม่ว่ามันจะเห่ยหรือดีแค่ไหนก็ตาม อย่างน้อยเข้าโรงแล้วไม่ได้เงิน แต่พอไปออกแผ่นเดี๋ยวก็ได้ทุนคืนเอง
การเขียนถึงหนังเรื่องนี้จะว่ายากก็ยากครับ เพราะมันก้ำกึ่งระหว่างสปอยล์กับไม่สปอยล์ เพราะบางประเด็นหากผมพูดไป ก็เหมือนผมสปอยล์เรื่องราวไป ดังนั้นผมติดป้ายไว้ตรงนี้ก่อนเลยดีกว่าว่าเป็น **บทความสปอยล์** ตามนั้นนะครับ เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย (โดยเฉพาะผม ^_^)
หนังสือรุ่นของนักเรียนฝรั่งบางครั้งเขาจะมีการแซวกันใต้รูป หรือไม่ก็เขียนกึ่งๆ ทำนายว่า ใครน่าจะโตขึ้นไปเป็นอะไร ซึ่งก็มักใช้คำว่า Most Likely นี่แหละครับ ประมาณว่า “เป็นไปได้ว่าจะเป็น…” อะไรทำนองนั้น
ถือเป็นการยำเอาหนังไล่ผีอย่าง The Exorcist มาเจอกับ The Cell และ Inception ครับ ซึ่งถ้าว่ากันถึงแนวคิดแล้วก็ถือว่าสร้างสรรค์ไม่เลวอยู่เหมือนกัน และหากปรุงดีๆ ก็น่าจะเป็นหนังที่น่าสนใจและมีอะไรน่าติดตามขึ้นมาได้