Once Upon a Time in Shanghai เป็นงานรีเมคจากหนังเก่าคลาสสิกเรื่อง นักชกจากชานตุง โดยเน้นไปที่ฉากการต่อสู้มือเปล่าที่สมจริง แล้วก็นำเสนอด้วยภาพสไตล์หนังเก่าขาวดำครับ
Once Upon a Time in Shanghai เป็นงานรีเมคจากหนังเก่าคลาสสิกเรื่อง นักชกจากชานตุง โดยเน้นไปที่ฉากการต่อสู้มือเปล่าที่สมจริง แล้วก็นำเสนอด้วยภาพสไตล์หนังเก่าขาวดำครับ
เท่าที่รับรู้มา ดูเหมือนหนังเรื่องนี้จะโดนสับเป็นบะช่อพอสมควรเลยครับ (555) ในขณะที่ผมนั้นดูแล้วก็รู้สึกว่าดูได้เพลินๆ ไม่ได้ผิดหวังอะไรนัก ส่วนหนึ่งก็อาจเพราะไม่ค่อยหวังอยู่แล้ว บวกกับสไตล์ของหนังที่ออกมาใกล้ๆ กับที่กะไว้ตั้งแต่ตอนดูตัวอย่าง
ตั้งแต่ได้ยินพล็อตก็ตระหนักได้เลยครับว่าหนังเข้าทางผมอย่างแรง ผมนั้นเป็นประเภทชอบหนังชีวิตที่บอกเล่า “ช่วง Moment หนึ่งของชีวิตใครบางคน” อย่างมากทีเดียว
เรื่องราวบทที่ 3 ของนักสืบสาวจำเป็น เฮลี่ย์ ดีน (Kellie Martin) ที่ไม่รู้ว่าคดีมันพุ่งมาหาเธอ หรือเธอเป็นฝ่ายพุ่งไปหาคดีมากกว่ากันแน่น่ะนะครับ (แต่ส่วนใหญ่ นักสืบสาวแบบเธอ ต่อให้อยู่เฉยๆ คดีก็พร้อมแวะมาหาอยู่แล้ว 555)
อีกหนึ่งหนังแอ็กชันสืบสวนสายฮาที่ภาคแรกทำออกมากลมกล่อมกำลังดี จนบอกได้เลยครับว่าหนังดูเพลินมาก แต่ก็ต้องบอกก่อนว่ามันไม่ได้แอ็กชันระเบิด Leathal Weapon และไม่ได้เอาฮาหนักๆ แบบ Rush Hour
9 ข้อขอเล่า หลังดู Cinderella เวอร์ชั่น Kenneth Branagh กำกับ (เปิดเผยเนื้อเรื่องตั้งแต่ข้อ 3 ขึ้นไป) และมันยาวอีกแล้วครับ ไม่ชอบของ “ยาว” กรุณาหลีกเลี่ยงนะครับ ^_^
ยอมรับว่าเพิ่งทราบตอนดูนี่แหละครับว่า Mercy สร้างจากเรื่องสั้นของป๋า Stephen King และดัดแปลงเป็นบทหนังโดย Matt Greenberg ที่เคยดัดแปลงงานของป๋า King มาเป็นหนังดีๆ อย่าง 1408 มาแล้ว
ในรอบปีที่ผ่านมา American Dreams in China คือหนังที่ทำให้ผมหัวเราะมากที่สุด หัวเราะที่ว่านี้ แบ่งเป็น 2 อย่าง…
ปกติผมจะไม่ค่อยตื่นเต้นกับหนังที่ทำเงินถล่มทลายในประเทศจีนน่ะนะครับ เพราะหลายเรื่องโกยเงินเยอะ แต่ไม่ถูกจริตกับผมจริงๆ โดยเฉพาะสารพัดหนังแฟนตาซีและหนังตลกยุคหลังๆ… แต่กับเรื่องนี้ ผมยกให้เลยครับ
หนังแอ็กชันเรื่องนี้ตอนแรกผมก็ไม่ได้คาดหวังอะไรครับ จริงๆ แทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลย นอกจากนำแสดงโดยอู๋จิง ที่คอหนังจีนแนวบู๊น่าจะคุ้นพี่แกดีครับ เพราะบู๊ให้เราดูมาเป็นสิบปีแล้ว