โดยทั่วไปแล้ว หนังที่เอาตัวละครขโมยซีนเด่นๆ ประจำเรื่องมาทำเป็นภาคแยกนั้น ดีกรีความอร่อยมักลดปริมาณลง ส่วนหนึ่งอาจเพราะสัดส่วนความพอดีในการปรากฏตัวของตัวละครนั้นๆ น่ะครับ
โดยทั่วไปแล้ว หนังที่เอาตัวละครขโมยซีนเด่นๆ ประจำเรื่องมาทำเป็นภาคแยกนั้น ดีกรีความอร่อยมักลดปริมาณลง ส่วนหนึ่งอาจเพราะสัดส่วนความพอดีในการปรากฏตัวของตัวละครนั้นๆ น่ะครับ
Call Me Claus เรื่องนี้ Whoopi Goldberg นำแสดงและอำนวยการสร้างเองครับ และจริงๆ พล็อตก็น่าสนใจนะ เพียงแต่ตัวหนังยังออกมาไม่อร่อยเท่าไร
นอกจากการไม่คาดหวังก่อนดูหนังสักเรื่องแล้ว การตั้งท่ารับว่าหนังจะมาแบบไหนก็มีส่วนช่วยให้เราโอเคกับหนังได้ในระดับหนึ่งครับ
Scooby-Doo! The Mystery Begins เป็นการย้อนไปเล่าเรื่อง ณ จุดเริ่มต้นเมื่อ 4 สหายและ 1 สุนัขได้มาเจอกันครับ ว่าง่ายๆ คือเป็นภาค Beginning นั่นเองครับ
ถ้าถามว่าระหว่าง The Haunted Mansion ฉบับปี 2003 กับ Haunted Mansion ฉบับใหม่นี่อันไหนเวิร์กกว่ากัน ก็ตอบได้ว่าฉบับใหม่ดูจะเข้าท่ากว่าหน่อยในแง่ของเรื่องราวครับ แต่ถ้าคิดคะแนนแบบสะระตะก็ถือว่าพอๆ กัน คือดูได้ในระดับเรื่อยๆ แต่ยังไม่ถึงกับเข้าเป้าแต่อย่างใด
เอา The Haunted Mansion มาดูอีกรอบก่อนดูฉบับใหม่ครับ ซึ่งผมเคยดูเรื่องนี้แค่รอบเดียวเมื่อตอนออกแผ่นใหม่ๆ พอนับเวลาก็ตกใจอยู่เหมือนกันครับ เพราะมัน 20 ปีล่วงมาแล้ว… โอ้ว หนังเรื่องนี้ 2 ทศวรรษมาแล้วหรือนี่
Spy Kids: Armageddon ถือว่าไม่เลวครับ มีจุดที่เข้าท่าและยังโอได้อีกผสมๆ กันไป ถ้าให้เรียงตามความชอบแล้ว ภาคนี้ยังสู้ 2 ภาคแรกไม่ได้ แต่ก็ถือว่าน้องๆ ภาค 3 และเข้าท่ากว่าภาค 4 ครับ
เคยดู Spy Kids 4: All the Time in the World รอบนึงครับ เท่าที่จำได้คือไม่ได้ประทับใจอะไรนัก รู้สึกได้ว่าดีกรีความสนุกสู้ 3 ภาคแรกไม่ได้ และว่าตามจริงคือออกจะลืมๆ รายละเอียดไปแล้วด้วย แต่ล่าสุดก็เอามาย้อนดูอีกรอบเพื่อต้อนรับภาคใหม่ และกลายเป็นว่าผมโอเคกับหนังมากขึ้นครับ ส่วนหนึ่งก็น่าจะเพราะหัวมันจัดการปรับความคาดหวังให้พอดีกับหนังที่ดูแบบอัตโนมัติน่ะครับ – ประมาณว่ารู้ว่าจะดูอะไร ใจมันก็เลยปรับตามในระดับหนึ่ง
ตอนดู Chicken Run รอบแรกผมก็ว่าหนังฮาดีครับ ดูสนุกดูเพลิน คลายเครียดได้เข้าท่าทีเดียว มาตอนนี้ 23 ปีผ่านไปก็ได้ข่าวว่าจะมีภาคต่อตามออกมาก็เลยเอาภาคแรกมาย้อนดูอีกสักหน ผลที่ได้ก็ยังคงสนุกสนานเหมือนเดิม
The Super Mario Bros. Movie ถือเป็นอีกหนึ่งบทเรียนสำคัญของการทำหนังนะครับ บทเรียนที่ว่าคือ การตระหนักเสียก่อนรู้ว่าตนเองคือใคร แล้วก็เดินหน้าที่อะไรที่มันเหมาะสมกับความเป็นตัวเอง แล้วผลที่ได้ก็จะออกมาเข้าท่าเอง (ยกเว้นจังหวะซวยจริงๆ ก็ว่ากันอีกเรื่อง)