โดยส่วนตัวแล้ว ผมว่าผมอาจไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายสำหรับหนังเรื่องรักหมดแก้ว เลิฟออนเดอะร็อก ครับ เพราะรู้สึกว่าตัวเองเข้าไม่ถึงหลายๆ สิ่งที่หนังพยายามนำเสนอ
โดยส่วนตัวแล้ว ผมว่าผมอาจไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายสำหรับหนังเรื่องรักหมดแก้ว เลิฟออนเดอะร็อก ครับ เพราะรู้สึกว่าตัวเองเข้าไม่ถึงหลายๆ สิ่งที่หนังพยายามนำเสนอ
ว่าตามจริงผมชอบพล็อตของ ตัวพ่อ เรียกพ่อ นะครับ กับเรื่องคุณพ่อใบเลี้ยงเดี่ยวชื่อว่า โป้ง (แดน วรเวช) ที่ต้องเลี้ยงลูกสาวตัวน้อยเพียงลำพัง
นั่งคิดนิยามหนังเรื่องนี้อยู่พักหนึ่ง จะบอกว่ามัน Feel Good ก็ไม่ใช่ แต่ครั้นจะเรียกว่า Feel Real มันก็ไม่เชิง เพราะหนังจัดว่าอยู่ตรงกลางระหว่าง 2 แบบที่ว่านั้นครับ
ผมยังจำความรู้สึกผมตอนดูฉากแรกๆ ของหนังเรื่อง “มนต์เพลงลูกทุ่งเอฟเอ็ม” ได้ครับ (อย่าเพิ่งงงว่าผมจั่วชื่อเรื่องผิดครับ ลองอ่านกันก่อน)
จำได้ว่าเมื่อ 11 ปีก่อน ผมดูหนังไทยเรื่อง “กั๊กกะกาวน์” แล้วรู้สึกชอบครับ แต่เพื่อนๆ ไม่มีใครชอบกับผมสักคน บางคนสงสัยถึงขนาดว่า “ทำไมแกชอบหนังซอมบี้แบบนั้นฟะ” (ในความหมายคงประมาณว่าหนังมันอืดถืดยืดช้า แทบไม่มีแก่นสารให้ติดตาม)
เรามาดูหนังอินเดียกันต่อนะครับ อีกเรื่องที่ผมชอบก็คือ Zindagi Na Milegi Dobara หรือชื่อไทยว่า “ลุยสุดมันส์ แดนฝันสเปน” ที่ผมขอนิยามว่าเป็น The Hangover เวอร์ชั่น “มีสติ” ครับ ^_^
หลายปีที่ผ่านมา ผมเจอหนังอินเดียขโมยหัวใจไปหลายเรื่องเลยครับ และ The Lunchbox ก็เป็นหนึ่งในนั้น ^_^
ภรรยาผมพูดขึ้นหลังดูหนังเรื่องนี้จบว่า “เราไม่มีโอกาสที่จะทำให้วันไหนดีขึ้นได้ นอกจากวันนี้… ว่าอย่างนั้นมั้ย?” แล้วผมก็พยักหน้าตอบรับครับ ^_^ (บอกก่อนครับ บทความนี้ยาว เพราะหนังมันถูกจริตมากมาย)
เชื่อไหมครับว่าผมเพิ่งดู Slumdog Millionaire จบเมื่อวานนี้เอง
“การอ่านนั้นเปี่ยมคุณค่า… แต่บางครั้งการอ่านก็สร้างข้อจำกัดให้กับชีวิต แบบที่เราเอง อาจคาดไม่ถึง”