ผมเพิ่งดูซีรี่ส์ชุดนี้จนจบปี 9 ไปเมื่อกี้เองครับ… จริงๆ ผมชอบซีรี่ส์ชุดนี้มาก ตีคู่กับ The Big Bang Theory เลยก็ว่าได้ และเวลาดูผมก็จะดูแบบไล่ๆ กับอเมริกาไม่นานนัก เพราะชอบน่ะครับ เลยติดงอมแงม พยายามดูให้เร็วทันใจที่สุดเท่าที่ทำได้
ผมเพิ่งดูซีรี่ส์ชุดนี้จนจบปี 9 ไปเมื่อกี้เองครับ… จริงๆ ผมชอบซีรี่ส์ชุดนี้มาก ตีคู่กับ The Big Bang Theory เลยก็ว่าได้ และเวลาดูผมก็จะดูแบบไล่ๆ กับอเมริกาไม่นานนัก เพราะชอบน่ะครับ เลยติดงอมแงม พยายามดูให้เร็วทันใจที่สุดเท่าที่ทำได้
หนังรักโรแมนติกผสมไซไฟว่าด้วยความรักและการย้อนเวลาครับ แว่บแรกก็ทำให้นึกถึง About Time หนังโปรดของผมขึ้นมาเลย แต่กระนั้นก่อนดูผมก็เผื่อใจไว้ก่อนว่าหนังน่าจะเทน้ำหนักไปที่เรื่องความรัก ไม่ได้เล่าครอบคลุมประเด็นชีวิตเท่า About Time และผลที่ได้ก็เป็นดังคาดครับ
นี่ถือเป็นหนังวันคริสต์มาสที่มาพร้อมกับแง่คิดเรียบง่าย แต่น่านำไปคิดพิจารณาต่อยอด เพราะมันก็สะท้อนความจริงของสังคมมนุษย์ได้อย่างน่าสนใจ และที่สำคัญคือสารพัดดาราน้อยใหญ่ที่ร่วมแสดงในหนังเรื่องนี้ต่างทำหน้าที่ได้อย่างน่าพอใจ
หนังสุขกายสบายจิตอีกเรื่องจาก Hallmark ที่ดูแล้วอิ่มบรรยากาศ อิ่มอารมณ์ความรู้สึก เป็นหนังรักโรแมนติกที่น่ารักและสวยงามไม่น้อยทีเดียวครับ (ก็ไม่มีหนังแบบนี้เข้าโรง ก็ต้องมานั่งควานหาแบบนี้แหละ)
เหตุผลหนึ่งที่ผมชอบดูหนังรักโรแมนติก ก็เพราะบางทีหนังแนวนี้จะไม่ได้มีแต่ความรักหรือเรื่องหวานๆ เพียงอย่างเดียว แต่จะมีการสอดแทรกปม ประเด็น หรือเรื่องเกี่ยวกับชีวิตให้เราได้เก็บกลับมาคิดเป็นอาหารสมองด้วย
ดั๊ก ไอร์แลนด์ (Michael J. Fox) หนุ่มผู้จัดการโรงแรมที่เพียรพยายามบริการลูกค้าอย่างสุดฝีมือเพื่อสะสมเงินไปเปิดโรงแรมของตนเอง แล้ววันหนึ่งก็เหมือนโชคจะมาถึงครับ เมื่อเขาได้พบกับ คริสเตียน แฮนโนเวอร์ (Anthony Higgins) นักลงทุนผู้มั่งคั่ง ดั๊กไม่รอช้าที่จะเสนอโครงการโรงแรมในฝันของเขา และคริสเตียนก็เหมือนจะสนใจลงทุนครับ แต่มีข้อแลกเปลี่ยนว่า ดั๊กจะต้องดูแล แอนดี้ ฮาร์ท (Gabrielle Anwar) สาวน้อยผู้เป็นกิ๊กของคริสเตียน
เป็นหนึ่งในหนังเก่าที่ยังอยู่ในความทรงจำผมนะครับ เพราะสมัยก่อนตอนดูก็เพราะมีดาราเซ็กซี่แห่งยุคนั้นอย่าง Kim Basinger มาประกบกับ Alec Baldwin ที่หล่อเท่ห์แถวหน้าอยู่เหมือนกันครับนายคนเนี้ย แล้วทั้งคู่ก็ถึงขั้นตกหลุมรักกันจริงๆ และแต่งงานอยู่กินกันนอกจอเลยล่ะครับ
Shallow Hal ถือเป็นหนังที่สร้างความอึ้งให้กับผมไปไม่ใช่น้อยครับ
หนังเบาสมองดูเอาเพลินอีกเรื่องของ Drew Barrymore ในยุคที่เธอกำลังขาขึ้น (หลังจากเล่นบทรับเชิญใน Scream ภาคแรกน่ะนะครับ) ช่วงนั้นงานเธอถือว่าชุกใช่เล่น ซึ่งเธอเองก็ไปได้ดีกับบทแบบนี้ด้วยน่ะครับ อย่างเรื่องนี้ก็ถือว่าบทเหมาะกับความสดใสสไตล์ Drew มากทีเดียว
หนังรักผสมตลกแนว “เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ” น่ะนะครับ เรื่องของทอม (Patrick Dempsey) หนุ่มหล่อพ่อพวงมาลัยที่คบผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า แล้วอยู่มาวันหนึ่งเขาก็เริ่มคิดๆ อยากพบเจอ “คนที่ใช่” ใครสักคนที่จะเติมเต็มชีวิตเขาได้มากกว่าเพียงคบหาสนุกๆ ไปวันๆ