คราวนี้อาจารย์หวงเฟยหง (หลี่เหลียนเจี๋ย) ต้องไปผจญภัยยังดินแดนตะวันตกร่วมกับน้าสิบสาม (กวนจื่อหลิน) และตีนผีเจ็ด (Xin Xin Xiong) ครับ
คราวนี้อาจารย์หวงเฟยหง (หลี่เหลียนเจี๋ย) ต้องไปผจญภัยยังดินแดนตะวันตกร่วมกับน้าสิบสาม (กวนจื่อหลิน) และตีนผีเจ็ด (Xin Xin Xiong) ครับ
เรื่องต่อจากภาคที่แล้วครับ เมื่อกรุงปักกิ่งแตกหลังจากการบุกยึดของชาวตะวันตก ทำให้หวงเฟยหง (เจ้าเหวินจั๋ว) และ หวงฉีอิงบิดาของอาจารย์หวงต้องเดินทางลี้ภัยออกมา แล้วมุ่งหน้ากลับเป่าจือหลิน
เรื่องราวต่อเนื่องจากตอนจบภาคก่อน เมื่อหวงเฟยหง (เจ้าเหวินจั๋ว) ชนะศึกเชิดสิงโตแต่ไม่ยอมรับป้ายทองเพื่อเป็นการเตือนสติทางการว่ายามที่บ้านเมืองกำลังปั่นป่วนนี้สมควรกระทำสิ่งอื่นมากกว่าการจัดงานแข่งเชิดสิงโต
คราวนี้เรื่องไปเกิดที่กรุงปักกิ่งครับ หวงเฟยหง (หลี่เหลียนเจี๋ย) เหลียงควน (ม่อเส้าชง) และน้าสิบสาม (กวนจื่อหลืน) เดินทางไปเยี่ยมบิดาของอาจารย์หวง นามว่าหวงฉีอิง (Shun Lau) เพื่อแจ้งให้บิดาทราบว่าเขาและน้าสิบสามนั้น มีใจให้กัน แต่ก็เข้าอีหรอบเดิมครับ ที่เมื่ออาจารย์หวงแวะไปที่ไหน ที่นั่นก็จะมีเหตุความไม่สงบให้ต้องแก้ไขเสมอ
ภาคแรกของหนังกังฟูระดับตำนานครับ
ยอมรับว่านึกเรื่องที่จะพูดเกี่ยวกับ องค์บาก 3 ไม่ค่อยออกครับ อันที่จริงก็ยังไม่ถึงกับประทับใจเท่าภาคแรก แต่หนังก็มีจุดที่รู้สึกว่าโอเคอยู่หลายอย่าง
ผมดู องค์บาก 2 รอบแรกบนรถทัวร์ครับ ยอมรับว่าขณะดูรู้สึกว่าหนังออกมาโอกว่าที่คิด (อย่างน้อยก็โอกว่าที่ได้ยินคำร่ำลือมา)
“นี่ไง… ที่ที่ผมเจอพี่จา พนมเป็นครั้งแรก” นั่นคืออารมณ์ตอนดู องค์บาก รอบล่าสุดครับ
ผมเชื่อเสมอครับว่าหนังที่มันมีดีและโดนใจเรานั้น มันจะมีพลังมาเตะตาเตะใจเราเสมอ แม้บางทีเราจะแค่เปิดมันเป็นเพื่อนระหว่างทำงานแบบไม่ตั้งใจดูก็ตามทีเถอะ แต่ถ้ามันดีจริงโดนจริง มันจะส่งคลื่นพลังบางอย่างมาดึงดูดเราให้หันไปดู (และสุดท้ายการงานก็ไม่เป็นอันทำ 555)
Man of Tai Chi เป็นงานกำกับของ Keanu Reeves ซึ่งผมมองว่าเป็นงานชิมลางครับ คือไม่คาดหวังแต่แรกแล้วว่ามันจะต้องเจ๋งเด็ดอะไร แค่ออกมาให้พอดูได้เรื่อยๆ ก็นับว่าโอเคแล้วล่ะ