ดูหนังวันคริสต์มาสทุกวันตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมมา ถ้าไม่นับหนังเก่าที่เคยดูแล้วชอบ ก็ยังไม่เจอเรื่องที่ถูกใจจริงๆ จังๆ สักที ส่วนใหญ่จะเกือบๆ แค่เกือบๆ จนกระทั่งได้ดู Christmas Joy นี่แหละครับ ถึงพูดได้เต็มปากว่าเจอหนังแนวนี้ที่กลมกล่อมเข้าให้แล้ว
ดูหนังวันคริสต์มาสทุกวันตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมมา ถ้าไม่นับหนังเก่าที่เคยดูแล้วชอบ ก็ยังไม่เจอเรื่องที่ถูกใจจริงๆ จังๆ สักที ส่วนใหญ่จะเกือบๆ แค่เกือบๆ จนกระทั่งได้ดู Christmas Joy นี่แหละครับ ถึงพูดได้เต็มปากว่าเจอหนังแนวนี้ที่กลมกล่อมเข้าให้แล้ว
รู้ว่า Family Switch เป็นหนังแนวสลับร่างสร้างรัก แต่เพิ่งมารู้ว่ามันเป็นหนังคริสต์มาสด้วยก็ตอนดูนี่แหละครับ
Christmas Next Door เป็นหนังรัก Feel Good วันคริสต์มาสที่ดูได้แบบเพลินๆ ครับ
Holly & Ivy ถือเป็นหนังคริสต์มาสที่ “เกือบ” ครบเครื่องครับ – ทำไมผมถึงว่า “เกือบ” น่ะหรือครับ มาครับจะเล่าให้ฟัง
แรกเริ่มเดิมที Home Alone 3 จะเป็นเรื่องราวช่วงวัยรุ่นของเควิน ตัวเอกจาก 2 ภาคแรกครับ โดย John Hughes ได้ร่างบทคร่าวๆ เอาไว้แล้วด้วย แต่แล้ว Macaulay Culkin เจ้าของบทเควินตัดสินใจไม่กลับมาเพราะเขารู้สึกพอกับบทนี้แล้ว ไหนจะปัญหาส่วนตัวในครอบครัวอีก เขาเลยโบกมืออำลาจากบทนี้ไป
Angela’s Christmas Wish เรื่องราวต่อจากภาคแรกครับ คราวนี้แอนเจลาก็คิดจะหาทางพาพ่อที่เดินทางไปทำงานที่ออสเตรเลีย ให้กลับมายังบ้านในไอร์แลนด์ให้ทันวันคริสต์มาสเพื่อที่คุณแม่จะได้ดีใจ และครอบครัวจะได้อยู่พร้อมหน้า
Christmas on the Square ถือเป็นหนังเพลง+คริสต์มาส+Feel Good ที่มีทั้งส่วนที่อร่อยและยังอร่อยได้อีกผสมปนเปกันครับ
การ์ตูนเรื่องนี้เพื่อนผมเขา Recommended มาเลยนะครับว่าต้องดู ผมก็เอามาดองอยู่นานเลยล่ะครับ ไม่ได้มีอารมณ์ใคร่จะดูการ์ตูนสักเท่าไหร่ ขนาดดูหนังยังไม่ค่อยจะมีอารมณ์เลย แต่ช่วงนี้ก็ปะเหมาะโอกาสมี เอาหนังเก่าๆ มาดูเสียให้หมด ก็เลยจัดการเคลียร์เรื่องนี้ด้วย ในใจก็ไม่ได้คิดว่าจะสนุกหรอกครับ …
เมื่อภาคแรกดังสนั่น ภาคต่อจึงต้องมาครับ
สมัยก่อนตอนดู Home Alone รอบแรก ผมชอบในฐานะหนังฮาครับ ตอนนั้นยังไม่ค่อยมองประเด็นอื่นสักเท่าไร จนกระทั่งเอามาดูซ้ำแล้วซ้ำอีกความชอบก็มากขึ้น เพราะนอกจากความฮาแล้ว นี่ยังเป็นหนังครอบครัว+หนังคริสต์มาส+หนัง Feel Good ที่ทำออกมาได้ครบเครื่องมากๆ เรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์โลกภาพยนตร์