ยอมรับว่าก่อนดูนี่ไม่คาดหวังเลยครับ เพราะลึกๆ แล้วก็คิดว่ายังไงมันคงไม่สนุกกวนโอ๊ยเท่าเวอร์ชั่นการ์ตูนดั้งเดิมที่เคยดูมาตั้งแต่หลายสิบปีก่อน แต่ครั้นพอได้ดูไปสักครึ่งเรื่องก็รู้สึกโอเคกับหนังมากกว่าที่คิดแฮะ
ยอมรับว่าก่อนดูนี่ไม่คาดหวังเลยครับ เพราะลึกๆ แล้วก็คิดว่ายังไงมันคงไม่สนุกกวนโอ๊ยเท่าเวอร์ชั่นการ์ตูนดั้งเดิมที่เคยดูมาตั้งแต่หลายสิบปีก่อน แต่ครั้นพอได้ดูไปสักครึ่งเรื่องก็รู้สึกโอเคกับหนังมากกว่าที่คิดแฮะ
หนังเรื่องนี้น่ารักดีจังเลยครับ ดูเพลิน สนุก อบอุ่น กินใจ ถือเป็นหนังวันคริสต์มาสดีๆ อีกเรื่องที่ผมต้องเอามาดูซ้ำแน่นอน
ดูแบบไม่คาดหวัง แล้วก็เพลินแบบพอดีๆ ครับ สำหรับเรื่องนี้
อย่างที่หลายๆ ท่านทราบว่าผมเป็นคนชอบหนังวันคริสต์มาสครับ คือต้องหามาดูตลอดทุกปีๆ แต่ก็ต้องว่าตามจริงว่าหนังคริสต์มาสยุคใหม่ๆ ส่วนใหญ่มันไม่จับใจผมเท่าสมัยก่อน พูดแบบตรงๆ เลยคือหนังคริสต์มาสยุคใหม่ส่วนใหญ่ทำออกมาเพื่อป้อนตลาด แล้วทำแบบเน้นจำนวน อารมณ์เหมือนขนมหรืออาหารที่บริษัทใหญ่ๆ ผลิตออกมาคราวละมากๆ แล้วหน้าตาก็เหมือนๆ กันไปหมด สูตรที่ใช้ทำก็เหมือนๆ กัน จนขาดความหลากหลาย
ก็ไม่นึกเหมือนกันครับว่าเรื่องนี้จะมีภาคต่อ ซึ่งก็ห่างจากภาคแรกราวๆ 29 ปี
ผมเพิ่งรู้ครับว่าหนังเรื่องนี้มันมี 2 เวอร์ชั่น
หนังเบาสมองที่ถือว่ามาทางเดียวกับหนังของ Adam Sandler และ Chris Farley ครับ นั่นคือตัวเอกจะออกแนวต๊องๆ หน่อย แต่ก็เป็นคนดี แล้วก็ต้องต่อสู้กับคนไม่ดีด้วยเหตุผลอะไรสักอย่าง แต่สุดท้ายคนดีก็จะชนะเสมอตามสูตรครับ
ตามดูให้ครบเซ็ตครับ สำหรับหนังเรื่องที่ 5 ในชุด The Love Bug – รถมหาสนุก ที่ภาคนี้อาจไม่ค่อยมีคนรู้จักนัก เพราะเป็นเวอร์ชั่นที่ Disney ทำฉายทางทีวีครับ แต่เนื่องจากความสนุกไม่ได้มากอะไร หนังเลยผ่านมาแล้วผ่านไป ไม่ค่อยมีคนพูดถึง
โดราเอมอนภาคพิเศษตอนที่ 11 ครับ เรื่องเริ่มเมื่อโนบิตะเดินละเมอเข้าไปในหมอกลึกลับสีชมพูที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหน แล้วเขาก็ได้ไปยังดินแดนที่สัตว์พูดได้ เดินสองขาได้ และมีอารยธรรมเหมือนมนุษย์ ตอนแรกใครๆ ก็นึกว่าโนบิตะฝันไป แต่ในเวลาต่อมาทุกคนก็พบว่ามันคือเรื่องจริง
โดราเอมอนตอนที่ 10 ครับ หนนี้โนบิตะกับผองเพื่อนเกิดอยากหนีออกจากบ้านพร้อมกัน ก็เลยยกขบวนกันไปตากอากาศที่ยุคอดีต แล้วก็ตามเคยครับที่นั่นพวกเขาได้เจอกับเพื่อนอย่างคาคู เด็กหนุ่มแห่งยุคนั้น กับศัตรูตัวร้ายอย่างเผ่าเงาดำที่คอยจับคนในหมู่บ้านของคาคูไปเป็นทาส