หลังจาก A Cinderella Story ภาคแรกทำเงินน่าพอใจ ก็เลยต้องมีภาคต่อตามออกมาตามสูตรครับโดยคราวนี้ทำเป็นหนังเพื่อส่งตรงลงวีดีโอเลย
หลังจาก A Cinderella Story ภาคแรกทำเงินน่าพอใจ ก็เลยต้องมีภาคต่อตามออกมาตามสูตรครับโดยคราวนี้ทำเป็นหนังเพื่อส่งตรงลงวีดีโอเลย
เหตุผลหลักที่ขุด A Cinderella Story เรื่องนี้ขึ้นมาดูก็เพราะเพิ่งตระหนักครับว่าหนังชุดนี้ทำออกมารวม 6 ภาคแล้ว เลยไล่ย้อนดูให้ครบชุด – อันนี้คงเป็นความบ้าส่วนตัวน่ะนะครับ หนังเรื่องไหนทำภาคต่อออกมาหลายๆ ภาค มันอดไม่ได้ที่จะตามไปดูให้ครบๆ
ไปๆ มาๆ ผมกลายเป็นแฟนประจำของหนังชุดนี้ไปแล้วครับ ถามว่าชอบมากไหมก็ไม่ถึงขนาดนั้นนะ แต่ดูแล้วรู้สึกดี มีความสุข สนุกเป็นพักๆ ครั้นพอดูจนถึงบทสรุปในภาคนี้ก็อดใจหายไม่ได้ แต่ขณะเดียวกันก็ดีใจครับที่คู่รักทรหดคู่นี้ได้เข้าประตูวิวาห์กันสักที
มาถึงภาค 5 กันแล้วนะครับ ภาคนี้มิค (Jack Wagner) กับโอลิเวีย (Josie Bissett) พยายามจะทำเซอร์ไพรส์อีกฝ่ายครับ ประมาณว่ากำลังจะใกล้ถึงวันครบรอบการเดตกันครั้งแรกเมื่อ 20 กว่าปีก่อน ต่างฝ่ายต่างเลยแอบซุ่มทำสิ่งพิเศษเอาไว้ให้อีกฝ่ายประหลาดใจ อันนำมาสู่เรื่องวุ่นนิดๆ และที่สำคัญคือทำให้คนกลางอย่างดุ๊ค (Aaron Pearl) ต้องเหนื่อยแล้วเหนื่อยอีก
สำหรับภาคนี้ที่วิลโลว์ เลค อินน์ ก็ยังคงมีเรื่องวุ่นๆ อุ่นหัวใจตามเคยครับ ทุกอย่างเริ่มตรงที่มิค (Jack Wagner) และโอลิเวีย (Josie Bissett) ไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจนอกสถานที่หลังจัดผัดผ่อนมานาน (เพราะงานเยอะมากมาย) แล้วพวกเขาก็ได้ไปเที่ยวสมใจครับ… ประมาณวันนึงได้
ภาคนี้เหตุเกิดช่วงวันวาเลนไทน์ครับ จริงๆ ตอนแรกมิค (Jack Wagner) และโอลิเวีย (Josie Bissett) มีแผนจะสวีทวี๊ดวิ้วกัน แต่แล้วจู่ๆ บอนนี่ (Gabrielle Miller) น้องสาวของมิคก็ตรงดิ่งมาที่รีสอร์ทเพื่อจัดงานแต่งระหว่างเธอกับฌอน (Peter Benson) ตามด้วยจูลี่ (Sarah Grey) ลูกของมิคก็พาไวแอตต์ (Mitch Ainley) มาฉลองวาเลนไทน์ที่รีสอร์ทอีก
เรื่องราวบทต่อมาครับ หลังจากมิค (Jack Wagner) และโอลิเวีย (Josie Bissett) ตกลงกลับมาคบกันอีกครั้ง โอลิเวียก็ตัดสินใจย้ายไปอยู่กับมิคที่รีสอร์ทวิลโลว์ เลค อินน์ แต่แม้พวกเขาจะรักกันทว่าความต่างของทั้งคู่ก็เริ่มออกฤทธิ์ครับ ย่อมมีบ้างที่บางอย่างไม่เข้ากัน ก็เลยเป็นปมให้ทั้งคู่ต้องปรับตัวเข้าหากัน
อีกหนึ่งหนังรักดูสนุกดูสบายจาก Hallmark ที่มีการสร้างต่อตามออกมาอีกหลายภาคเลยครับ
เป็นการดูหนังที่มีความสุขดีครับสำหรับ Marry Me เอาเข้าจริงหนังก็ไม่ได้มีอะไรมากมายครับ มันคือหนังรักโรแมนติกเบาสมองแบบยุค 90 แต่เผอิญว่ามันคือแนวที่ผมชอบครับ ผมเลยรู้สึกเพลินกับหนังไปจนจบเลย
Something’s Gotta Give หนังรักวัยดึกผลงานกำกับและเขียนบทโดย Nancy Meyers ที่สมัยนั้นกำลังดังต่อเนื่องมาจาก The Parent Trap และ What Women Want ซึ่งเรื่องนี้ก็ถือว่าดูเพลินครับ เพลินด้วยลีลาของดาราคู่หลัก ทั้ง Jack Nicholson และ Diane Keaton ที่ถือเป็นพลังสำคัญของหนังก็ว่าได้