ก่อนดูนี่พยายามลดความคาดหวังไปพอสมควรครับ แต่ยอมรับว่าพอรู้ว่า เจ้าเหวินจั๋ว กลับมารับบทหวงเฟยหงอีกครั้ง มันก็อดไม่ได้ที่จะแอบหวังอยู่หน่อยๆ
ก่อนดูนี่พยายามลดความคาดหวังไปพอสมควรครับ แต่ยอมรับว่าพอรู้ว่า เจ้าเหวินจั๋ว กลับมารับบทหวงเฟยหงอีกครั้ง มันก็อดไม่ได้ที่จะแอบหวังอยู่หน่อยๆ
เรื่องนี้อาจถือได้ว่าเป็นภาคต่อของ ไอ้หนุ่มซินตึ๊งล้างแค้น (Fist of Fury) ที่ Bruce Lee แสดงนำเอาไว้ครับ โดยเรื่องนี้ได้ เหมียวเข่อซิ่ว (Nora Miao) กลับมารับบทนำ เนื้อเรื่องก็เล่าถึงแผ่นดินจีนในยุคที่โดนญี่ปุ่นรุกราน นางเอกของเราต้องหนีจากแผ่นดินจีนมาเพราะโดนพวกญี่ปุ่นตามล่า
หยิบ โหดตัดโหด มาดูเมื่อไร ต้องหยิบ โหด เลว ดี มาดูต่อ ไม่งั้นลมปราณความมันส์จะขาดช่วง!
ตอนแรกผมนึกว่า พยัคฆ์ตะลุยพยัคฆ์ หรือ Flying Swords of Dragon Gate เป็นการรีเมค คัมภีร์แดนพยัคฆ์ (Dragon Inn) แต่ไปๆ มาๆ มันเป็นภาคต่อครับ
เมื่อนานมาแล้วผมเคยแนะนำหนังเรื่อง Revenge of the Ninja หนังแนวแอ็กชันสไตล์อเมริกันนินจาที่นินจาญี่ปุ่นมาก่อการปราบวายร้ายถึงเมืองมะกัน ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าคนสมัยก่อนดูแล้วชอบกันหรือไม่ ส่วนผมดูแล้วออกแนวฮามากกว่า ยังจำได้ติดตาครับ กับฉากอาม่านินจา อันนี้จริงๆ นะครับ อาม่าอายุน่าจะประมาณ 65 อย่างต่ำมารำดาบนินจาอ้ะ อารมณ์มันประมาณดู Kill Bill Vol. บางแคน่ะครับ แหม ทำไปได้
ว่ากันแบบไม่อ้อมค้อมครับ การดู Skin Trade ไม่ได้ทำให้ต่อมมันส์หรือต่อมสนุกของผมทำงานสักเท่าไรเลย
ภาคต่อจาก SPL ภาคแรกที่เจิ้นจื่อตันแสดงไว้ครับ
หนังบู๊ว่าด้วยเรื่องการขับเคี่ยวระหว่างตำรวจกับเจ้าพ่อระดับบิ๊กที่ไม่เคยมีใครเอาผิดเขาได้ แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าเจ้าพ่อคนนี้ทำสิ่งเลวร้ายมาแค่ไหนก็เถอะ
Once Upon a Time in Shanghai เป็นงานรีเมคจากหนังเก่าคลาสสิกเรื่อง นักชกจากชานตุง โดยเน้นไปที่ฉากการต่อสู้มือเปล่าที่สมจริง แล้วก็นำเสนอด้วยภาพสไตล์หนังเก่าขาวดำครับ
ปกติผมจะไม่ค่อยตื่นเต้นกับหนังที่ทำเงินถล่มทลายในประเทศจีนน่ะนะครับ เพราะหลายเรื่องโกยเงินเยอะ แต่ไม่ถูกจริตกับผมจริงๆ โดยเฉพาะสารพัดหนังแฟนตาซีและหนังตลกยุคหลังๆ… แต่กับเรื่องนี้ ผมยกให้เลยครับ