ในฐานะที่ตามดูหนังพี่ต้อม ยุทธเลิศมาสิบกว่าปี ความรู้สึกหนึ่งที่เกิดเสมอยามดูหนังของพี่เขาคือ หนังมักจะมีจุดโดนๆ ในช่วงต้น พอมาถึงกลางเรื่องก็มักจะมีจุดที่ทำให้รู้สึกแย้งในใจเล็กๆ หรือรู้สึกว่า “มันไม่ใช่แฮะ”
ในฐานะที่ตามดูหนังพี่ต้อม ยุทธเลิศมาสิบกว่าปี ความรู้สึกหนึ่งที่เกิดเสมอยามดูหนังของพี่เขาคือ หนังมักจะมีจุดโดนๆ ในช่วงต้น พอมาถึงกลางเรื่องก็มักจะมีจุดที่ทำให้รู้สึกแย้งในใจเล็กๆ หรือรู้สึกว่า “มันไม่ใช่แฮะ”
ผมสนใจหนัง The D Train นี่ตั้งแต่ตอนดูตัวอย่างครับ ที่สนอย่างแรกเพราะ Jack Black นำแสดง และพล็อตมันก็ดูเป็นหนังตลกที่สามารถสอดแทรกสาระดีๆ ลงไป อีกทั้งยังสร้างความประทับใจได้อีกต่างหาก
มีมาให้แนะนำอีกแล้วครับสำหรับคนชอบหนัง Feel Good (แม้เรื่องนี้อาจจะผสมๆ อารมณ์ Feel Suck เข้าไปด้วยก็เถอะ 555)
อีกหนึ่งหนังดราม่าที่ Jennifer Aniston ฝากฝีมือการแสดงดีๆ เอาไว้ครับ (จนเธอได้เข้าชิงลูกโลกทองคำในปีนั้น แต่คนที่ได้รางวัลไปคือ Julianne Moore ที่เล่นได้ยอดเยี่ยมกว่าจาก Still Alice) ในบท แคลร์ เบนเนทท์ หญิงสาวที่ต้องทนทรมานจากอดีตและความเจ็บปวดในชีวิตของเธอ
ถ้าถามว่าระยะหลังๆ มานี้ผมจดจ่อติดตามผลงานของผู้กำกับคนไหน ก็ตอบได้เลยว่าคนที่มาเป็นอันดับต้นๆ คือ Nancy Meyers
บนเวทีแจกรางวัลออสการ์ประจำปี 1973 มีปรากฏการณ์ที่น่าสนใจอย่างหนึ่งเกิดขึ้น นั่นคือเป็นปีที่มีหนังที่ได้รางวัลออสการ์ไปถึง 8 ตัว ซึ่งถือว่ามากที่สุดในปีนั้น แต่หนังเรื่องที่ว่าไม่ได้รางวัลในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม… ใช่ครับ เรากำลังพูดถึงหนังเรื่องนั้นกันอยู่
รักมันใหญ่มาก ก็เป็นหนังแนวรักแบบ 4 in 1 นั่นแหละครับ ซึ่งสรุปคร่าวๆ ได้ตรงนี้เลยว่าทำออกมาได้ไม่เลว ดูได้เพลินๆ ตามมาตรฐานหนังแนวนี้น่ะนะครับ
หนังกึ่งสารคดีที่น่าสนใจอีกเรื่องครับ เนื้อหาว่าด้วยการตามติดชีวิตเด็กกลุ่มหนึ่งที่ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยเพื่อสานต่ออนาคตของตน ก็เป็นช่วงหนึ่งของชีวิตที่ทุกคนที่เคยผ่านสนามสอบนี้น่าจะจำกันได้ล่ะครับ สมกับคำโปรยบนในปิดว่าเป็นช่วงที่เรานั้นขยันที่สุดในชีวิตจริงๆ
สำหรับผมแล้ว เรื่องนี้ขึ้นลิสต์ว่าต้องดูครับ เหตุผลง่ายๆ ก็คือมีเจ้าป้าคนโปรด Maggie Smith นำแสดง
ตอนเรายังเป็นวัยรุ่น หลายคนก็คงมีความฝันจริงไหมครับ เราอยากทำในสิ่งที่ชอบ อย่างการเป็นศิลปิน การเป็นนักกีฬา การไปประกวดค้นฟ้าคว้าดาวประเภทต่างๆ หรือการออกไปแบกเป้ท่องโลก ใช้ชีวิตซิมเปิ้ล