คุณคาดหวังอะไรจากหนังชุด Transporter ครับ ถ้าเป็นความมันส์ บู๊กระหน่ำโม้กระจายและลวดลายแสนเท่ห์ของพี่แฟรงค์ มาร์ติน (Jason Statham) ยอดนักส่งของท้านรกล่ะก็ คุณได้สิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้ครับ หนังมันก็อุดมไปด้วยสิ่งเหล่านั้นน่ะแหละ
คุณคาดหวังอะไรจากหนังชุด Transporter ครับ ถ้าเป็นความมันส์ บู๊กระหน่ำโม้กระจายและลวดลายแสนเท่ห์ของพี่แฟรงค์ มาร์ติน (Jason Statham) ยอดนักส่งของท้านรกล่ะก็ คุณได้สิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้ครับ หนังมันก็อุดมไปด้วยสิ่งเหล่านั้นน่ะแหละ
การดูหนังชุด Bloodfist นี่ทำให้ผมทึ่งเล็กๆ ครับ เพราะผมจำได้ว่าภาคแรกนั้นไม่ประทับใจผมเลย ภาคสองก็งั้นๆ แต่พอมาภาคสามเรื่องราวกลับดูดีมีทิศทางขึ้น แม้จะยังไม่ถึงขั้นดีแต่ก็พอไหว ครั้นพอดูมาถึงภาค 4 นี่ก็ทึ่งต่ออีกครับ เพราะภาคนี้สนุกกว่าสามภาคที่แล้วซะอีก
แม้ชื่อจะเป็นภาคต่อ และดารานำคนเดิมตามมาเล่น แต่เนื้อในนี่เป็นคนละเนื้อเรื่องกัน เป็นการเริ่มเรื่องใหม่โดยใช้ดาราเดิมและชื่อเรื่องเดิมนั่นเอง
ภาคต่อของหนังแอ็คชั่นเกรดบีครับ หลังจากผมเคยเขียนถึงภาคแรกไปเมื่อนานมาแล้ว กับการกลับมาของ เจค ไรย์ (Don ‘The Dragon’ Wilson) นักสู้ยอดฝีมือ ที่คราวนี้เขาไปเที่ยวมะนิลาตามคำชวนของเพื่อน
วันนี้ง่วงจัด ขอเล่าที่มันง่ายๆ ก่อนแล้วกันนะครับ จะได้ไม่ต้องสาธยายอะไรมาก พวกหนังทุนต่ำนี่ว่าง่าย ดีก็ดี ไม่ดีก็ดี เอ้ะ ยังไง
ชอลิ้วเฮียงฉบับปี 1980 ครับ ได้ หลิวเต๋อข่าย มาแสดงเป็นจอมโจรจอมใจชอลิ้วเฮียง
ผมจำได้ว่าผมเคยเผา Street Fighter เวอร์ชั่นพี่ Jean-Claude Van Damme ซะจนแทบเป็นตอตะโกไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน ใครจะนึกล่ะครับว่าประวัติศาสตร์มันจะกลับมาซ้ำรอยอีก…
จะว่าไปแล้ว The Expendables 3 ยังถือว่าดูได้ตามสไตล์หนังบู๊ที่มีฉากแอ็กชันเน้นๆ ระเบิดเบิ้มๆ สาดกระสุนถี่ๆ ดนตรีเร้าๆ มุขฮาแทรกเป็นพักๆ เรียกว่าสูตรสำเร็จหนังบู๊ยุค 80 – 90 ถูกนำมายำไว้ในนี้ บวกด้วย Effect ที่ลงทุนอลังขึ้น ตามด้วยดาราขาลุยทั้งระดับตำนานและหน้าใหม่ มาร่วมกันบู๊แบบแน่นจอ
ผมฟินกับ The Expendables 2 ที่สุดในบรรดา 3 ภาคครับ
หลายคนรีเควสท์ให้ผมรีวิวเรื่องนี้ และผมก็คิดเสมอครับว่าถ้าเขียนออกมา มันคงไม่เชิงเป็นรีวิว แต่จะเป็นบทความแนว “คนชราออกมารำลึกความหลัง ตามด้วยการเชียร์ดารานักบู๊ที่เราโตมาพร้อมหนังของพวกเขา”