A Merry Christmas Wish เป็นหนังคริสต์มาสที่ดูง่ายครับ สบายๆ Feel Good แม้จะไม่ถึงกับยอดเยี่ยมแต่ก็ดูเพลินในระดับหนึ่ง
A Merry Christmas Wish เป็นหนังคริสต์มาสที่ดูง่ายครับ สบายๆ Feel Good แม้จะไม่ถึงกับยอดเยี่ยมแต่ก็ดูเพลินในระดับหนึ่ง
หลังจากไล่ดูหนังคริสต์มาสมาแล้วหลายเรื่อง แต่ก็ยังไม่เจอที่ถูกใจเสียที บางเรื่อง Feel ก็ไม่ Good ดังคาด บางเรื่องก็ยังไม่กลมกล่อมแบบเต็มที่ จนกระทั่งเรื่องนี้นี่แหละที่ค่อยพูดได้อย่างเต็มปากหน่อยว่าดูแล้ว Feel Good ได้พลังพร้อมได้ความรู้สึกดีๆ ติดตัวกลับมา
ไปๆ มาๆ เหมือนว่าหนังคริสต์มาสที่ผมได้ดูในช่วงนี้เนี่ยมันจะมีอะไรให้พูดถึงเยอะกว่าที่คิด ไม่ใช่แค่ดูหนังแล้วแฮปปี้ Feel Good แล้วจบ
ตอนแรกนึกว่าจะเขียนเล่าแบบง่ายๆ ไม่น่าจะมีอะไรยาวน่ะนะครับ แต่พอได้ดูแล้วก็พบว่ามีเรื่องอยากเขียนเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้เยอะอยู่เหมือนกันแฮะ
ผมคิดเสมอครับว่าสิ่งที่เราทำเป็นอย่างแรกๆ เมื่อตอนเริ่มต้นของวันนั้นมันจะส่งผลต่อวันนั้นๆ ของเราไม่มากก็น้อย ประมาณว่าทำเรื่องดีๆ พูดสิ่งดีๆ แล้ววันนั้นก็จะดูสดใสยิ่งขึ้น หรือถ้าดูหนังดีๆ มีเนื้อหาเปี่ยมพลังเราก็จะพลอยมีพลังไปด้วย – แล้วผมมาตระหนักถึงประเด็นนี้แบบเต็มๆ ตอนดูหนังเรื่องนี้นี่แหละ
Holidate อาจไม่ถือเป็นหนังวันคริสต์มาสโดยตรงครับ เพราะเรื่องราวในหนังไม่ได้มีแค่ตอนวันคริสต์มาส แต่มีครบทุกเทศกาลวันหยุดเลย
The Holiday Calendar ว่าด้วยช่างภาพสาวแอ็บบี้ ซัตตัน (Kat Graham) ที่ได้รับปฏิทินโบราณจากคุณปู่ (Ron Cephas Jones) แล้วไปๆ มาๆ ปฏิทินที่ว่านี่ก็ดูเหมือนจะทำนายอนาคตให้กับเธอได้ และไม่แน่ครับมันอาจจะพาเธอไปพบกับความรักที่เธอเฝ้ารอ
ถ้าจะให้นิยาม Let It Snow แบบลัดสั้นที่สุดก็คงเป็นว่า “นี่คือ Love Actually เวอร์ชั่นวัยรุ่นอเมริกัน” ครับ
ผมเล็งจะดูเรื่องนี้มาหลายที และหมายมั่นว่าจะดูในตอนเช้าด้วยนะครับ เพราะเชื่อว่าหนังมันต้อง Feel Good และให้พลังกับเราได้แน่ๆ ครั้นพอดูจบผมก็เดินไปที่กระจกแล้วยิ้มให้ตัวเองหนึ่งที พลางบอกกับตัวเองว่า “ขอบคุณที่เลือกเปิดเรื่องนี้” ^_^
ถ้าคุณเป็นคอการ์ตูนญี่ปุ่นแนวอบอุ่น+กินบรรยากาศ, เป็นสาวก Makoto Shinkai หรือเป็นคนรัก Ghibli ล่ะก็ เรื่องนี้สามารถตรงดิ่งไปดูได้เลยครับ ไม่ต้องรออ่านสิ่งที่ผมจะเขียนด้านล่างนี่แล้ว 😊